Tuesday, February 22, 2011

21/02/2011 * มองเศรษฐกิจและการลงทุนปี 2011 (7)

วันนี้ตลาดในประเทศสหรัฐอเมริกาหยุด ดังนั้นข้อมูลในตารางบางรายการอาจเป็นข้อมูลของวันก่อนหน้านี้ โปรดสังเกตที่วันที่

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 995.87 จุด เพิ่มขึ้น 0.10 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้มีสัญญาณซื้อ HMPRO, RATCH ขณะนี้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งหมด 17 ตัว

กลุ่มฟิวเจอร์ส ฟิวเจอร์สของ SCB เกิดสัญญาณซื้อ

ด้านตลาดต่างประเทศ ส่วนใหญ่ตลาดปิดแดง ดัชนีของแอฟริกาใต้ (ZADOWD) เกิดสัญญาณซื้อและดัชนีของประเทศออสเตรย (ATX) เกิดสัญญาณขาย


มองเศรษฐกิจและการลงทุนปี 2011 (7)

ในตอนที่แล้วเราได้ไปพิจารณาในภาพกว้างหรือภาพใหญ่ของประเทศในย่านต่างๆ ยังเหลืออีกสองย่านที่เราจะไปพิจารณากัน นั่นคือ ทวีปแอฟริกาและตะวันออกกลาง

ข้อมูลในกลุ่มประเทศย่านแอฟริกาและตะวันออกกลางนี้ลุงแมวน้ำไม่มีฐานข้อมูลที่จะนำมาเขียนเป็นกราฟร่วมในภาพเดียวกันเพื่อเปรียบเทียบกันได้ คงมีเพียงกราฟของดัชนีตลาดหลักทรัพย์รายประเทศเท่านั้น เราไปดูในกลุ่มแอฟริกากันก่อน

กลุ่มประเทศในทวีปแอฟริกานั้นยังแบ่งออกเป็นภาค คือ แอฟริกาซีกเหนือที่จัดอยู่ในประเทศโลกอาหรับ เช่น อียิปต์ มอรอกโค ลิเบีย ตูนีเซีย ส่วนประเทศอื่นๆในแอฟริกาที่มีศักยภาพในการลงทุนและไม่ได้อยู่ในกลุ่มโลกอาหรับ ได้แก่ แองโกลา คองโก อิควิทอเรียลกีนี กานา เคนยา มาลี ไนจีเรีย แอฟริกาใต้ และแซมเบีย

กราฟของหลายๆประเทศที่กล่าวมานี้ลุงแมวน้ำคงหามาให้ดูไม่ได้ทั้งหมด คงเอามาดูกันเฉพาะที่บางประเทศเท่านั้น มาดูกราฟของประเทศแอฟริกาใต้กัน



ภาพที่เห็นข้างบนเป็นดัชนีตลาดหลักทรัพย์ของแอฟริกาใต้ในรอบสิบกว่าปี เลขสองหลักที่แกน X ของภาพเป็นเลขปี ค.ศ. เช่น Jan/98 ก็หมายเดือนเดือนมกราคม 1998 จะเห็นว่าดัชนีอยู่ในระดับ 30,000 กว่าจุด โดยดัชนีตลาดเติบโตอย่างรวดเร็วภายในช่วงสี่ห้าปีมานี้เอง สะท้อนให้เห็นถึงเงินลงทุนต่างชาติที่ไหลเข้าไปในประเทศนี้ การเก็งกำไรอย่างรุนแรงและภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอันเป็นผลพวงของการพัฒนาประเทศแบบก้าวกระโดด หากนับคลื่นคาดว่าปัจจุบันน่าจะอยู่ในคลื่น 5 ใหญ่ซึ่งคลื่น 5 นี้จะไปได้ไกลอีกเพียงใดก็ยากที่จะตอบได้




มาดูทางด้านประเทศอียิปต์บ้าง จากภาพด้านบน ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ของประเทศอียิปต์น่าจะจบคลื่น 5 ไปแล้ว ขณะนี้น่าจะกำลังอยู่ในคลื่นขาลงใหญ่ (A-B-C ใหญ่) ซึ่งกว่าจะจบคลื่น C ใหญ่คงอีกนาน ภายในปัี 2011 นี้กองทุนรวมที่เกี่ยวกับอียิปต์ควรรอดูไปก่อน


มาดูทางด้านกลุ่มตะวันออกกลางกันบ้าง ประเทศในกลุ่มตะวันออกกลางมีศักยภาพในการลงทุนมากน้อยต่างกัน ที่มีชื่อเป็นที่คุ้นหูก็ได้แก่ บาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตุรกี เลบานอน ซีเรีย รวมไปถึงอิสราเอลและจอร์แดน ลุงแมวน้ำคงนำภาพกราฟดัชนีมาให้ดูกันเฉพาะบางประเทศเท่านั้น

เริ่มต้นกันด้วยประเทศตุรกี ดังภาพต่อไปนี้



ประเทศตุรกีเป็นประเทศในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ที่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์เติบโตอย่างรวดเร็ว ภายในเวลาเพยีงสิบปีดัชนีตลาดเติบโตจากหลักพันไปหกหมื่นกว่า รุนแรงพอๆกับบราซิล ในช่วงที่ผ่านมาตุรกีถือว่าเป็นตลาดเกิดใหม่ที่เนื้อหอม นักลงทุนและกองทุนต่างๆเข้าไปเก็งกำไรกันอย่างดุเดือด ดูดัชนีก็น่าจะพอทราบได้

ในอดีตที่ผ่านมา ตุรกีมีอัตราเงินเฟ้อที่รุนแรงมาก เมื่อหลายปีก่อนคณะละครสัตว์ของลุงแมวน้ำเดินทางไปเปิดการแสดงยังต่างประเทศ ลุงแมวน้ำก็มีโอกาสติดสอยห้อยตามไปด้วยและได้ไปเดินเล่นรอเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินอิสตันบุลของตุรกี ในสมัยนั้นอัตราเงินเฟ้อรุนแรงมาก เงินลีรา (Lira) ของตุรกีด้อยค่าอย่างหนัก 1 ดอลลาร์ สรอ แลกได้ประมาณ 1,600,000 ลีรา (หนึ่งล้านหกแสน ไม่ได้พิมพ์ผิด) แฮมเบอร์เกอร์ราคาถูกที่สุดในร้านค้าภายในสนามบินราคาอันละ 1,800,000 ลีรา ถ้าแพงขึ้นมาหน่อยก็เป็นอันละ 2 ล้านหรือ 3 ล้านลีรา และภายในเวลาไม่นานราคาสินค้าก็ปรับเปลี่ยนเป็นแพงขึ้นไปอีกเพราะเงินเฟ้อทะยานอย่างรวดเร็ว ลุงแมวน้ำยังคิดเล่นๆว่าถ้าเอาเงินดอลลาร์ สรอ ไปแลกสัก 2-3 ดอลลาร์ ลุงแมวน้ำก็สามารถจับเงินล้านได้อย่างสบายๆ

เงินลีราในปัจจุบันเป็นเงินลีราใหม่ มีการปรับปรุงอัตราแลกเปลี่ยนเสียใหม่เพือให้เกิดความสะดวกในการใช้และแลกเปลี่ยน

ตลาดตุรกีน่าจะกำลังอยู่ในคลื่น 5 ใหญ่ จะจบเมื่อไรก็ไม่รู้ ถือได้ว่าอันตรายแล้ว

จากนั้นก็มาดูทางด้านประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลกอาหรับ ซาอุดิอารเบียกันบ้าง ดังภาพต่อไปนี้



กราฟดัชนีตลาดของซาอุดิอารเบียดูแปลกเนื่องจากนับแล้วไม่ได้ 1-2-3-4-5 เหมือนกับว่าคลื่น 3 กับ 5 ซ้อนอยู่ด้วยกัน คือเมื่อพุ่งถึงยอดคลื่นแล้วก็ดำดิ่งลงมาเลย

ดัชนีของซาอุดิอารเบียไหลลงมาจากสองหมื่นกว่าจุดเหลือสี่พันกว่าจุด ปัจจุบันอยู่ในระดับห้าพันกว่าจุด จากการนับคลื่นเหมือนกันจะจบคลื่น C ไปแล้ว ขณะนี้อาจจะกำลังอยู่ในคลื่น 1

ทางด้านสหรัฐอาหรับอิมิเรตส์หรือที่เรานิยมเรียกกันสั้นๆว่ายูเออี (UAE) ดังภาพต่อไปนี้


ดัชนีตลาด UAE ก็ดูไม่ปกติ ไม่เป็น 1-2-3-4-5 ให้เห็นชัดๆ หากคิดว่ายอดสูงยอดแรก (ปี 2005 ต่อ 2006) นั้นเป็นยอด 3 และ 5 ที่เกิดชิดกัน ปัจจุบันดัชนีตลาดของ UAE ก็น่าจะจบคลื่น C ไปแล้วและอยู่ในคลื่น 1-2

หรือหากมองว่ายอดคลื่นที่ปี 2007-2008 ไม่ใช่ยอดคลื่น B แต่ว่าเป็นยอดคลื่น 5 ที่เป็นคลื่นล้มเหลวหรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า failed wave 5 คือคลื่น 5 ที่ไม่สามารถไปสูงเกินกว่าคลื่น 3 ได้ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติ หากมองว่าเป็นกรณีหลังนี้ ปัจจุบันเราอาจยังไม่จบคลื่น C คงตองรอดูไปก่อนว่าเมื่อไรจะจบ แต่ในความเห็นของลุงแมวน้ำคิดว่าน่าจะเป็นกรณีแรกมากกว่า คือ เรากำลังอยู่ในคลื่น 1-2

(โปรดติดตามอ่านในวันถัดไป)




4 comments:

Anonymous said...

วันนี้มาถาม ลุงแมวน้ำ เกี่ยวกับ การ ดูเทรน หรือ แนวโน้ม ของ กราฟ ลุงแมวน้ำ พอจะมีเวลา อธิบายหลักการดูแนวโน้ม บา้งไหมครับ สำหรับคำว่า ขาขึ้น และ ขาลง
ผมเคยอ่านมาว่า ขาขึ้น กราฟจะไม่ทำ ฐานต่ำกว่า ส่วนขาลง กราฟจะทำ ฐานต่ำกว่าเดิมไปเรื่อยๆ หรือลุงแมวน้ำมีคำอธิบายที่ ชัดเจน และ ทำให้การมองภาพ แนวโน้ม ได้ดีกว่า คำอธิบาย สั้นๆนี้บ้างครับ

ผมสังเกตุว่า บางที การนำเอา PNT 1.1 มาใช้ ก็ไม่ได้ แสดงถึง แนวโน้มที่แท้จริง

ขอบคุณครับ
บอล

Anonymous said...

สวัสดีครับ ลุงแมวน้ำ วันนี้ บอลมีเรื่องรบกวนลุงแมวน้ำอีกเช่นเคย อยากจะถาม เกี่ยวกับหลักการ ดูว่า กราฟ หรือ สินค้า นั้น มีแนวโน้ม ขาขึ้นหรือขาลง ลุงแมวน้ำมีหลักการบ่งบอกว่า สินค้านั้น เป็นแนวโน้มขึ้น หรือลงอย่างไรครับ

ขอบคุณครับ

บอล

ลุงแมวน้ำ said...

สวัสดีครับคุณบอล ไม่ได้คุยกันเสียนานหวังว่าคงสบายดี

แนวโน้มขาขึ้น ขาลง หรือว่าไม่มีแนวโน้ม (sideway) นั้นในการพูดคุยเราก็คุยกันว่าตอนนี้ขาขึ้น ตอนนี้ขาลง ฯลฯ แต่ถ้าหากจะพูดในเชิงการวิเคราะห์ทางเทคนิคเพื่อนำไปใช้ในการลงทุนแล้วการพูดเพียงเท่านั้นยังไม่พอที่จะนำไปใช้ได้ครับ

การจะบอกว่าขาขึ้นหรือขาลงนั้นต้องพิจารณาคลื่นที่ใหญ่กว่ากับกรอบเวลากำกับไปด้วยเสมอ

คลื่นที่ใหญ่กว่า ยกตัวอย่างเช่น คลื่นขาขึ้น 1-2-3-4-5 ถามว่าคลื่น 2 กับคลื่น 4 เป็นคลื่นขาขึ้นหรือขาลง คำตอบก็คือเป็น reactive wave หรือขาลงที่เกิดในคลื่นขาขึ้น ดังนั้นสมมติหากมีใครถามตอนที่เรากำลังอยู่ในคลื่น 4 ว่าตอนนี้เป็นขาขึ้นหรือขาลง คำตอบก็ตอบได้ทั้งสองแบบ คือตอบว่าตอนนี้เป้นขาลงก็ไม่ผิด จะบอกว่าขาขึ้นก็ไม่ผิดเพราะอยู่ในคลื่นขาขึ้น 1-2-3-4-5

กรอบเวลาก็เช่นกัน หากถามเรื่องขาขึ้นหรือขาลง ถาม ณ วันเดียวกันแต่มองกรอบเวลาที่แตกต่างกัน คำตอบก็ไม่เหมือนกัน

ยกตัวอย่างเช่นตอนนี้ดัชนี SETI ถ้ามองในระดับคลื่นย่อยยังเป็นขาลงอยู่ แต่หากมองในระดับคลื่นใหญ่เราอยู่ในคลื่น 5 ใหญ่ ซึ่งคลื่น 5 ใหญ่นี้กว่าจะจบก็น่าจะเกิน 1,700 จุด

ในการเข้าลงทุนนั้นต้องเลือกกรอบเวลาในการพิจารณาแนวโน้มให้เหมาะยกตัวอย่างเช่น SETI สมมติเรามองในระดับคลื่นใหญ่ว่าเป็นคลื่น 5 จะไปเกิน 1,700 จุด เราก็ไปเปิดสัญญาซื้อ open long position) S50 เอาไว้ตั้งแต่ตอนนี้เลยเพราะคิดว่าเป็นขาขึ้น แต่หาก SETI ไหลลงไปที่ 800 จุดก่อนแล้วค่อยขึ้นต่อ คงไม่มีใครจะทนถือสัญญาเอาไว้ได้ นี่คือเรื่องของการลงทุนกับการเลือกรอบเวลาที่เหมาะสมเพื่อใช้พิจารณาทางเทคนิค

คุณบอลอาจจะสังเกตว่าเมื่อลุงแมวน้ำวิเคราะห์กราฟมักจะนำเสนอภาพใหญ่ (หมายถึงกรอบเวลากว้างๆ) ให้ดูประกอบกับกรอบเวลาที่แคบกว่าด้วยเสมอ เพื่อเราจะได้พิจารณาแนวโน้มได้ในหลายๆมิติ

วันนี้ตอบคร่าวๆก่อน ต่อไปจะลองนำไปเขียนเป็นบทความให้ละเอียดยิ่งขึ้นเพราะว่าเรื่องนี้ที่จริงแล้วมีรายละเอียดพอสมควรทีเดียว หากยังต้องการทราบอะไรเพิ่มเติมก็เขียนมาได้ครับ

ลุงแมวน้ำ said...

หลักการดูแนวโน้มอย่างง่ายก็คือ

1. ให้พิจารณาว่าขณะนั้นเป็น trendless หรือว่า siedeway หรือไม่ โดยใช้เครื่องมือ directional movement ถ้าไม่ใช่ภาวะไร้ทิศทางก็ควรเป็นขาขึ้นหรือขาลงอย่างใดอย่างหนึ่ง

2. ใช้เครื่องมือ plus directional movement (+DX) กับ minus directional movement พิจารณาดูว่าอย่างใดมีกำลังมากกว่ากัน หาก +DX มำกำลังมากกว่าก็เป็นขาขึ้น หาก -DX กำลังมากกว่าก็ตรงกันข้าม

จำนวนวันที่ใช้ในการคำนวณค่า DX จะเป็นตัวบ่งชี้กรอบเวลา ปกติในการเทรดใช้ในระดับ DX(14) ถึง DX(21) ก็เพียงพอแล้ว

นอกจากนี้็มีวิธีอื่นที่อาจใช้ร่วมกับการดู DX หรือใช้เดี่ยวๆก็ได้ เช่นการดูสัญญาณกลับทิศ (trend reversal signal หรือ trend reversal pattern) หากเป็นขาขึ้นอยู่แล้วมีสัญญาณกลับทิศก็แสดงว่าแนวโน้มเปลี่ยนเป็นขาลงแล้ว อย่างที่ลุงแมวน้ำเคยทำให้ดูบ่อยๆในรายงานรายวัน กรอบเวลาเราพิจารณาจากตัวกราฟ เช่น ดูจากกราฟราคารายวัน (daily chart) หรือดูจากกราฟรายสัปดาห์ (weekly chart) เป็นต้น