Wednesday, August 11, 2010

10/08/2010 * CC, ยางพารา สินค้าเกษตร น้ำมันดิบ และค่าเงินดอลลาร์ สัมพันธ์กันเพียงใด

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 861.95 จุด ลดลง 13.23 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้มีสัญญาณขาย HANA, TOP ขณะนี้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งหมด 45 ตัว

กลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้มีสัญญาณซื้อข้าวไทย (WBR5) สัญญาณขายโกโก้ (CC)

ด้านดัชนีตลาดต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย ทุกตลาดที่อยู่ในรายงานพร้อมใจกันลง เป็นตัวแดงทั้งหมด

ในช่วงที่ผ่านมาสินค้าเกษตรโกโก้ (CC) เกิดสัญญาณซื้อขายค่อนข้างถี่ แต่ละครั้งล้วนแต่เป็นสัญญาณหลอก (flase signal) ที่หลอกให้เสียเงินทั้งสิ้น วันนี้ลุงแมวน้ำจึงขอนำเอากราฟราคา CC มาให้ดูกันเนื่องจากกรณี CC เป็นกรณีที่น่าสนใจศึกษามาก



จากภาพ จะเห็นว่าจั้งแต่เดือนมีนาคม 2010 เป็นต้นมา ระบบของลุงแมวน้ำเกิดสัญญาณซื้อขายที่เป็นสัญญาณหลอกติดกันถึง 9 ครั้ง ส่วนระบบ PnT 1.10 ก็เกิดสัญญาณหลอกติดต่อกันถึง 7 ครั้ง เจอสัญญาณหลอก 3 ครั้งก็แย่แล้ว นี่โดนเข้าไป 7 ครั้ง 9 ครั้ง เมื่อดูจากกราฟจะเห็นว่าตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นมาราคาโกโก้แกว่งตัวออกข้างในแบบไร้ทิศทางซึ่งมีกรอบการแกว่งตัวขึ้นลงค่อนข้างกว้าง เมื่อเกิดการออกข้างในลักษณะกรอบกว้างเช่นนี้ย่อมต้องเสียเงินมาก แบบนี้เป็นใครก็ต้องหมดตัวเนื่องจากระบบตามแนวโน้มใช้ไม่ได้กับตลาดในภาวะไร้ทิศทาง หากไร้ทิศทางและแกว่งตัวในกรอบแคบหรือแกว่งตัวเป็นสามเหลี่ยมชายธงก็เสียเงินในตอนต้นมากหน่อย และต่อมาเมื่อหลุดจากปลายธงก็จะกลับเข้าสู่แนวโน้มได้ แต่การแกว่งของ CC นี้แกว่งแบบเป็นจังหวะคลื่นซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไรจะพ้นจากสภาวะไร้ทิศทางนี้ได้

เมื่อเราพบกับสินค้าเช่นนี้ ในตอนแรกคงไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดสัญญาณหลอกติดต่อกันกี่ครั้งเนื่องจากไม่มีใครรู้อนาคต กว่าจะรู้ตัวก็คืนกำไรแถมทุนไปโขแล้ว ดังนั้นแต่ละคนต้องมีจุดตัดสินใจว่าหากเกิดสัญญาณหลอกติดกันกี่ครั้งก็หยุดเทรดต้องมาทบทวนกลยุทธ์แล้ว สินค้ามีให้เลือกเทรดตั้งหลายอย่างไม่จำเป็นต้องมาทนกับตัวที่เราแพ้ทาง การศึกษารูปแบบทางเทคนิคเดิมๆของสินค้าตัวนั้นๆก็พอช่วยได้บ้าง

แต่เหรียญมีสองด้าน เมื่อมีเสียก็ต้องมีดีบ้าง รูปแบบของ CC เช่นนี้นักเก็งกำไรในตลาดไร้ทิศทางคงจะชอบเนื่องจากแกว่งเป็นคาบไปเรื่อยๆ หากจับจังหวะการแกว่งได้ก็ได้เงินใช้เป็นรอบๆเลยทีเดียว แต่ลุงแมวน้ำไม่แนะนำ เนื่องจากระบบที่ใช้เทรดต้องเป็นระบบที่ใช้กับตลาดไร้ทิศทาง ซึ่งเป็นคนละระบบกับระบบตามแนวโน้ม ผู้ที่มินิสัยถือยาวชอบเทรดตามแนวโน้มมักปรับตัวกับระบบไร้ทิศทางไม่ค่อยได้เนื่องจากต้องเทรดค่อนข้างไว อีกประการการจับคาบการแกว่งก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

เมื่อดูกรณีศึกษา CC ไปแล้ว คราวนี้เรามาดูเรื่องที่ลุงแมวน้ำคุยค้างเอาไว้ตั้งแต่เมื่อวานกันต่อ

จากการใช้การทดสอบทางสถิติแบบง่ายๆด้วยสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ หรือถ้าจะเรียกให้เต็มก็คือสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน (Pearson's correlation coefficient) เืพื่อทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูล 2 ชุดว่ามีความสัมพันธ์กันหรือไม่ ซึ่งเมื่อวานเราได้คุยกันไปแล้วว่าราคายางพารากับราคาน้ำมันดิบสัมพันธ์กันบ้าง แต่ไม่แนบแน่น ตามกันบ้าง ไม่ตามกันบ้าง

วันนี้ลุงแมวน้ำมีผลทดสอบที่จะมานำเสนออีก จากการวิเคราะห์สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์จากข้อมูลตั้งแต่ต้นปี 2007 จนถึงปัจจุบัน รวมแล้วเป็นข้อมูลมากกว่า 800 วันทำการ ได้ความสัมพันธ์ระหว่างสินค้าดังนี้

  • ความสัมพันธ์ระหว่างยางพารากับสินค้าเกษตรอื่นๆ ลุงแมวน้ำพิจารณาจากดัชนีสินค้าเกษตรของดอยทช์แบงก์ (Deutsch Bank Agriculture USD Index) ซึ่งรวมสินค้าเกษตรหลัก ได้แก่ ข้าวโพด ข้าวสาลี ถั่วเหลือง น้ำตาล โกโก้ ฝ้าย และกาแฟ ได้ค่า r = 0.4409 (ยังห่า่งจาก 1 อีกไกล แสดงว่ามีความสัมพันธ์ตามกันอยู่บ้างแต่ไม่มากนัก)
  • ความสัมพันธ์ระหว่างดัชนีสินค้าเกษตรของดอยทช์แบงก์และราคาน้ำมันดิบ r = 0.8784 (ค่าเข้าใกล้ 1 แสดงว่ามีความสัมพันธ์กันสูง ตีความได้ว่าเมื่อราคาน้ำมันดิบขึ้น ราคาสินค้าเกษตรในกลุ่มนี้ก็จะขึ้นตามไปด้วย)
  • ราคายางพารากับค่าเงินดอลลาร์ คำนวณจากราคายางพารากับดัชนีดอลลาร์ สรอ r = -0.4869 (ค่าอยู่ระหว่าง 0 กับ -1 แสดงว่ามีความสัมพันธ์แบบสวนทางกัน กล่าวคือ เมื่อดอลลาร์แข็ง ราคายางพาราจะตก แต่เนื่องจากค่านี้ยังห่างจาก -1 อีกไกล แสดงว่าบางครั้งยางพาราก็ราคาตก บางครั้งก็ราคาไม่ตก และเมื่อเงินดอลลาร์อ่อนค่า ราคายางพาราก็ขึ้นบ้าง นิ่งๆบ้าง)
  • ดัชนีสินค้าเกษตรของดอยทช์แบงก์และเงินดอลลาร์ สรอ r = -0.7609 (ค่าใกล้ -1 หมายความว่าความสัมพันธ์แบบสวนทางนี้ค่อนข้างเสมอต้นเสมอปลาย เมื่อเงินดอลลาร์อ่อน ราคาสินค้าเกษตรหลักจะสูงขึ้น และเมื่อเงินดอลาร์แข็งค่า ราคาสินค้าเกษตรหลักจะลดลง)

คราวนี้ลองมาดูภาพกัน

ยางพารากับสินค้าเกษตรอื่นๆ ลุงแมวน้ำพิจารณาจากดัชนีสินค้าเกษตรของดอยทช์แบงก์


ดัชนีสินค้าเกษตรของดอยทช์แบงก์และราคาน้ำมันดิบ


ราคายางพารากับดอลลาร์ สรอ


ดัชนีสินค้าเกษตรของดอยทช์แบงก์และดอลลาร์ สรอ


วิธีการนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ก็อย่างเช่น คู่ใดที่มีความสัมพันธ์กันมากก็นำไปใช้พิจารณาเลือกลงทุนได้ เมื่อราคาน้ำมันดิบขึ้น กองทุนสินค้าเกษตรก็เป็นทางเลือกหนึ่งได้อีกทางหนึ่งในการลงทุน หรือหากราคาน้ำมันดิบร่วงก็อาจพิจารณาลดหรืองดการลงทุนในกองทุนสินค้าเกษตร

หรือคู่ใดมีความสัมพันธ์กันต่ำก็จะได้ทราบว่าสินค้าคู่นี้ราคาไม่ตามกันหรือไม่สวนกัน

สำหรับวันนี้ ลุงแมวน้ำมีคำถามที่ฝากเอาไปคิดเล่นสนุกๆ นั่นคือ

  • ราคาทองคำกับค่าเงินดอลลาร์สัมพันธ์กันเพียงใด
  • ราคาทองคำกับราคาน้ำมันสัมพันธ์กันเพียงใด
  • ดัชนี SET กับดัชนีดาวโจนส์สัมพันธ์กันเพียงใด
  • ราคาน้ำตาลตลาดโลกกับราคาหุ้นของโรงงาน้ำตาลในไทยสัมพันธ์กันเพียงใด

พรุ่งนี้มาดูคำตอบกัน

Tuesday, August 10, 2010

09/08/2010 * RSS, ราคายางพาราตามราคาน้ำมันดิบหรือไม่

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 875.18 จุด เพิ่มขึ้น 0.11 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย ขณะนี้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งหมด 47 ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

ด้านดัชนีตลาดต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

ดัชนี SET กับ RSI และดัชนีดาวโจนส์ (DJI) กับ RSI ต่างก็เกิดรูปแบบลู่เข้าหรือว่า convergence แล้ว ถือว่าเป็นสัญญาณการกลับทิศแนวโน้มประการหนึ่ง คงต้องติดตามสัญญาณการกลับทิศอื่นๆที่อาจจะตามมา

ช่วงนี้ราคายางพารากลับทิศมาเป็นขาขึ้นอีก เมื่อลองนับคลื่นดูก็เป็นไปได้ว่าขณะนี้เราอาจอยู่ในคลื่น 5 (สีน้ำตาลแล้ว) และถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ราคายางรอบนี้ควรจะไปได้ไกลกว่า 113.85 บาท ซึ่งเป็นราคาของยอดคลื่น 3 (สีน้ำตาล)



หลายๆคนคิดว่าทิศทางของราคายางพาราเป็นไปตามราคาน้ำมันดิบ เพราะตามลักษณะการใช้งานแล้ววัสดุที่ทำด้วยยางพารากับวัสดุทางปิโตรเคมีเป็นสินค้าที่ทดแทนกันได้หลายตัวทีเดียว เมื่อน้ำมันดิบแพง สินค้าด้านปิโตรเคมีก็แพงขึ้น ราคายางพาราอันเป็นวันดุทดแทนจึงสูงขึ้นด้วย แต่ผู้ที่เทรดยางพาราและสังเกตราคาน้ำมันดิบตามไปด้วยอาจสังเกตพบว่าในบางช่วงกลับไม่เป็นเช่นนั้น บางช่วงน้ำมันดิบขึ้นแต่ยางพาราทรงตัว บางช่วงน้ำมันดิบทรงตัวแต่ยางพาราขึ้น อย่างเช่นในช่วงที่ผ่านมานี้เป็นช่วงที่น้ำมันดิบทรงตัวและยังแกว่งอยู่ในกรอบ แต่ทว่าราคายางพารากลับขึ้นมาค่อนข้างมาก

เนื่องจากลุงแมวน้ำมีหัวคำนวณอยู่บ้างนิดหน่อย เมื่อว่างจากการแสดงละครสัตว์ก็ลองนำเอาข้อมูลต่างๆมาคำนวณดูเล่นสนุกๆ เพื่อพิสูจน์ความจริงในข้อที่ว่าราคายางพารากับราคาน้ำมันดิบตามกับหรือไม่ ลุงแมวน้ำจึงลองใช้เครื่องมือทางสถิติอย่างง่ายดู นั่นคือ การพิจารณาสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (correlation coefficient)

ก่อนที่เราจะมาดูผลการคำนวณ เรามาทำความเข้าใจกับสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์นี้กันก่อน สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เป็นการคำนวณความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูล 2 ชุด แล้วบ่งบอกออกมาว่าข้อมูลสองชุดนั้นมีความสัมพันธ์กันหรือไม่ ค่าที่คำนวณออกมาได้เราเรียกว่าค่าอาร์ (r) วิธีการคำนวณเป็นอย่างไรนั้นคงไม่นำมากล่าวในที่นี้เพราะว่าจะปวดหัวกันเปล่าๆ แต่สรุปได้ว่าค่าที่คำนวณออกมาได้นี้มีค่าตั้งแต่ -1 ถึง 1

  • หาก r มีค่าเป็น 1 หรือมีค่าใกล้กับ 1 มากๆ แสดงว่าข้อมูลสองชุดนั้นมีความสัมพันธ์ไปตามกันอย่างแน่นแฟ้น ชนิดที่ว่าไปไหนต้องไปด้วยกันเสมอ
  • หาก r มีค่าไม่ถึง 1 คืออยู่ระหว่าง 0 ถึง 1 ก็ต้องดูว่าค่านั้นมากน้อยเพียงใด อย่างเช่น r=0.5 แสดงว่ามีความสัมพันธ์กันอยู่บ้าง แต่ไม่ถึงกับแน่นแฟ้น ตามบ้างไม่ตามบ้าง
  • หาก r มีค่าน้อยและเข้าใกล้ 0 ความสัมพันธ์จะยิ่งน้อยลง r ใกล้ 0 เท่าใดแสดงว่ายิ่งไม่มีความสัมพันธ์กัน
  • หาก r มีค่าเป็น -1 หรือว่าเข้าใกล้ -1 มากๆ แสดงว่ามีความสัมพันธ์แบบสวนทางกัน นั่นคือ อย่างหนึ่งขึ้น อย่างหนึ่งจะต้องลง เรียกว่าไปด้วยกันไม่ได้เลย ต้องตรงกันข้ามกันเสมอ
  • หาก r มีค่าอยู่ระหว่าง -1 ถึง 0 ก็ต้องดูว่าค่านั้นมากน้อยเพียงใด อย่างเช่น r = -0.5 แสดงว่ามีความสัมพันธ์แบบสวนทางกันอยู่บ้าง แต่ไม่ถึงกับสวนกันเสมอไป บางทีก็สวนทางบ้าง บางทีก็เฉยๆไม่สวนทางบ้าง (ข้อนี้จะเข้าใจยากหน่อย แต่ไม่เป็นไร ไม่เข้าใจก็ข้ามไปก่อน)

ลองมาดูตัวอย่างกันดีกว่า เห็นภาพแล้วจะได้เข้าใจง่ายขึ้น

เราลองมาดูตัวอย่างของคู่ที่มีความสัมพันธ์แบบตามกันแน่ๆนั่นก็คือ S50 กับ SET50 เหตุที่ต้องตามกันแน่ๆก็คงทราบกันดี เพราะว่า S50 เป็นอนุพันธ์ที่อิง SET50 ดังนั้นการเคลื่อนไหวของ S50 จึงเป็นไปตาม SET50

ลุงแมวน้ำนำเอาข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ปี 2007 ถึงปัจจุบันมาคำนวณดู พบว่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของ S50 และ SET50 มีค่าเท่ากับ 0.9992 หรือว่า r = 0.9992

จะเห็นว่าค่า r มีค่าเข้าใกล้ 1 มาก แสดงว่า S50 กับ SET50 ตามกันชนิดแนบแน่นทุกฝีก้าวเลยทีเดียว

หากเรานำเอาค่าปิดของ S50 และ SET50 ในแต่ละวันมาพล็อตกราฟดูเราจะได้ภาพเป็นแบบนี้



เส้นกราฟมีลักษณะแคบเรียว ชี้ทะแยงขึ้นไปทางขวา นั่นคือ เมื่อ SET50 มีค่าสูง S50 ก็มีค่าสูงไปด้วย เมื่อ SET50 มีค่าน้อง S50 ก็มีค่าน้อยตามไปด้วย

ทีนี้ด้วยวิธีการเดียวกันนี้ ลุงแมวน้ำนำเอาข้อมูลราคายางพารากับราคาน้ำมันดิบตั้งแต่ปี 2007 จนถึงปัจจุบันมาคำนวณดูบ้าง ได้ผลดังนี้

r = 0.6060 (แสดงถึงความสัมพันธ์พอประมาณ)

ลองมาดูกราฟกัน



จากภาพจะเห็นว่าลักษณะของกราฟที่ได้ไม่ได้เป็นเส้นเรียว แต่มีลักษณะกระจายตัวเป็นเส้นพองๆ แถมยังมีปลายเป็นสองหางเหมือนหางปลา นี่คือลักษณะของการมีความสัมพันธ์แบบตามกันอยู่บ้าง แต่ไม่ถึงกับแน่นแฟ้น บางช่วงก็ตามกัน บางช่วงก็ไม่ตามกัน ซึ่งจากภาพก็สอดคล้องกับค่า r ที่คำนวณได้ นั่นคือ มีความสัมพันธ์พอประมาณ ตามบ้างไม่ตามบ้าง (หากพิจารณาจากกราฟ กราฟที่เห็นเป็นหางปลานั้น หากแฉกบนคือช่วงที่ราคาตามกัน หางแฉกล่างคือช่วงที่ราคาไม่ตามกัน)

เมื่อเราทราบว่าความสัมพันธ์ระหว่างยางพารากับราคาน้ำมันดิบเป็นเช่นนี้แล้วเราสามารถนำไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง ขอฝากให้เพื่อนนักลงทุนนำไปคิดต่อยอดต่อไป เชื่อว่าน่าจะเป็นประโยชน์แก่เพื่อนนักลงทุนบ้าง

ด้วยวิธีการเช่นนี้ เราสามารถทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูล 2 ชุดได้อีกมากมาย สมมติเช่น

  • ค่าเงินดอลลาร์กับราคาน้ำมันดิบสัมพันธ์กันหรือไม่
  • ราคาทองคำสัมพันธ์กับค่าเงินดอลลาร์จริงหรือไม่
  • ดัชนีดาวโจนส์ (Dow Jones, DJI) กับดัชนี SET ตามกันหรือไม่
  • ราคายางพารากับสินค้าเกษตรตัวอื่นๆตามกันหรือไม่
ฯลฯ

ในวันต่อๆไปลุงแมวน้ำจะลองนำเอาราคาชุดอื่นๆมาทดสอบความสัมพันธ์กัน ลองมาดูกันว่าสินค้าคู่ใดมีความสัมพันธ์กันแบบใด และเป็นไปอย่างที่เราเคยคิดเอาไว้หรือไม่

Monday, August 9, 2010

06/08/2010 * การนับคลื่น GC

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 875.07 จุด เพิ่มขึ้น 0.05 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย ขณะนี้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งหมด 47 ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

ด้านดัชนีตลาดต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

ทองคำในช่วงที่ผ่านมาได้ทำสถิติใหม่ เป็นราคาทองคำที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ประมาณ 1,258 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังจากนั้นก็ร่วงมาอยู่ที่ 1,100 ดอลลาร์กว่าๆ และแกว่งไปมาอย่างน่าใจหายเนื่องจากไม่รู้ว่าจะขึ้นต่อหรือว่าลงต่อกันแน่ ทางด้านมุมมองของนักวิเคราะห์ทั้งของไทยและต่างประเทศเท่าที่ลุงแมวน้ำอ่านข่าวมาส่วนให้น้ำหนักไปทางขึ้นต่อกันเสียมาก

ลุงแมวน้ำขอนำเอากราฟราคาทองคำในภาพใหญ่มาดูกัน ดังนี้



ภาพข้างบนนี้เป็นกราฟราคาทองคำในรอบ 40 ปีที่ผ่านมา พร้อมกับระบุเหตุการณ์สำคัญต่างๆประกอบเอาไว้ด้วย โปรดสังเกตว่าราคาทองคำนั้นเดิมพุ่งไปทำราคาสูงสุดประมาณปี 1979 ปัญหาในช่วงนั้นคือเกิดภาวะเงินเฟ้ออย่างรุนแรง หลังจากนั้นทองคำก็อยู่ในขาลงมาเรื่อยจนในราวปี 1999 จึงถือว่าจบขาลงของคลื่นในระดับคลื่นใหญ่ จะเห็นว่าทองคำนั้นไม่ใช่ขึ้นตลอดกาล ขาลงทองคำก็เคยเกิดขึ้นมาแล้วและกินเวลายาวนานถึง 20 ปี

เมื่อให้ปี 1999 เป็นการจบคลื่น C (สีน้ำเงิน) หลังจากนั้นเราก็เข้าสู่คลื่นขาขึ้น 1-2-3-4-5 ลองมาดู ลองดูภาพต่อไปนี้ ซึ่งเป็นกราฟราคาทองคำที่ต่อมาจากปี 1999 ว่าขณะนี้เราอยู่ในคลื่นอะไร



ปีสำคัญคือปี 2008-2009 ต้องพยายามนับว่าปีนั้นเป็นคลื่นอะไร ตามภาพ ลุงแมวน้ำนับเป็นคลื่น 3-4 (สีน้ำเงิน) หากเป็นเช่นนั้นก็หมายความว่าขณะนี้เรากำลังอยู่ในคลื่น 5 ซึ่งพร้อมจะจบได้ทุกเมื่อ และหากจบคลื่น 5 ไปแล้ว ก็เข้าสู่ขาลง A-B-C (สีน้ำเงิน) ขาลงนี้จะกินเวลายาวนานเพียงใด และราคาจะร่วงลงไปมากเพียงใดเป็นเรื่องที่น่าคิด

คราวนี้เอาใหม่ หากเราประเมินว่าปี 2008-2009 เป็นคลื่น 1-2 (สีน้ำเงิน) เราจะได้ภาพดังนี้



หากเป็นไปตามภาพนี้ ขณะนี้เราอยู่ในคลื่น 3 (สีน้ำเงิน) และกว่าที่คลื่น 3 นี้จะจบ ราคาทองคำควรจะไม่ต่ำกว่า 1,750 ดอลลาร์/ออนซ์ ตามกฎของคลื่นที่ว่าคลื่น 3 ต้องไม่สั้นที่สุด ดังนั้นความสูงของคลื่น 3 ไม่ควรต่ำกว่าความสูงของคลื่น 1

ที่ลุงแมวน้ำเคยมองเอาไว้เดิมเป็นแบบแรก จะถูกหรือผิดเวลาจะเป็นผู้ตอบคำถามนี้ แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้ ดังนั้นลุงแมวน้ำจึงมักเตือนว่าควรเทรดด้วยความไม่ประมาทและเทรดด้วยความเมตตา นักลงทุนส่วนใหญ่มักไม่ถนัดเรื่องการนับคลื่น ดังนั้นหากไม่ถนัดเรื่องการนับคลื่นควรสังเกตสัญญาณกลับทิศแนวโน้ม (trend reversal signal) พร้อมทั้งเทรดด้วยการใช้สัญญาณซื้อขายกำกับจึงจะค่อนข้างปลอดภัย ทองคำกับน้ำมันดิบแกว่งตัวแรง การเทรดทองคำกับน้ำัมันดิบให้ได้กำไรจึงค่อนข้างยาก

Friday, August 6, 2010

05/08/2010

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 874.92 จุด เพิ่มขึ้น 7.58 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้มีสัญญาณซื้อ BH ขณะนี้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งหมด 47 ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

ด้านดัชนีตลาดต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย ดัชนีประเทศปิดบวกบ้างลบบ้างกระจายกันไป

Thursday, August 5, 2010

04/08/2010

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 867.34 จุด เพิ่มขึ้น 2.86 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้มีสัญญาณซื้อ BGH, BIGC ขณะนี้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งหมด 46 ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้มีสัญญาณซื้อโกโก้ (CC)

ด้านดัชนีตลาดต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย ดัชนีประเทศปิดบวกบ้างลบบ้างกระจายกันไป

Wednesday, August 4, 2010

03/08/2010 * CL, DBO

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 864.48 จุด เพิ่มขึ้น 1.30 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย ขณะนี้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งหมด 44 ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

ด้านดัชนีตลาดต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย ดัชนีประเทศปิดบวกบ้างลบบ้างกระจายกันไป

น้ำมันดิบเมื่อดูจากกราฟของฟิวเจอร์สน้ำมันดิบ (CL) แม้ราคาจะมีทิศทางเป็นขาขึ้นเนื่องจากมีท้องคลื่นที่ยกสูงขึ้น (higher trough) แต่เมื่อพิจารณาจากกรอบของ SEC แล้วราคากำลังขึ้นไปติดกรอบบนพอดี จะมีการแกว่งลงไปข้างล่างอีกหรือไม่คงต้องคอยดูกัน



ทางด้านกราฟของ PowerShares DB Oil (DBO) อันเป็นกองทุนอีทีเอฟของดอยท์ชแบงก์ที่จดทะเบียนเทรดในตลาดนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นกองทุนแม่ที่กองทุนของไทยจัดตั้งกองทุนน้ำมันขึ้นมาและนำเงินไปลงทุนในกองทุนอีทีเอฟนี้ อย่างเช่น K-Oil ก็ลงทุนใน DBO สังเกตดูว่าผลิตภัณฑ์คือน้ำมันดิบเช่นกัน แต่ว่ากราฟจะแตกต่างจากกราฟของ CL ไปบ้าง อย่างเช่นสองวันที่ผ่านมา DBO สร้างช่องว่าง (gap) อันเกิดจากการกระโดดของราคา แต่ CL ไม่มี gap รวมทั้งความชันของ SEC ก็แตกต่างกัน หากพิจารณาจากกราฟของ DBO ก็น่าจะตีความได้ว่าน้ำมันดิบมีโอกาสที่จะขึ้นต่อแรงเนื่องจากราคาทะลุกรอบบนของ SEC ขึ้นไแล้วอีกทั้งเกิด runaway gap ดังนั้นราคาไม่น่าแกว่งตัวลงมายังกรอบล่างอีก แต่ลุงแมวน้ำตั้งข้อสังเกตว่าอย่าเพิ่งชะล่าใจเนื่องจากกราฟ DBO เกิด gap อยู่บ่อยๆ (คล้ายๆกับกราฟของยางพาราที่เกิด gap บ่อยจนไม่มีความหมายอะไร) หรืออย่างเช่นกราฟ CL ที่เกิดรูปแบบแท่งเทียนขาวใหญ่ (big white candle) และแท่งเทียนดำใหญ่ (big black candle) บ่อยๆจนรูปแบบทั้งสองนี้ไม่ได้มีความหมายอะไรนักเมื่อปรากฏอยู่ในกราฟ CL ดังนั้น gap ที่เกิดขึ้นอาจไม่มีความหมายอะไรพิเศษ เป็นเรื่องปกติของกราฟราคา DBO ก็ได้ นี่คือความละเอียดอ่อนของการตีความจากกราฟ ต้องพิจารณาให้รอบคอบ และเวลาเท่านั้นที่จะเป็นคำตอบ



พอร์ตการลงทุนของ โครงการลงทุนเพื่อการเกษียณอายุ บำนาญสร้างเองของลุงแมวน้ำ ปรับปรุงยอด ณ 31/07/2010 สามารถคลิกดูได้ที่เมนูด้านขวาใต้สารบัญ

Tuesday, August 3, 2010

02/08/2010 * DJI, MSCI World Index

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 863.18 จุด เพิ่มขึ้น 7.35 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้มีสัญญาณซื้อ IVL, KSL ขณะนี้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งหมด 44 ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้มีสัญญาณซื้อยางโตคอม (Tocom rubber, JP@IR) ยางญี่ปุ่นเกิดสัญญาณซื้อช้ากว่ายางไทยหลายวันทีเดียว

ด้านดัชนีตลาดต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย ดัชนีประเทศต่างๆในรายงานเขียวยกแผง ส่วนใหญ่ปิดเกินกว่า 1% ยกเว้นนิกเกอิของญี่ปุ่นที่ปิดบวกไม่มาก

เมื่อวันก่อนเราดูกราฟของดัชนีดาวโจนส์ (DJI) ของสหรัฐอเมริกา พร้อมทั้งดัชนี MSCI World Index ที่ดูแทนด้วยกองทุน IWRD และพบว่าอาจมีการกลับทิศเป็นขาขึ้นอีกครั้งหนึ่ง มาวันนี้ การกลับทิศดูชัดเจนขึ้นเนื่องจากมีการผ่านกรอบบนของ SEC (standard error channel) ไปได้ หลังจากจากนั้นย่อลงมาสองสามวัน จากนั้นไปต่อ พร้อมทั้งเกิดสัญญาณแท่งเทียนขาวใหญ่ (big white candle) ดังภาพต่อไปนี้



ดาวโจนส์จะไปถึงไหนคงตอบได้ยาก แต่ขั้นแรกคงต้องดูที่ด่านแนวต้านเดิมเสียก่อน นั่นคือ 11,205 จุด ผ่านได้แล้วจึงค่อยมาประเมินกันอีกครั้ง

ทางด้าน MSCI World Index ก็เกิดรูปแบบที่ใกล้เคียงกัน



ส่วนดัชนี SET ของไทยนั้นอาจไม่ตาม DJI เสมอไป อย่างเช่นในช่วงที่ผ่านมา DJI ร่วง หุ้นประเทศอื่นๆตก แต่ SET ของไทยก็ไม่ค่อยลงตามไปด้วย เมื่อไม่ลงตามกัน ตอนขึ้นก็ํอาจไม่ขึ้นตามกัน ควรดูเทคนิคจากกราฟของของ SET, S50 โดยตรง

เมื่อวานลุงแมวน้ำเข้าไปดูเว็บไซต์ของ ดร.ปัญญา เปรมปรีดิ์ www.drpunya.com หลังจากที่ไม่ได้เข้าไปเสียนาน เว็บไซต์นี้เป็นเว็บไซต์แรกๆที่ลุงแมวน้ำใช้ศึกษาหาความรู้ทางด้านเทคนิคซึ่งเมื่อก่อนหน้านั้นลุงแมวน้ำก็เทรดด้วยระบบตามใจฉันหรือบางทีก็ตามใจมาร์ ก็มาได้ความรู้ หลักการ และแนวความคิดทางด้านการวิเคราะห์ทางเทคนิคจากอาจารย์ปัญญานี่เอง แม้ลุงแมวน้ำจะไม่เคยพบท่านเป็นการส่วนตัวแต่ก็ถือว่าท่านเป็นครูคนหนึ่ง เป็นครูที่เมตตาและไม่หวงวิชาเลยทั้งๆที่วิชานี้เป็นวิชาหาเงิน หลายคนเปิดสอนคิดค่าเรียนกันเป็นสี่หลักห้าหลัก

เมื่อลุงแมวน้ำเข้าไปในเว็บไซต์ www.drpunya.com ก็พบว่าไม่ได้ปรับปรุงมานาน เมื่อดูในเว็บบอร์ดจึงทราบว่าอาจารย์ป่วยมาหลายเดือนแล้ว และขณะนี้ออกจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นอยู่ที่บ้าน จึงขอส่งข่าวมายังผู้ที่เคยติดตามเว็บของอาจารย์ปัญญา เผื่อว่าจะท่านใดอาจจะต้องการโทรศัพท์ไปเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจท่าน หรือหากไม่สะดวกอาจใช้วิธีโพสต์ข้อความลงในเว็บบอร์ดของอาจารย์ก็ได้ http://www.drpunya.com/boardphp/web_board.php3

Monday, August 2, 2010

30/07/2010 * Agriculture (DBA), Currencies

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 855.83 จุด เพิ่มขึ้น 0.15 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้มีสัญญาณซื้อฝ้าย (CT)

ด้านดัชนีตลาดต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย ดัชนีประเทศต่างๆในรายงานส่วนใหญ่ปิดลบกันไม่มา่ก ลงไปไม่ถึง 1%

ทางด้านกองทุนอีทีเอฟ PowerShares DB Agriculture (DBA) ที่เราใช้เป็นตัวแทนในการดูแนวโน้มของดัชนีราคาสินค้าเกษตรของดอยทช์แบงค์ (Deutsch Bank Agriculture USD Index) ราคากำลังดีวันดีคืนหลังจากที่ราคาตกต่ำและพักตัวอยู่กว่า 1 ปี ขณะนี้น่าจะเป็นคลื่นต้นๆ (น่าจะเป็นคลื่น 1 หรือต้นคลื่น 3) ดังที่ได้เคยคุยกันไปแล้ว



ทางด้านค่าเงินตรา ช่วงที่ผ่านมาเงินดอลลาร์ สรอ อ่อนตัวลงไป เงินบาทไทยค่อยๆแข็งค่าขึ้นทีละน้อย เงินยูโรหลังจากที่ย่ำแย่หนักก็ค่อยดีขึ้น จากกราฟ ขณะนี้เงินตราสกุลที่แกร่งที่สุดคือเงินเยนของญี่ปุ่น รองลงมาคือเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย และเมื่อสังเกตจากกราฟจะเห็นว่าช่วงที่ผ่านมาเงินยูโรกับดอลลาร์ออสเตรเลียค่อนข้างอ่อนไหว มีการการแกว่งตัวค่อนข้างแรง



Friday, July 30, 2010

29/07/2010

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 8554.59 จุด เพิ่มขึ้น 0.81 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้มีสัญญาณซื้อ PSL ขณะนี้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งหมด 42 ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย กลุ่มสินค้าเกษตร 7 ตัวหลัก ทองคำ น้ำมันดิบ ยางพารา ปิดบวกทั้งสิ้น ยกเว้น ฟิวเจอร์สของดัชนีดาวโจนส์ (DJ) กับดัชนีดอลลาร์ สรอ (DX) โดยเฉพาะ DX ร่วงหนักจนถึงระดับ fibonacci 78.6% แล้ว คงต้องดูว่าจะหลุดระดับนี้ไปหรือไม่

ด้านดัชนีตลาดต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย ดัชนีประเทศต่างๆในรายงานมีทั้งปิดบวกและปิดลบแต่บวกลบไม่มาก

Thursday, July 29, 2010

28/07/2010 * SET

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 853.78 จุด เพิ่มขึ้น 0.10 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย ขณะนี้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งหมด 41

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้มีสัญญาณซื้อฟิวเจอร์ส TTA และ กาแฟ (KC)

ด้านดัชนีตลาดต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

เมื่อวานลุงแมวน้ำปรับปรุงการนับคลื่นราคายางพาราเสียใหม่ วันนี้ลองมาทบทวนดูการนับคลื่นของ SET กัน ลองดูภาพต่อไปนี้



ภาพนี้เป็นการนับคลื่นที่นับเอาไว้แต่เดิม คือเดิมลุงแมวน้ำมองว่าในระดับคลื่นใหญ่ (ชุดสีน้ำเงิน)ยอดคลื่น 5 (สีน้ำเงิน) ได้จบไปตั้งแต่เมื่อ 29/10/2007 ที่ระดับดัชนี 915.30 จุด และขณะนี้เราอยู่ในคลื่น B ซึ่งคลื่น B มีเพียง 3 คลื่นย่อย

ลุงแมวน้ำประเมินว่าเราจบคลื่น 3 (สีน้ำตาล) อันเป็นการจบคลื่น B (สีน้ำเงิน) ไปแล้วตั้งแต่เมื่อ 07/04/2010 ที่ระดับดัชนี 812.63 จุด แต่ปรากฏว่าหลังจากนั้นดัชนี SET ยังไปต่อ แปลว่าที่ประเมินเอาไว้ว่าจบคลื่น B (สีน้ำเงิน) ไปแล้วยังไม่ถูกต้อง

แต่อย่างไรก็ดี ลุงแมวน้ำยังมองว่าเรายังอยู่ในคลื่น B (สีน้ำเงิน) เพียงแต่อาจต้องปรับการนับคลื่นย่อยภายในเสียใหม่เพื่อให้มีไม่เกิน 3 คลื่นย่อย ยังไม่ถึงกับมองว่าเราจบ A-B-C ไปแล้ว สมมติว่าถ้าเราจบ A-B-C ไปแล้วแปลว่าขณะนี้เราน่าจะอยู่ในคลื่น 3 ขาขึ้น ซึ่งยังไปต่อได้จนถึงคลื่น 5

ปัจจัยที่จะทำให้ลุงแมวน้ำเปลี่ยนมุมมองใหม่อยู่ที่ SET ที่ระดับ 915.30 จุดนั่นเอง หากต่อไปดัชนี SET ผ่านระดับนั้นไปได้ จึงจะแสดงว่าเราจบคลื่น A-B-C ไปแล้วจริง และน่าจะอยู่ในคลื่น 3 ซึ่งเรื่องนี้คงต้องดูกันต่อไป

Wednesday, July 28, 2010

27/07/2010 * RSS, Tocom Rubber

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 853.68 จุด เพิ่มขึ้น 13.44 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้มีสัญญาณซื้อ BANPU, ESSO, PTT, PTTEP, SCC, TOP, TTA ตัวใหญ่ๆทั้งนั้น ขณะนี้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งหมด 41 ตัว S50 และ SET50 basis ขณะนี้เป็น 6.05

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้มีสัญญาณซื้อฟิวเจอร์ส PTTEP, TTA และ ยางพารา (RSS) ลุงแมวน้ำตัดสินใจปิดสัญญาขาย (cover short position) และเปิดสัญญาซื้อ (open long position)RSS ไป

ด้านกองทุนอีทีเอฟ วันนี้มีสัญญาณซื้อ ENGY

ด้านดัชนีตลาดต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

วันนี้เราลองมาวิเคราะห์เชิงเทคนิคของยางพารา ทั้ง RSS3 และ Tocom Rubber กัน

ก่อนอื่นคงต้องเท้าความกันก่อน หากจะดูในภาพใหญ่เราต้องดูกันที่กราฟของยางญี่ปุ่น ทั้งนี้ เนื่องจากยางญี่ปุ่นสะสมข้อมูลมายาวนาน ส่วนยางไทย RSS ของตลาด AFET นั้นเพิ่งมีข้อมมูลไม่กี่ปีมานี้เอง

เมื่อตอนต้นปี 2010 ลุงแมวน้ำประเมินว่าขณะนี้เราได้จบคลื่น 5 (สี้น้ำเงิน) อันเป็นคลื่นระดับใหญ่ไปแล้วตั้งแต่เมื่อกลางปี 2008 และจบคลื่น A (สีน้ำเงิน) ไปแล้วเมื่อปลายปี 2008 ขณะนี้เรากำลังอยู่นคลื่น B (สีน้ำเงิน) ตามภาพต่อไปนี้



เหตุที่ประเมินว่าเพิ่งจบคลื่น A (สีน้ำเงิน) ก็เพราะว่ากรอบเวลายังสั้นอยู่ ภายในเวลาไม่ถึงปีการทำ A-B-C ในระดับคลื่นใหญ่เป็นไปได้ยาก

หลังจากได้ภาพกว้างมาแล้ว ลุงแมวน้ำก็มานับคลื่นยางไทย RSS ให้สอดคล้องกับยางโตคอม โดยในตอนต้นปี 2010 ได้เป็นดังนี้



ประเด็นของเราก็คือเรากำลังมองว่าเมื่อไรจะจบ B (สีน้ำเงิน) ปกติคลื่น B นี้ไม่ควรสูงเกิน 107.80 บาท เนื่องจากที่ระดับราคานี้เป็นยอดคลื่น 5 (สีน้ำเงิน)ปกติคลื่น B ต้องไม่สูงกว่าคลื่น 5

ต่อมาเมื่อเวลาผ่านไป ล่าสุดเราได้กราฟราคาของยางโตคอมกับยางไทยเป็นดังนี้





ในเดือนเมษายน 2010 ราคายางพาราทำยอดคลื่นใหม่ เมื่อพิจารณาจากกราฟยางโตคอมก็ยังพอสันนิษฐานได้ว่า ณ เดือนเมษายน 2010 นี้ราคายางทำยอดคลื่น B (สีน้ำเงิน)

แต่เมื่อมาพิจารณากราฟราคายางไทย RSS พบว่าที่เดือนเมษายนนี้ยางพาราคาทำราคาสูงสุดที่ยอดคลื่น 113.85 บาท ซึ่งเป็นยอดคลื่นที่สูงกว่ายอดคลื่น 5 เราจะมองว่าเป็นยอดคลื่น B (สีน้ำเงิน) คงไม่ได้แล้ว

นี่คือตัวอย่างของความขัดแย้งของกราฟราคาแม้จะเป็นสินค้าตัวเดียวกันก็ตาม และเมื่อเป็นเช่นนี้ เราควรวินิจฉัยว่ายอดคลื่นที่เดือนเมษายน 2010 นี้เป็นยอดคลื่นอะไร

ถ้ายังพยายามมองยอดคลื่นนี้ให้เป็นยอดคลื่น B ก็จะมีปัญหากับกราฟยางโตคอม ทางที่เป็นไปได้ก็คือต้องอธิบายว่าคลื่น C (สีน้ำเงิน) ได้จบไปแล้วตั้งแต่ปลายปี 2008 และหลังจากนั้นเราก็เข้าสู่คลื่นขาขึ้น 1-2-3-4-5 โดยเมื่อเดือนเมษายน 2010 เป็นยอดคลื่น 3 และขณะนี้เรากำลังอยู่ในคลื่น 4 เตรียมที่จะเข้าสู่คลื่น 5 หากอธิบายเช่นนี้ก็จะอธิบายกราฟราคาของยางโตคอมและยางไทยได้ทั้งคู่

อีกประการ หลังจากยอดคลื่นเมื่อเดือนเมษายน 2010 รูปแบบของราคาหลังจากนั้นแกว่งไปมา เกิดสัญญาณหลอกหลายครั้งหลายหน รูปแบบเช่นนี้เหมาะกับคลื่น 4 มากกว่าที่จะเป็นคลื่น C ดังนั้นลุงแมวน้ำจึงต้องปรับการนับคลื่นใหม่เป็นว่าขณะนี้เราอยู่ในคลื่น 4

ถามว่าคลื่น 4 จะจบลงเมื่อไร ลุงแมวน้ำก็ตอบไม่ได้ แต่จากช่วงที่ผ่านมาเกิดสัญญาณหลอกหรือ false signal หลายรอบ รวมทั้งรูปแบบราคาก่อตัวเป็นรูปสามเหลี่ยมชายธง เป็นไปได้เหมือนกันว่าเมื่อได้ที่มีการฝ่าทะลุปลายชายธงออกไปได้ก็จะเข้าสู่คลื่น 5 ดังนั้นสัญญาณซื้อของยาง RSS ที่เกิดขึ้นในวันนี้ลุงแมวน้ำจึงไม่กล้าประมาทว่ามันเป็น false signal อาจเป็นการเริ่มคลื่น 5 ก็ได้ และหากเป็นคลื่น 5 จริงก็ยังมีโอกาสให้ทำกำไรได้อีกเนื่องจากราคาต้องไปถึงอย่างน้อยเท่ากับยอดคลื่น 3 หรือ 113.85 บาท ดังนั้นลุงแมวน้ำจึงตัดสินใจปิดสัญญาขายและเปิดสัญญาซื้อไป โอกาสที่จะเป็นสัญญาณหลอกอีกมีอยู่ร้อยละ 25

Tuesday, July 27, 2010

23/07/2010 - 26/7/2010 * DJI, MSCI World Index, MSCI Emerging Markets Index

23/07/2010

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 840.24 จุด เพิ่มขึ้น 7.23 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้มีไม่มีสัญญาณซื้อขาย ขณะนี้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งหมด 34 ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้มีสัญญาณซื้อฟิวเจอร์สของดัชนีดาวโจนส์ (DJ) ลุงแมวน้ำตัดสินใจปิดสัญญาขาย (cover short position) และเปิดสัญญาซื้อ (open long position)

ด้านดัชนีตลาดต่างประเทศ วันนี้ดัชนีดาวโจนส์ (Dow Jones, DJI) ของสหรัฐอเมริกาเกิดสัญญาณซื้อ

ดังที่ลุงแมวน้ำเคยประเมินเอาไว้ว่าเป็นไปได้ว่าขณะนี้ดัชนีดาวโจนส์จบคลื่น 3 (สีน้ำตาล) อันเป็นการจบคลื่น B (สีน้ำเงิน) ไปแล้ว และขณะนี้เรากำลังอยู่ในคลื่นขาลง C (สีน้ำเงิน) แต่ทำไมลุงแมวน้ำจึงยังตัดสินใจเปิดสัญญาซื้อ DJ เหตุผลก็คือรูปแบบของคลื่นในดัชนีดาวโจนส์นั้นอ่านได้ยาก รูปแบบของคลื่นโดยทั่วไปที่อ่านได้ง่ายที่สุดก็คือรูปแบบซิกแซก (zigzag) โดยจังหวะของลูกคลื่นจะเป็น 1-2-3-4-5-A-B-C คลื่น 1,3,5,A,C เป็น motive wave หรือว่าคลื่นในทิศทางหลัก ส่วนคลื่น 2,4,B เป็น reactive wave หรือคลื่นสวนทางหรือคลื่นปรับฐานนั่นเอง

แต่ในความเป็นจริงแล้วธรรมชาติของคลื่นราคาไม่ได้มีเพยีงแต่รูปแบบซิกแซก แต่ยังมีรูปแบบย่อยอื่นๆอีก โดยเฉพาะ reactive wave ก็มีคลื่นย่อยอีกกว่ายี่สิบแบบ ซึ่งบางรูปแบบก็นับได้ยาก ต้องเกิดไปแล้วจึงจะเห็น ตอนที่เกิดอยู่ก็ดูไม่ออก ไม่รู้ว่าเป็นคลื่นอะไรกันแน่ กรอบเวลาก็มีส่วนทำให้การนับสับสนเพราะไม่รู้แน่ว่าเป็นคลื่นอะไรในกรอบเวลาขนาดไหน

เมื่อการนับคลื่นเป็นจิตวิสัยค่อนข้างมาก เอาแน่นอนได้ยาก ด้วยเหตุนี้เองลุงแมวน้ำจำต้องอาศัยเป็นเครื่องมือประกอบเท่านั้น เครื่องมือหลักก็คือสัญญาณซื้อขายนั่นเอง ประกอบกับการดูสัญญาณการกลับทิศ (trend reversal signal) เมื่อมีสัญญาณที่บ่งชี้การกลับทิศหลายๆอย่างประกอบกันก็ต้องปรับกลยุทธ์การเทรดเสียใหม่

ขณะนี้สัญญาณการกลับทิศของดัชนีดาวโจนส์ที่เห็นชัดมีดังนี้
  1. การหลุดกรอบของ SEC (standard error channel)
  2. ท้องคลื่นยกสูงขึ้น (rising trough)
มีเพียง 2 ประการที่เห็นชัด ส่วนเหตุผลรองที่ลุงแมวน้ำใช้ประกอบการพิจารณาในครั้งนี้ก็คือ
  1. DJI เกิดสัญญาณหลอก (false signal) มาแล้วติดกัน 2 ครั้ง โอกาสที่จะเกิดสัญญาณหลอก 3 ครั้งติดกันมีร้อยละ 25 ซึ่งจะว่าน้อยก็ไม่น้อย แต่จะว่ามากไม่มาก ลุงแมวน้ำกลัวตกรถ
  2. กราฟของ MSCI World Index (ดูด้วยกองทุน IWRD แืทน) และ MSCI Emerging Markets Index (ดูด้วยกองทุน EEM แทน) ก็มีแนวโน้มว่าจะกลับทิศเช่นกัน
  3. TED Spread และ LIBOR-OIS Spread ลดลง








ด้วยเหตุนี้ลุงแมวน้ำจึงเผื่อใจเอาไว้ว่าอาจจะนับคลื่นผิด ดังนั้นจึงต้องเทรดตามน้ำไปก่อน หากครั้งนี้เปิดสัญญาซื้อแล้วกลายเป็น false signal ครั้งต่อไปก็ต้องเปิดสัญญาขายตามไปอีก



26/07/2010

วันนี้ตลาด SET, AFET, TFEX ของไทยหยุดทำการเนื่องจากเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

ด้านดัชนีตลาดต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

Friday, July 23, 2010

22/07/2010 * LIBOR-OIS spread, TED spread

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 833.01 จุด เพิ่มขึ้น 2.08 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้มีสัญญาณขาย BGH, PTTEP ขณะนี้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งหมด 34 ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้มีสัญญาณซื้อน้ำมันดิบ (CL)

ด้านดัชนีตลาดต่างประเทศ วันนี้ดัชนีฟุตซี (FTSE100, FTSE) ของอังกฤษเกิดสัญญาณซื้อ

น้ำมันดิบปรับตัวขึ้นมาแรงอันน่าจะมาจากข่าวพายุที่อาจถล่มฐานขุดเจาะน้ำมันประกอบกับเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเล็กน้อย ขณะที่ตลาดหุ้นดาวโจนส์ (DJI) และตลาดหุ้นในยุโรปบวกแรง

น้ำมันดิบเกิดสัญญาณซื้อและในทางกราฟแท่งเทียนเกิดแท่งเทียนขาวใหญ่หรือที่เรียกว่า big white candle แต่ลักษณะแท่งเทียน big white candle และ big black candle ใช้ไม่ค่อยได้กับกราฟราคาน้ำมันเนื่องจากราคาน้ำมันมักขึ้นลงแรง เกิดรูปแท่งเทียนขาวใหญ่และดำใหญ่เป็นประจำ จึงบอกอะไรไม่ค่อยได้ สัญญาณซื้อและขายน้ำมันดิบที่ผ่านมาเป็น false signal ติดกันถึง 2 ครั้ง ครั้งนี้ก็ยังไม่แน่ โอกาสที่จะเป็น false signal ก็ยังมีอยู่ เนื่องจากโอกาสที่จะเกิดสัญญาณหลอกติดต่อกัน 3 ครั้งมีอยู่ร้อยละ 25 ซึ่งก็ไม่น้อย แต่เพื่อความไม่ประมาท กันตกรถ ลุงแมวน้ำจึงตัดสินใจปิดสัญญาขายและเปิดสัญญาซื้อ CL ไป

ขณะนี้ลุงแมวน้ำขาดทุนค่อนข้างหนักจากฟิวเจอร์สของน้ำมันดิบที่อยู่ในพอร์ต เนื่องจากเป็นพอร์ตจำลองลุงแมวน้ำจึงทนเทรดน้ำมันดิบไปเรื่อยๆเพื่อให้เพื่อนนักลงทุนเห็นว่าถึงแม้จะมีระบบแต่ก็ยังมีโอกาสขาดทุนได้เนื่องจากรูปแบบทางเทคนิคของน้ำมันในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาไม่เหมาะที่จะเทรดในแบบตามแนวโน้มเพราะว่าน้ำมันแกว่งตัวในลักษณะไร้ทิศทางอยู่นาน หากเป็นในชีวิตจริงลุงแมวน้ำหยุดเทรดน้ำมันดิบไปนานแล้ว หันไปเทรดอย่างอื่นแทน รอจนน้ำมันกลับมามีแนวโน้มเมื่อไรจึงค่อยกลับมาเทรด คงไม่ทนขาดทุนหนักอยู่เช่นนี้

ระยะนี้ค่า LIBOR-OIS spread และ TED spread ดูดีขึ้น กล่าวคือ ส่วนต่างลดลง อันแสดงถึงสภาพคล่องที่เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งมักส่งผลดีต่อตลาดหุ้น แต่หากพิจารณาในเชิงเทคนิคแล้วตลาดหุ้นสำคัญในโลกยังอยู่ในภาวะไร้ทิศทาง




Thursday, July 22, 2010

21/07/2010 * US Dollar Index, CL, GC

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 830.93 จุด เพิ่มขึ้น 6.92 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้มีสัญญาณขาย TUF ขณะนี้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งหมด 34 ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้มีสัญญาณขายโกโก้ (CC) กับกาแฟ (KC)

ด้านดัชนีตลาดต่างประเทศ วันนี้ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต (Shanghsi composite) ของจีนเกิดสัญญาณซื้อ

ดัชนีดอลลาร์ สรอ (US dollar index) ลงมาแถวๆ 82 หน่วย แม้ไม่แตะที่ระดับ fibonacci 78.6% พอดี แต่ก็อาจอนุโลมได้ ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่าดัชนีดอลลาร์ สรอ อาจจะจบคลื่น 4 (สีน้ำตาล) แล้ว และหากกำลังอยู่ในคลื่น 5 (สีน้ำตาล) จริง ค่าของเงินดอลลาร์จะไปได้อีกไกลพอควรทีเดียว ซึ่งน่าจะมีผลต่อราคาน้ำมันดิบและยางพารา



น้ำมันดิบ (CL) ยังนับคลื่นยากอยู่ สัญญาณขายครั้งนี้เป็นสัญญาณหลอก (false signal) หรือไม่อีกประมาณ 10 วันทำการสถานการณ์น่าจะชัดเจนขึ้น



ทองคำ (GC) ก็เช่นกัน นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังมองว่าทองคำน่าจะไปต่อไป แต่ลุงแมวน้ำกำลังสงสัยว่าเราอาจจะจบคลื่น 5 (สีน้ำตาล และสีน้ำเงิน) ไปแล้วตั้งแต่ยอดคลื่นที่ 18 มิถุนายน ที่ผ่านมา และขณะนี้เราอาจอยู่ในคลื่นขาลง A ราคาทองคำจะไปต่อและสัญญาณขายครั้งนี้เป็นสัญญาณหลอก หรือว่าสัญญาณขายครั้งนี้จะได้กำไรเนื่องจากอยู่ในคลื่น A ภายใน 10 วันทำการน่าจะเห็นอะไรได้ชัดเจนขึ้นเช่นกัน




Wednesday, July 21, 2010

20/07/2010

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 824.41 จุด ลดลง 5.99 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้มีสัญญาณขาย BIGC, ESSO, SCC ขณะนี้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งหมด 35 ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

ด้านดัชนีตลาดต่างประเทศ วันนี้ดัชนีโบเวสปา (Bovespa, BVSP) ของบราซิลมีสัญญาณซื้อ

Tuesday, July 20, 2010

19/07/2010

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 830.40 จุด เพิ่มขึ้น 2.86 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย ขณะนี้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งหมด 38 ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

ด้านดัชนีตลาดต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

Monday, July 19, 2010

16/07/2010

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 827.54 จุด เพิ่มขึ้น 6.52 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้มีสัญญาณขาย KSL ขณะนี้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งหมด 38 ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

ด้านดัชนีตลาดต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

วันนี้ตลาดแดงกันเป็นส่วนใหญ่ ทั้งนี้ จากข่าวกองทุนการเงินไอเอ็มเอฟไม่ปล่อยเงินกู้ให้แก่ฮังการี เท่าที่เห็นก็มีไทย สิงคโปร์ และอินเดียที่สามารถปิดเขียวได้ เหตุใดหุ้นไทยจึงแข็งแกร่งนักเป็นเรื่องที่น่าคิด ผู้ที่เทรดในระบบตามแนวโน้มตอนนี้คงอยู่ในสัญญาณซื้ออยู่ ก็ถือทำกำไรกันไป ส่วนผู้ที่ต้องการกระโดดเข้ามาร่วมวงเป็นรายใหม่ควรระวังเนื่องจากดัชนีมาไกลมากแล้ว

Friday, July 16, 2010

15/07/2010

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 821.02 จุด เพิ่มขึ้น 1.48 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย ขณะนี้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งหมด 39 ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

ด้านดัชนีตลาดต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

สินค้าเกษตรของต่างประเทศยังขึ้นต่อและขึ้นแรง น่าจะอยู่ในคลื่น 3 ย่อย ดัชนีหลักทรัพย์ของประเทศต่างๆที่ทยอยกันเป็นสัญญาณซื้อเกรงว่าจะเป็นสัญญาณหลอก (false signal)

Thursday, July 15, 2010

14/07/2010

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 819.54 จุด ลดลง 2.19 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย ขณะนี้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งหมด 39 ตัว ที่น่าสังเกตคือเบสิสของ SET50 กับ S50 ขณะนี้เท่ากับ 7.23 เบสิสเป็นบวกมากขนาดนี้มักเกิดในตลาดขาลงที่ฟิวเจอร์สไหลลงนำหน้า SET50 ไปก่อน

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้มีสัญญาณซื้อโกโก้ (CC)

ด้านดัชนีตลาดต่างประเทศ วันนี้ดัชนีแดกซ์ (DAX) ของเยอรมนีเกิดสัญญาณซื้อ

Wednesday, July 14, 2010

13/07/2010 * DX

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 817.35 จุด ลดลง 2.26 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้มีสัญญาณซื้อ SCB ขณะนี้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งหมด 39 ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

ด้านดัชนีตลาดต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

ดัชนีดอลลาร์ สรอ (US Dollar Index) วันนี้แกว่งตัวค่อนข้างแรง และในที่สุดมาปิดที่แถวๆระดับ fibonacci ที่ 61.8% เป็นไปได้ที่ดัชนีดอลลาร์ สรอ อาจจบคลื่น 4 (สีน้ำตาล) แถวๆนี้ และเข้าสู่คลื่น 5 (สีน้ำตาล) แต่ถ้าหากระดับราคา 83.5 หน่วยรับไม่อยู่ก็อาจลงไปถึงระดับ fibonacci 78.6% คือที่ประมาณ 82 หน่วย



Tuesday, July 13, 2010

12/07/2010

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 819.61 จุด ลดลง 0.99 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้มีสัญญาณขาย TUF ขณะนี้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งหมด 38 ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

ด้านดัชนีตลาดต่างประเทศ วันนี้ดัชนีอลลออร์ดิแนรีส์ (All Ordinaties, AORD) และดัชนีเซนเซกซ์ (SENSEX, BSESN) ของอินเดียเกิดสัญญาณซื้อ