Wednesday, May 26, 2010

25/05/2010 * Agriculture, RR, WBR5, RSS3

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 721.29 จุด ลดลง 23.02 จุด หรือคิดเป็นร้อยละก็ 3.09% ต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่องกันเป็นวันที่ 14

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้เกิดสัญญาณขายทั้งหมด 11 ตัว ได้แก่ IRPC ขณะนี้ถือหุ้นอยู่ทั้งหมด 8 ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

ด้านตลาดต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย ดัชนีทุกตัวในรายงานอยู่ในภาวะขาลง (downtrend) ทั้งหมด ซึ่งสามารถสะท้อนสภาวการณ์ของตลาดโลกได้เป็นอย่างดี

ตลาดหุ้นเป็นขาลง น้ำมันก็ลง แล้วตลาดสินค้าเป็นอย่างไร วันนี้เราจะมาดูแนวโน้มของราคาสินค้าเกษตรกัน

ถ้านักลงทุนเดินตลาดและจ่ายกับข้าวเองจะพบว่าในช่วงที่ผ่านมาราคาสินค้าเกษตรพวกพืชผักและธัญญาหารในบ้านเรามีราคาสูงขึ้น และมีแนวโน้มว่าราคาสินค้าเกษตรจะสูงขึ้นไปอีก สาเหตุหากจะตอบแบบกำปั้นทุบดินก็คึือผลผลิตตกต่ำ อันเป็นไปตามหลักอุปสงค์อุปทาน ผลผลิตน้อยออกมาราคาก็ย่อมสูง ส่วนสาเหตุที่ผลผลิตน้อยนั้นเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ ภัยแล้ว น้ำท่วม อุณหภูมิไม่เหมาะสม โรคและแมลงระบาด ฯลฯ ส่งผลให้ผลผลิตตกต่ำ

แต่สำหรับผู้ที่เทรดฟิวเจอร์สสินค้าเกษตรจะพบว่าราคาสินค้าเกษตรในในช่วงที่ผ่านมาตกเอาๆ ไม่ใช่เป็นเฉพาะแต่ข้าวและยางพาราที่มีเทรดกันในบ้านเราเท่านั้น แต่สินค้าเกษตรตัวสำคัญในตลาดโลก เช่น ข้าวสาลี ถั่วเหลือง ข้าวโพด น้ำตาลทราย ฯลฯ ราคาก็ร่วง ผู้ที่ลงทุนในกองทุนพวกสินค้าเกษตรเจ็บตัวกันเป็นแถว

ถ้าเช่นนั้นแนวโน้มของสินค้าเกษตรจะเป็นอย่างไร?

ก่อนอื่นเรามาดูในภาพรวมกันก่อน กราฟรูปต่อไปนี้คำนวณเลียนแบบดัชนีราคาสินค้าเกษตรของดอยทช์แบงค์ (Deutsch Bank Agriculture USD Index) เป็นกราฟที่เกิดจากราคาสินค้าเกษตรหลัก 7 ชนิดเอามาถัวเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักกัน ได้แก่ ข้าวสาลี ข้าวโพด ถั่วเหลือง น้ำตาลทราย โกโก้ กาแฟ และฝ้าย ซึ่งกองทุนด้านสินค้าเกษตรในบ้านเราใช้เป็นดัชนีอ้างอิง



จากการนับคลื่น คาดว่าขณะนี้เราน่าจะอยู่ในคลื่นใหญ่ 4 หรือไม่อย่างนั้นก็เป็นคลื่น A ดังนั้นราคาสินค้าเกษตรในช่วงที่ผ่านมาจะเป็นการไหลลงมาจากยอดตลื่น 3 (หรือยอดคลื่น 5) จากนั้นแกว่งตัว ราคาสินค้าเกษตรจะขึ้นต่อไปได้อีกเมื่อเข้าสู่คลื่น 5 (หรือคลื่น B)

จากภาพ ลุงแมวน้ำมองว่าเราน่าจะอยู่ในคลื่น 4 มากกว่าอยู่ในคลื่น A ซึ่งหากเป็นไปตามนี้ ต่อไปราคาสินค้าเกษตรจะขึ้นได้อีกไกล แต่ถ้าขณะนี้อยู่ในคลื่น A ต่อไปเมื่อเข้าสู่ B ราคาก็ขึ้่นได้ แต่อาจไปได้ไม่ไกล

เมื่อเห็นสินค้าเกษตรในภาพใหญ่แล้ว คราวนี้เราลองมาดูราคาข้าวในภาพใหญ่กันต่อ

ข้าว (WBR5) เนื่องจากตลาดสินค้าเกษตรของเราเพิ่งเปิดได้เพียงไม่กี่ปี ดังนั้นข้อมูลย้อนหลังจึงยังมีไม่มาก เราลองไปดูข้าว RR ของตลาด CBOT แทน แม้จะเป็นข้าวคนละชนิดกันแต่ก็พอให้แนวคิดในภาพใหญ่ได้ ลองดูภาพต่อไปนี้



จากภาพ ในระดับคลื่นใหญ่ ขณะนี้เราน่าจะอยู่ในคลื่น 4 หรือไม่ก็ A แต่ลุงแมวน้ำมองว่าน่าจะเป็นคลื่น 4 มากกว่า หากราคา RR ไม่ต่ำกว่า 11.5 เซ็นต์ก็แสดงว่าลุงแมวน้ำยังนับไม่ผิด เมื่อไรที่จบคลื่น 5 คราวนี้ราคาคงจะวิ่งไปได้ไกล

ทีนี้เมื่อไรจะจบคลื่น 4 ก็ต้องมาดูในรายละเอียดกัน ดังภาพต่อไปนี้



อาจเป็นไปได้ว่าขณะนี้เราใกล้เข้าสู่คลื่น 5 แล้วเนื่องจากอยู่ในคลื่น 4 มานานเต็มที แต่เมื่อไรจะเข้าสู่คลื่น 5 ต้องสังเกตจากสัญญาณการกลับทิศแนวโน้มซึ่งมีอยู่หลายประการ ยิ่งพบสัญญาณหลายประการก็จะยิ่งมีน้ำหนักน่าเชื่อมากยิ่งขึ้น อย่าดูแต่ bullish divergence แต่เพียงอย่างเดียว เพราะบางทีก็ไม่สื่อความหมายอะไร จากภาพนี้เป็นตัวอย่างที่ดี คือเกิด bullish divergence หลายครั้งแต่ก็ยังไม่เข้าสู่คลื่น 5 เสียที จบบางคนเรียกขำๆว่า ไดเวอร์เจ๊ง เพราะถูกสัญญาณหลอกจนเจ๊งไปหลายรอบ

ทางด้านข้าวไทย (WBR5) ก็คงอนุมานได้ว่าน่าจะอยู่ในคลื่น 4 ดังภาพต่อไปนี้ ซึ่งกำลังรอหาจุดจบของคลื่น 4 อยู่ อาจเข้าสู่คลื่น 5 เร็วๆนี้ก็ได้


แต่อย่างไรก็ดี คงสังเกตกันว่าลุงแมวน้ำไม่ได้นำข้าว WBR5 มาอยู่ในพอร์ตจำลอง ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่า WBR5 นั้นแทบไม่มีสภาพคล่องในการเทรด วอลุมจะมาเป็นพักๆในช่วงที่มีการประมูลข้าวเท่านั้น นอกช่วงนั้นวอลุมก็จะหายไป ติดแล้วออกไม่ได้ ต้องรอ cash settlement เมื่อสัญญาหมดอายุอย่างเดียวเลย นั่นก็คือเราจะเทรดตามราคาที่ต้องการซื้อขายไม่ได้ อีกประการก็คือราคาข้าวไทยไม่ได้เป็นไปตามกลไกตลาดเนื่องจากมีกลไกของรัฐเข้ามาแทรกแซง ดังนั้นจึงเทรดได้ยากและไม่น่าเทรด


มาดูยางพารา (RSS3) กันบ้าง ขณะนี้ลุงแมวน้ำยังนับคลื่นได้ไม่ชัดเจน เราอาจจบคลื่น 5 (สีน้ำตาล) ไปแล้วและกำลังอยู่ใน A (สีน้ำตาล) ดังนี้ (โปรดสังเกตว่าคลื่นย่อยนับแล้วไม่ครบ)



หรือไม่อย่างนั้นก็กำลังอยู่ในคลื่น 4 (สีน้ำตาล) และต่อไปจะเข้าสู่คลื่น 5 (สีน้ำตาล) ดังนี้


แต่ถึงแม้ขณะนี้จะเป็นคลื่น 4 หรือ A ก็ตาม 57'อย่างไรก็เป็นคลื่นขาลง ดังนั้นสัญญาณซื้อมักเป็นสัญญาณหลอกให้เราคืนกำไร


Tuesday, May 25, 2010

24/05/2010 * DJI, SET, GC, DX

วันนี้ตลาดหลักทรัพย์, TFEX, AFET เปิดทำการตามปกติ

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 744.31 จุด ลดลง 21.23 จุด หรือคิดเป็นร้อยละก็ 2.77% ต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่องกันเป็นวันที่ 13 ดัชนี SET เกิดสัญญาณขาย

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้เกิดสัญญาณขายทั้งหมด 11 ตัว ได้แก่ BANPU, CPN, GLOW, PSL, PTTAR, SCB, TCAP, THAI, TPC, TTA, TTW ขณะนี้ถือหุ้นอยู่ทั้งหมด 9 ตัว

กองทุนอีทีเอฟ TFTSE เกิดสัญญาณขาย

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส S50 เกิดสัญญาณขาย ดังที่เคยคุยกลยุทธ์กันไปแล้ว นั่นคือ ลุงแมวน้ำเห็นว่าตอนนี้ดัชนี SET น่าจะเข้าสู่คลื่น C แล้ว ดังนั้นลุงแมวน้ำจึงเปิดสัญญาขาย (open short position) ฟิวเจอร์สของหุ้นเดี่ยว TTA เกิดสัญญาณขาย

ด้านตลาดต่างประเทศ ไม่มีสัญญาณซื้อขาย ที่ไม่มีสัญญาณเพราะว่าเกิดสัญญาณขายกันไปหมดนานแล้ว อีกทั้งดัชนีของตลาดต่างประเทศต่างๆส่วนใหญ่ยังลงอยู่เกือบทุกวัน


ดัชนีดาวโจนส์ (Dow Jones, DJI) ของสหรัฐอเมริกา ลงมาลึกมาแล้ว โอกาสที่จะจบคลื่น B (สีน้ำเงิน) ไปแล้วยิ่งมีสูงขึ้น หาก DJI อยู่ในคลื่น C (สีน้ำเงินจริง) จริงก็อาจหมายถึงเกิดเหตุการณ์ใหญ่ที่ทำให้เศรษฐกิจโลกต้องสั่นคลอน เช่น วิกฤตเศรษฐกิจรอบใหม่กำลังเกิดขึ้น เป็นต้น


ดัชนี SET มีการสวนตลาดต่างประเทศบ้างเนื่องจากปัจจัยภายในของบ้านเราเอง แต่ในที่สุดก็กลับมาอยู่ในทิศทางของกระแสตลาดโลกอีกครั้ง นั่นคือเป็นขาลง เราน่าจะกำลังอยู่ในคลื่น C (สีน้ำเงิน) เหมือนกับดาวโจนส์


ทองคำ (GC) สัญญาณแนวโน้มกลับทิศยังไม่ชัดเจน ต้องติดตามดูกันต่อไป แต่หากแนวโน้มใหญ่กลับทิศจริงก็หมายความว่าทองคำ จบคลื่น 5 (สีน้ำตาลและสีน้ำเงิน) จากนั้นจะเป็นคลื่น A-B-C สมมติว่าหาก GC เข้าสู่คลื่นขาลง A-B-C จริงก็น่าคิดเหมือนกันว่าสถานการณ์อะไรที่ทำให้ทองคำมีราคาตกลงได้มากและยาวนานขนาดนั้น


ดัชนีดอลลาร์ สรอ (US dollar index, DX) เป็นขาขึ้นชัดเจน อาจจะจบคลื่น 3 (สีน้ำตาล)ที่แถวๆนี้ แต่สัญญาณยังไม่ชัดเจนนัก ต้องรอดูไปอีกสักระยะหนึ่ง