Friday, December 24, 2010

23/12/2010 * currencies, การลงทุนแบบเฉลี่ยต้นทุน (DCA หรือ BCA) (5)

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 1021.27 จุด เพิ่มขึ้น 2.13 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้มีสัญญาณซื้อ GLOW และมีสัญญาณขาย PTTEP ขณะนี้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งหมด 28 ตัว

กลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

ด้านตลาดต่างประเทศ วันนี้ตลาดสำคัญทั่วโลกที่มีอยู่ในรายงานส่วนใหญ่ปิดแบบเขียวนิดแดงหน่อยเช่นเมื่อวาน ไม่มีอะไรน่าหวือหวา น่าจะเป็นเพราะใกล้ช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ที่เป็นวันหยุดยาว ทุกคนเตรียมตัวพักผ่อน ทุกอย่างจึงดูทรงๆเพื่อรอให้ผ่านช่วงเทศกาลไปก่อน ส่วนดัชนีของจีนและหั่งเส็งของฮ่องกงยังลงต่อแต่ว่าไม่แรงนัก

ทางด้านค่าเงิน ช่วงนี้ค่าเงินดอลลาร์ สรอ ค่อยๆแข็งค่าขึ้น เมื่อดูจากรูปแบบทางเทคนิคแล้วน่าจะยังไปต่อได้อีก ส่วนค่าเงินสกุลอื่นๆรวมทั้งทองคำก็อ่อนค่าลงผกผันกับค่าเงินดอลลาร์ เงินดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) กับดอลลาร์แคนาดา (CAD) อ่อนค่าลงไม่มาก ผกผันกับดอลลาร์ สรอ ค่อนข้างน้อย ส่วนเงินยูโร (EUR) กับเงินปอนด์ของอังกฤษ (GBP) อ่อนค่าลงค่อนข้างเร็วและแรง




การลงทุนแบบเฉลี่ยต้นทุน (DCA หรือ BCA) (5)

เมื่อวานลุงแมวน้ำคำนวณพอร์ตลงทุนที่ออมหุ้นด้วยวิธีเฉลี่ยต้นทุน (BCA) โดยออมเดือนละ 1,000 บาททุกเดือนจนเวลาผ่านไป 4 ปี พอร์ตของลุงแมวน้ำขาดทุนไป 61% เงินต้นที่ลงไป 49,000 บาทเหลืออยู่เพียง 19,000 บาทเนื่องจากดัชนีหุ้นเป็นขาลงมาโดยตลอด 4 ปี ดัชนีไหลจาก 1682.85 จุด จนเหลือ 372.69 จุด ซึ่งลุงแมวน้ำก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะมีสักกี่คนที่อดทนต่อความกดดันทางจิตใจและรักษาวินัยเอาไว้ได้ หรือถึงแม้รักษาวินัยการออมเอาไว้ได้ลุงแมวน้ำก็ไม่แน่ใจว่าจะคุ้มกับสุขภาพจิตที่เสียไปหรือไม่

ทีนี้สมมติว่าลุงแมวน้ำอดทนออมมาได้ตลอดจนถึงปัจจุบัน คือเดือนธันวาคม พ.ศ. 2553 (2010) ลองมาดูการสรุปพอร์ตในปลายปีแต่ละปีกันว่าในแต่ละปีพอร์ตของลุงแมวน้ำมีกำไรสะสมหรือขาดทุนสะสมเท่าไร ข้อมูลสรุปของแต่ละปีจะประกอบด้วย ปี ค.ศ. กำไร/ขาดทุนสะสมคิดเป็นจำนวนเงิน และกำไร/ขาดทุนสะสมคิดเป็นร้อยละ



และหากนำมาพล็อตเป็นกราฟกำไร/ขาดทุนสะสมเทียบกับดัชนี SET ก็จะได้เป็นภาพดังนี้



จะเห็นว่าพอร์ตของลุงแมวน้ำขาดทุนอย่างหนักมาจนถึงปี พ.ศ. 2543 (2000) คิดเป็นเวลาการออม 7 ปี หลังจากนั้นพอร์ตของลุงแมวน้ำจึงเริ่มขาดทุนน้อยลง (ยังขาดทุนอยู่แต่ว่าขาดทุนน้อยลง) จากนั้นในปี 2546 (2003) จึงเป็นปีแรกที่พอร์ตเริ่มมีกำไร ซึ่งเท่ากับว่าออมมาแล้ว 10 ปีจึงเริ่มมีกำไร

และที่น่าสังเกตอย่างยิ่งก็คือในปี 2550 (2007) เป็นปีที่พอร์ตของลุงแมวน้ำกลับมาทำกำไรได้ถึง 62% หรือคิดเป็นเิงินกำไรถึงแสนกว่าบาท ดัชนี SET ไปถึงระดับ 900 กว่าจุด แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ดัชนีจึงไหลลงไปอยู่ที่ระดับ 400 กว่าจุดในปี 2551 (2008) พอร์ตของลุงแมวน้ำที่กำไรอยู่แสนกว่าบาทกลับไปขาดทุนถึงเกือบ 30,000 บาท ซึ่งเหตุการณ์นี้เปรียบได้กับคนที่ชีวิตล้มลุกคลุกคลานมาตลอด 14 ปีแห่งการออม พอถึงคราวจะลืมตาอ้าปากได้บ้างเคราะห์กรรมก็มาซ้ำเติมจนล้มลงไปอีกครั้งหนึ่ง จะมีสักกี่คนที่จะทำใจยอมรับได้ว่าการออม 14 ปีที่ผ่านมาไม่เกิดผลและเหมือนกับว่าต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่อีกครั้งหนึ่ง (อย่าเพิ่งดูกราฟไปถึงปี 2009, 2010)

(โปรดติดตามตอนสุดท้ายในวันถัดไป ลุงแมวน้ำจะนำพอร์ตการออมแบบเฉลี่ยต้นทุนที่มีกำไรมาให้ดู)



No comments: