Tuesday, May 7, 2013

07/05/2013 * ตลาดหุ้นทำสถิติใหม่ สินค้าโภคภัณฑ์กำลังมา และสรุปตลาดในรอบสัปดาห์ (29/04/2013 - 03/05/2013)

สัปดาห์สิ้นเดือนเมษายนที่ผ่านมาเป็นสัปดาห์ของการทำจุดสูงสุดใหม่จริงๆ ก่อนที่่ลุงแมวน้ำจะพูดเรื่องตลาดหุ้น เราไปดูตัวเลขทางเศรษฐกิจบางตัวไปพร้อมๆกัน

เริ่มด้วยทางฝั่งยุโรปก่อน สัปดาห์ที่แล้ว มีการประกาศดัชนีฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของเยอรมนี ประเดือนเมษายนออกมา ปรากฏว่าดัชนี PMI เมื่อเดือนมีนาคมอยู่ที่ 49.0 จุด ส่วนเดือนเมษายนร่วงลงมาอยู่ที่ 48.1 จุด ลำพังแค่ดัชนีนี้มีค่าต่ำกว่า 50 จุดก็แย่แล้ว เพราะถือว่าเศรษฐกิจหดตัว นี่ตัวเลขยังลดอีกด้วย

อัตราการว่างงานในกลุ่มยูโรโซนก็พุ่งสูงขึ้น เมื่อเดือนกุมภาพันธ์อยู่ที่ 12% แต่เดือนมีนาคมอยู่ที่ 12.1% และหากไปดูในรายประเทศจะพบว่าแม้แต่ในเยอรมนีเองที่เป็นประเทศพี่ใหญ่ของกลุ่มยูโรโซนก็มีอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้น ส่วนประเทศกรีซตอนนี้อัตราว่างงานอยู่ที่ 27.2% โปรตุเกสมีอัตราว่างงาน 17.5% ซึ่งวัยแรงงานที่ตกงานกันมากอยู่กลุ่มที่มีอายุน้อย พูดง่ายๆคือพวกวัยรุ่น หนุ่มสาว ว่างงานค่อนข้างมาก ซึ่งจะเป็นปัญหาสังคมต่อไปอีกด้วย

นอกจากนี้ ทางธนาคารกลางของยุโรปหรือ ECB ก็ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยลงมา -0.25% เหลือ 0.50% ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์มีความเห็นว่าเพียงแค่การลดอัตราดอกเบี้ยคงช่วงเยียวยาเศรษฐกิจไม่ไหวแล้วหากไม่มีมาตรการอื่นๆมาช่วย ดังนั้นลดลงมาอีกก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร

แม้สภาพเศรษฐกิจจริงของยุโรปจะยังย่ำแย่อยู่ แต่ตลาดหุ้นเยอรมนีกลับสามารถทำจุดสูงสุดใหม่ได้ โดยดัชนี DAX ของเยอรมนีผ่านจุดสูงสุดตลอดกาลเดิม 8,105.69 จุด ไปปิดที่ 8,112.08 จุดได้ ตอนนี้ตลาดหุ้นยเอรมนีไม่ใช่คลื่น B แล้ว น่าจะเป็นคลื่น 5 ซึ่งเป็นคลื่นแบบมีส่วนขยายออกมา (extended wave) คือไม่ใช่คลื่น 5 ปกติ ส่วนตลาดหุ้นอื่นๆในยุโรปก็ปรับตัวขึ้นด้วยเช่นกัน ดังนั้นจะเห็นว่าบางครั้งเศรษฐกิจจริงเรื่องหนึ่ง ตลาดหุ้นก็อีกเรื่องหนึ่ง ในกรณีนี้ก็เช่นกัน

มาดูทางด้านสหรัฐอเมริกา ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่เด่นที่สุดที่ฉุดให้ตลาดหุ้น สรอ พุ่งขึ้นมาก็คืออัตราการว่างงานที่ลดลงเหลือเพียง 7.5% จากเดือนก่อน 7.6% ซึ่งอัตราการว่างงานนี้ต่ำสุดในรอบ 4 ปี แม้ว่าในขณะเดียวกันมีการประกาศตัวเลขดัชนีฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต ประจำเดือนเมษายนของสหรัฐอเมริกาออกมา ว่าหล่นลงมาอยู่ที่ 50.7 (เดือนมีนาคมอยู่ที่ 51.3 จุด) แต่ถึงกระนั้นตลาดหุ้นเลือกตอบสนองตัวเลขอัตราการว่างงานมากกว่า ดังนั้นดัชนี S&P 500 จึงฝ่าด่าน 1600 ขึ้นมาได้ เป็นสถิติสูงสุดตลอดกาลใหม่ ส่วนดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (DJI) ก็เช่นกัน ทำจุดสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่องและใกล้แตะ 15,000 จุดแล้ว

มาดูทางด้านจีน แม้ว่าดัชนีฝ่ายจัดซื้อภาคบริการของจีน ประจำเดือนเมษายน จะลดลงเหลือ 54.5 จุด (เดือนก่อนหน้าอยู่ที่ 55.6) อันบ่งชี้ถึงเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง แต่ตลาดหุ้นจีนในสุปดาห์ที่แล้วก็ปรับตัวขึ้นได้ +1.86% ทั้งนี้เพราะการคาดการณ์กันว่าทางการจีนต้องมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมา

สรุปแล้วในสัปดาห์ที่แล้วตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นในทุกภูมิภาค ขึ้นกันเกือบทุกตลาด ท่ามกลางปัจจัยทางเศรษกิจที่ไม่เอื้ออำนวยนัก แต่ตลาดหุ้นอยู่ได้ด้วยความหวังมากกว่าความจริง เมื่อคาดว่าต่อไปจะดีขึ้น ตลาดก็ขึ้นต่อไปได้

สำหรับตลาดหุ้นไทย สัปดาห์ที่แล้วตลาดหุ้นไทยประตัวลง -0.25% ยังไม่สามารถฝ่าด่าน 1,600 จุดไปได้ ด้านอัตราแลกเปลี่ยน สัปดาห์ที่แล้วเงินบาทอ่อนค่าอย่างฮวบฮาบถึง -0.75% ในขณะที่เงินตราสกุลเอเชียและยุโรปส่วนใหญ่แข็งค่าขึ้น เนื่องจากฝ่ายการเมืองกดดันธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างหนักเพื่อให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง ทำให้มีการเก็งกำไรเงินบาทในทางอ่อนค่า และขณะเดียวกัน มีเงินไหลเข้าไปในตลาดพันธบัตรเนื่องจากซื้อเพื่อดักหน้าการลดอัตราดอกเบี้ย ทำให้เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลลดลงตลอดทั้งเส้น โดยเฉพาะมีการซื้อตราสารหนี้อายุสั้นกับอายุยาว 1-3 ปีกันมาก

นอกจากนี้ ลุงแมวน้ำยังสังเกตว่าสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะน้ำมันดิบ กับสินค้าเกษตร กำลังเริ่มมีสัญญาณกลับทิศ เป็นไปได้ว่าสินค้าโภคภัณฑ์จะถึงเวลาเทรดกันอีกครั้งหนึ่ง แต่ประเด็นนี้ยังไม่ชัดนักเพราะว่าสัญญาณเพิ่งก่อตัว ให้ติดตามดูกันต่อไป

ที่ยกเว้นก็คือทองคำ ทองคำดูยาก ทางกองทุน SPDR ยังทยอยขายทองคำออกมา แต่ทองคำรูปพรรณที่เยาวราชกลับเกลี้ยงตลาด ลุงแมวน้ำว่ามีผลิตภัณฑ์อย่างอื่นตั้งเยอะแยะ ทำไมมามัวรอแต่ทองคำ ไปเทรดอย่างอื่นก่อนก็ได้ ^__^

ทางด้านอัตราแลกเปลี่ยน เงินดอลลาร์ สรอ เป็นแนวโน้มขาลง ใกล้เกิดสัญญาณขายแล้ว ส่วนเงินยูโรกับเงินเยนเกิดสัญญาณซื้ออยู่ ดังนั้นคาดว่าในช่วงต่อไปยูโรกับเยนจะแข็งค่าขึ้น ส่วนเงินบาทน่าจะอ่อนค่าต่อไป

ิเอาละคร้าบ คราวนี้มาดูกราฟรายตัวกัน ลุงแมวน้ำอธบายตามภาพไปเลยก็แล้วกัน

ดัชนี DAX ของเยอรมนีทำจุดสูงสุดตลอดกาลใหม่ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย ตอนนี้ต้องปรับมุมมองอย่างเป็นทางการแล้วว่าตลาดหุ้นเยอรมนีอยูในคลื่นใหญ่ 5 (ไม่ใช่คลื่น B) คลื่นใหญ่ 5 นี้คาดว่ายังไปต่อได้อีก

ตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ในคลื่น 5 เช่นกัน ดัชนี S&P 500 ยืนอยู่เหนือ 1,600 จุดได้ ส่วน DJI ก็กำลังฝ่าด่าน 15,000 จุด ซึ่งหากทำได้ก็จะเป็นครั้งแรกตั้งแต่มีตลาดหุ้นอเมริกามาเลยเชียว ลุงแมวน้ำคาดว่าแนวโน้มผ่านได้และไปต่อ


ตลาดหุ้นจีน ร่วงลงมาถึงระดับฟิโบนาชชี 50% แล้วเด้งขึ้น อาจจะจบคลื่น 2 ไปแล้วและกำลังเข้าคลื่น 3 แม้ว่าตัวเลขทางเศรษฐกิจจะยังไม่ค่อยดีก็ตาม แต่ตลาดหุ้นก็ขึ้นได้เพราะความหวังและความเชื่อมั่น

หากเข้าคลื่น 3 จริงละก็ตลาดหุ้นจีนน่าเข้าลงทุน ยังไปได้อีกไกลทีเดียว 


ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ส่อเค้าว่ากำลังกลับทิศ อาจจะกำลังเข้าสู่คลื่น 3 ย่อย คลื่นใหญ่ยังนับไม่ชัด ลุงเลยนับแต่คลื่นย่อยดูไปก่อน แต่ก็เป็นคลื่นระดับที่พอเทรดได้หากเข้าสู่คลื่น 3 จริง ดูไปอีกหน่อยก็รู้


เมื่อน้ำมันกำลังมา สินค้าเกษตรก็ดูเหมือนกำลังกลับทิศเป็นขาขึ้นด้วย สัญญาณยังน้อยอยู่แต่ว่าก็มีโอกาสกลับทิศได้ รอดูไปอีกหน่อย


ยางพาราก็อาจกำลังกลับทิศเช่นกัน สินค้าโภคภัณฑ์พวกนี้มักตามกันทั้งกลุ่ม


ทองคำดูยาก อาจไม่ขึ้นตามกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์แต่จะลง เมื่อดูยาก เลี่ยงไปดูตัวอื่นก็น่าจะดีกว่า

ตลาดหุ้นไทย กำลังฝ่าด่าน 1600 จุด ซึ่งลุงแมวน้ำคาดว่าน่าจะผ่านไปได้ในเร็ววันนี้ เพราะขึ้นตามตลาดหุ้นทั่วโลก ยกเว้นจะมีเหตุการณ์พิเศษ


ตอนนี้เงินดอลลาร์ สรอ กำลังอ่อนค่า เพราะเป็นแนวโน้มขาลงอยู่ แต่ยังไม่เกิดสัญญาณขาย จวนแล้วละ

เงินเยนตอนนี้กำลังป่วนเอเชีย รวมทั้งป่วนค่าเงินบาทด้วย เงินเยนกำลังก่อรูปแบบสามเหลี่ยมชายธง อีกไม่นานก็จะรู้ว่าจะขึ้นแรงหรือจะลงแรง แต่ลุงแมวน้ำคาดว่าน่าจะเป็นแนวโน้มแข็งค่ามากกว่า 

เงินบาท ตอนนี้กำลังเป็นแนวโน้มอ่อนค่า และเกิดสัญญาณซื้้อแล้ว (แปลว่าอ่อนค่า)  น่าจะอ่อนค่าต่อไปได้อีก 


เปรียบเทียบค่าเงินสกุลต่างๆและทองคำ สัปดาห์ที่แล้วเงินบาทอ่อนค่า พร้อมกับเงินเยน ส่วนเงินสกุลยุโรปแข็งค่าขึ้น ขณะนี้เงินสกุลแกร่งที่สุดรองจากทองคำคือดอลลาร์ออสเตรเลีย แต่ก็มีข่าวแว่วมาว่าจอร์ช โซรอส กำลังเตรียมเข้าเก็งกำไรค่าเงินออสเตรเลียอยู่


 photo s5003052013weeklyreport.gif

Monday, April 29, 2013

29/04/2013 * ลุงแมวน้ำโดดขึ้นรถไฟสาย 1700 และสรุปตลาดในรอบสัปดาห์ (22/04/2013 - 26/04/2013)

วันนี้ลุงแมวน้ำเขียนรายละเอียดไม่ทัน ผ่อนส่งเอารายงานไปชมกันก่อนนะคร้าบ แล้วพรุ่งนี้มาอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม


 photo s5029042013weeklyreportcopy.gif

Monday, April 22, 2013

22/04/2013 * เงินเยนป่วนบาท และสรุปตลาดในรอบสัปดาห์ (15/04/2013 - 19/04/2013)

ร้านทองในเยาวราชบางร้านอยู่ในสภาพเงียบเหงาหลังจากราคาทองคำร่วงครั้งใหญ่ในช่วงวันหยุดสงกรานต์ สาเหตุที่เงียบเหงาเนื่องจากลูกค้าแห่กันมาซื้อทองคำจนหมดร้านไปแล้วนั่นเอง


สัปดาห์ที่ผ่านมานี้มีเรื่องให้อัปเดตกันหลายเรื่องทีเดียว

มาดูสภาพเศรษฐกิจและตลาดหุ้นของฝั่งตะวันตกกันก่อน ในสัปดาห์ที่แล้วมีการประชุม G20 และประธานธนาคารกลางของยุโรปหรืออีซีบี (ECB) กล่าวว่าการฟื้นตัวของยุโรปยังไม่ชัดเจน หลายประเทศมีแนวโน้มเป็นปัญหามากยิ่งขึ้นด้วยซ้ำ อย่างเช่นอังกฤษที่ปริมาณหนี้สาธารณเริ่มน่าเป็นห่วง จนบริษัทจัดอันดับเครดิตฟิทช์ต้องปรับลดอันดับเครดิตของอังกฤษลง ส่วนอิตาลีก็ยังเลือกประธานาธิบดีคนใหม่ไม่ได้ ดังนั้นในสัปดาห์ที่แล้วตลาดหุ้นของฝั่งยุโรปส่วนใหญ่จึงปรับตัวลง นักลงทุนเริ่มหายตระหนกจากข่าวลือเรื่องไซปรัสขายทองคำสำรอง ทำให้ราคาทองคำที่ดิ่งลงอย่างแรงเริ่มนิ่ง

มาทางด้านสหรัฐอเมริกา ตัวเลขทางเศรษฐกิจของอเมริกาหลายตัวเริ่มออกอาการชะลอตัว ดัชนีราคาบ้านต่ำกว่าที่คาดการณ์ ยอดขายบ้านใหม่ลดลง ดัชนีฝ่ายจัดซื้อลดลง สะท้อนถึงภาคการผลิตที่อ่อนตัวลง และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานเพิ่มขึ้น หมายถึงว่ามีจำนวนคนว่างงานเพิ่มขึ้นกว่าที่คาดการณ์เอาไว้นั่นเอง จากตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยน่าพอใจหลายชุดทำให้ตลาดหุ้นของสหรัฐอเมริกาปรับตัวลงในสัปดาห์ที่แล้ว

มาดูทางด้านเอเชียกันบ้าง การขยายตัวของเศรษฐกิจจีนในไตรมาสแรกต่ำกว่าคาดการณ์ ส่วนการส่งออกของญี่ปุ่นขยายตัวดีขึ้น โดยรวมแล้วเศรษฐกิจทางฝั่งเอเชียยังดูดี ตลาดหุ้นในย่านเอชียมีทั้งปรับตัวขึ้นและลง คละกันไป แต่ส่วนใหญ่ปรับตัวลง มีเพียงบางตลาดที่ปรับตัวขึ้นได้ ส่วนตลาดหุ้นไทย SET index ปรับตัวขึ้น +1.2%

ทางด้านสินค้าโภคภัณฑ์ ในสัปดาห์ที่แล้วราคาทองคำปรับตัวลงแรงมากจากข่าวเรื่องไซปรัสจำต้องขายทองคำสำรองออกมา ทำให้ราคาโลหะเงินปรับตัวลงแรงมากด้วย ส่วนราคาน้ำมันดิบก็ปรับตัวลงแรงเช่นกัน ทางด้านตลาดสินค้าเกษตรมีทั้งปรับตัวขึ้นและลง ขึ้นกับชนิดของสินค้า

ทางด้านอัตราแลกเปลี่ยน ตอนนี้โลกกำลังปั่นป่วนกับสงครามค่าเงิน ช่วงนี้สกุลเงินที่กำลังป่วนโลกการเงินอยู่ก็คือเงินเยน เพราะผันผวนมาก คือเป็นแนวโน้มอ่อนค่าแต่ว่าแกว่งแรง ดูจากกราฟก็จะเห็นว่าน่าเวียนหัวเพียงใด ผลของค่าเงินเยนกระทบกับสกุลเงินต่างๆพอสมควร โดยเฉพาะเงินบาทไทยดูเหมือนจะได้รับผลกระทบจากเงินเยนค่อนข้างมากมาหลายเดือนแล้ว คือเงินต่างชาติที่ไหลเข้ามาในตราสารหนี้ของไทยจนทำให้เงินบาทแข็งค่าผิดปกตินั้นส่วนหนึ่งน่าจะมาจากเงินเยนที่ไหลเข้ามานั่นเอง เพราะตอนนี้นักลงทุนกำลังหนีเงินเยนเนื่องจากด้อยค่าลงเรื่อยๆ

เงินร้อนที่เป็น ดอลลาร์ สรอ เมื่อไหลเข้าไทยก็มักมาพักในตลาดเงินหรือตลาดตราสารหนีระยะสั้น แต่เงินที่เข้ามาในรอบหลายเดือนมานี้กลับไปลงอยู่ที่ตราสารหนี้ระยะยาว แสดงว่าไม่ใช่เป็นเงินร้อนเก็งกำไร ส่วนนี้คงเป็นเงินที่หนีจากเงินเยนมาพักในไทยนั่นเอง

ทีนี้ก็เป็นกราฟของดัชนีตลาดหุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ และค่าเงินต่างๆ ค่อยๆดูกันไปทีละรูปนะคร้าบ

อัตราแลกเปลี่ยนผันผวนหนักเนื่องจากเงินตราท่วมโลก เงินเยนแนวโน้มอ่อนค่า ยูโรสัปดาห์ก่อนหน้าแนวโน้มแข็งค่า แต่สัปดาห์ที่แล้วเริ่มนิ่งๆ ควรดูไปก่อน เงินยูโรเริ่มดูยากแล้ว อาจกลับทิศเป็นอ่อนค่าได้อยู่เหมือนกัน
เงินบาทแนวโน้มแข็งค่า ส่วนเงินดอลลาร์สิงคโปร์ช่วงนี้ทรงตัว

เงินบาท แนวโน้มแข็งค่าต่อไป ตัวการคาดว่าน่าจะเป็นเงินเยนไหลเข้านี่เอง


เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย เปรียบเทียบเมื่อปลายเดือน พ.ย. 2012 กับเมื่อ 19/04/2013 จะเห็นว่าตราสารหนี้ระยะยาวมีผลตอบแทนลดลงชัดเจน นั่นคือเงินส่วนใหญ่ไหลเข้ามาในตราสารหนี้ระยะยาว ซึ่งหากเป็นเงินร้อนจะไม่เข้าไปอยู่ในตราสารหนี้ระยะยาวแต่จะอยู่ในตราสารหนี้ระยะสั้น แสดงว่าเงินทุนที่ไหลเข้ามานี้มีเจตนาจะพักอยู่นาน


ตลาดหุ้นเยอรมนี ดัชนีแดกซฺ์ (DAX) ลงมาติดกรอบล่างของกรอบ SEC (standard error channel) และยังป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้น ยังไม่ไปไหน หากหลุดกรอบ SEC ลงมาก็น่ากลัว

ตลาดหุ้นอเมริกา ระยะสั้นเป็นแนวโน้มขาลงอยู่ 

ดัชนี SET ของตลาดหุ้นไทย แกว่งตัวในกรอบ ขณะนี้ไม่ใช่กรอบสามเหลี่ยมชายธง แต่เป็นกรอบชายธงแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า 


ตลาดหุ้นญี่ปุ่นน่าจะอยู่ในคลื่นสามแล้ว เป็นคลื่น 3 ใหญ่เสียด้วย น่าลงทุนจัง ขณะนี้กองทุนในบ้านเรามีเพียงกองเดียวที่ลงทุนในญี่ปุ่น ต่อไปคงแห่กันออกกองทุนญี่ปุ่นมากมาย

ตลาดหุ้นจีน น่าจะอยู่ในคลื่น 2 ใหญ่ ตอนนี้เกิดสัญญาณซื้อแล้ว แต่อาจเป็น false signal เนื่องจากคลื่นสองนี้อาจยังไม่จบ เพราะลงมาเพียงแค่ระดับฟิโบนาชชี -50% เป็นไปได้ว่ายังลงได้อีก


ราคาทองคำสัปดาห์ที่แล้วร่วงหนัก จากนั้นรีบาวด์ขึ้นมาบ้าง มีคนแห่ไปซื้อทองที่เยาวราชกันจนร้านทองแทบแตก แต่แนวโน้มยังลงต่อได้อีก ควรระวัง

ราคาน้ำมันดิบ ลงมาติดกรอบล่างของสามเหลี่ยมชายธงและยังป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้น ราคาอาจร่วงหลุดกรอบล่างลงมาได้ ยังคงต้องระวังอยู่





 photo s5019042013weeklyreportcopy.gif

Wednesday, April 17, 2013

17/04/2013 * ไททานิกทองคำ ทฤษฎีโดมิโน และสรุปตลาดในรอบสัปดาห์ (08/04/2013 - 12/04/2013)


สรุปภาวะตลาดในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ที่จริงหมายถึงวันที่ 8-12 เมษายน แต่เนื่องจากในคืนวันศุกร์ต่อเนื่องจนถึงคืนวันอังคาร (12-16 เมษายน) แม้ว่าตลาดบ้านเราจะหยุดทำการ แต่ตลาดต่างประเทศเกิดเหตุการณ์ต่างๆมากมาย โดยเฉพาะทองคำและโลหะเงินร่วงแรงที่สุดในรอบ 30 ปี (เขาว่ากันยังงั้น) ดังนั้นสรุปตลาดในวันนี้ลุงแมวน้ำจะพูดครอบคลุมตั้งแต่ 08/04/2013 ถึง 16/04/2013 โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์

เรามาดูภาพรวมของตลาดในสัปดาห์ที่แล้ว 08/04/2013 ถึง 12/04/2013 กันเสียก่อน ดูตารางท้ายบทความนี้ประกอบ

ภาพรวมของตลาดหุ้นในสัปดาห์ที่แล้วนั้นส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้น โดยตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาปรับตัวขึ้นประมาณ +2% และทางฝั่งยุโรปก็ปรับตัวขึ้นตั้งแต่ +1% ถึง +12% แต่โดยเฉลี่ยแล้วฝั่งยุโรปปรับตัวขึ้นประมาณ +2.5%

ทางด้านเอเชียนั้นตลาดหุ้นมีทั้งปรับตัวขึ้นและลง ที่ปรับตัวขึ้นแรงยังคงเป็นญี่ปุ่นเจ้าเก่า +5.1% ตามมาด้วยตลาดหุ้นตุรกี ฟิลิปปินส์ และไทย (+2.5%) ส่วนตลาดหุ้นที่ลงก็ลงไม่แรงมาก ได้แก่ เวียดนาม ไต้หวัน และอินเดีย

แม้ว่าภาพรวมของตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้นในสัปดาห์ที่แล้ว แต่ต้องไม่ลืมว่าเป็นการปรับตัวขึ้นจากที่ลงมาก่อนหน้านี้ หากพิจารณาจากตารางแล้วจะเห็นว่าตลาดหุ้นส่วนใหญ่ในโลกล้วนแต่เกิดสัญญาณขายแล้วทั้งสิ้น โดยตลาดหุ้นฝั่งทวีปอเมริกาก็มีแต่สหรัฐอเมริกาที่ยังเป็นสัญญาณซื้ออยู่ ส่วนตลาดหุ้นฝั่งยุโรปเป็นสัญญาณขายเกือบทุกตลาด ทางฝั่งเอเชียก็เกิดสัญญาณขายไปแล้วหลายตลาด ดังนั้นที่จริงแล้วภาพรวมของตลาดหุ้นทั่วโลกอยู่ในสภาพที่เปราะบาง ไม่มั่นคง

ทีนี้มาดูภาพรวมของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์กันในสัปดาห์ที่แล้วกันบ้าง ภาพรวมของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ส่วนใหญ่ก็เกิดสัญญาณขายไปแล้วเกือบทั้งหมด คืออยู่ในภาวะตลาดขาลงหรือไม่ก็เป็นภาวะที่ไร้ทิศทาง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มโลหะ พลังงาน และสินค้าเกษตร คงมีเพียงสินค้าโภคภัณฑ์บางชนิดเท่านั้นที่ยังเป็นสัญญาณซื้ออยู่ เช่น ก๊าซธรรมชาติ (NG) และโกโก้ (CC) ดังนั้นจะเห็นว่าภาพรวมของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ก็อยู่ในสภาพที่เปราะบางเช่นเดียวกันกับตลาดหุ้น

ทีนี้ในช่วงปลายสัปดาห์ที่แล้วมีข่าวลือออกมาว่าประเทศไซปรัสอาจต้องขายทองคำที่เป็นทุนสำรองออกมาประมาณ 14 ตัน เพื่อนำมาใช้เป็นสภาพคล่องภายในประเทศ ไม่มีใครรู้ว่าไซปรัสขายทองคำจริงหรือไม่เพราะยังไม่มีการยืนยัน แต่ทางไซปรัสเองก็ยังไม่ได้ปฏิเสธข่าวนี้ ประกอบกับในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาราคาทองคำปรับตัวลงมาตลอดเนื่องจากกองทุนใหญ่อันดับหนึ่งของโลกคือ SPDR gold trust ทยอยขายทองคำออกมาอย่างต่อเนื่อง

ข่าวก็ลือกันต่อไปอีกว่าหากไซปรัสซึ่งเป็นประเทศเล็กๆยังต้องขายทองคำมาใช้หนี้ถึง 13 ตัน และหากเป็นประเทศใหญ่ๆอย่างอิตาลี สเปน เมื่อถึงคราวขาดสภาพคล่องก็อาจจำเป็นต้องขายทองคำออกมาบ้าง ถึงตอนนั้นจะเทขายทองคำออกมามากมายขนาดไหน ข่าวนี้เหมือนกับเป็นชนวนระเบิดที่ถูกจุดขึ้น ประกอบกับตอนเช้าวันศุกร์ที่แล้ว จีนประกาศตัวเลขจีดีพีที่ออกมาต่ำกว่าคาดการณ์ เรื่องจีดีพีจีนก็มีส่วนจุดชนวนด้วยเหมือนกัน และแล้ว ราคาทองคำก็ดิ่งลงราวกับเรือไททานิก ปกติราคาทองคำจะขึ้นลงแรงในช่วงที่ตลาดฝั่งตะวันตกเปิดทำการ แต่ในครั้งนี้ราคาทองคำเริ่มดิ่งในช่วงเช้าวันศุกร์ที่ตลาดเอเชียเริ่มเปิดทำการ แสดงว่าเรื่องของจีนน่าจะมีส่วนด้วย

ไม่เพียงแต่ราคาทองคำเท่านั้นที่ดำดิ่ง แต่ราคาโลหะเงินก็ดิ่งด้วย อีกทั้งยังพลอยฉุดราคาน้ำมันดิบให้ลงเหวไปอีกด้วย ราคาน้ำมันช่วงนี้ก็เป็นแนวโน้มขาลงอยู่แล้ว เมื่อโลหะมีค่าเสียศูนย์ก็ฉุดให้ราคาน้ำมันดิบลงแรงยิ่งขึ้น และไม่เพียงเท่านั้น ยังพลอยฉุดตลาดหุ้นทั่วโลกให้เป๋ไปอีกด้วย

นอกจากนี้ ค่าเงินหรือว่าอัตราแลกเปลี่ยนก็ยังผันผวนหนัก ปกติแล้วราคาทองคำกับค่าเงินดอลลาร์ สรอ จะตรงกันข้ามกัน คือทองขึ้น ดอลลาร์ สรอ ก็อ่อน หรือทองตก ดอลลาร์ สรอ ก็แข็ง พูดตามภาษาสถิติก็ต้องบอกว่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างทองคำกับเงินดอลลาร์ สรอ เป็นลบค่อนข้างสูง แต่ในช่วงนี้ราคาทองคำกับเงินดอลลาร์ สรอ ไปตามกัน คือมีสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ 15 วัน (15 day correlation coefficient) ประมาณ +0.5 นั่นหมายความว่าราคาทองคำร่วง ดอลลาร์ สรอ ก็อ่อนไปด้วย ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ค่อยปกตินัก

ขณะเดียวกัน เงินเยนก็ผันผวนหนัก เดี๋ยวอ่อน เดี๋ยวแข็ง ส่วนเงินยูโรก็แข็งค่าขึ้นแม้ว่าสภาพการณ์ทางเศรษฐกิจของกลุ่มยูโรโซนจะไม่ค่อยดีนักก็ตาม ซึ่งก็เป็นเรื่องที่แปลก

จะเห็นได้ว่าอะไรที่เคยเป็นความสัมพันธ์ในรูปแบบเดิมๆอาจใช้ไม่ได้อีกแล้วในยุคนี้ ดังนั้นการวิเคราะห์ทางเทคนิคต้องดูที่กราฟราคาของผลิตภัณฑ์นั้นๆเองเป็นสำคัญ จะพิจารณาตัวอื่นประกอบด้วยก็ต้องดูให้ดีว่าตัวที่เรานำมาประกอบนั้นเกี่ยวข้องกันจริงหรือไม่ ไม่อย่างนั้นตัวประกอบนั่นแหละที่จะพาให้การวิเคราะห์ไปผิดทาง

สรุปว่าในช่วงที่ตลาดบ้านเราหยุดทำการในช่วงสงกรานต์นั้นเกิดเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงมากมาย ราคาผลิตภัณฑ์หลายชนิดร่วงอย่างแรง นอกจากทองคำ น้ำมัน และตลาดหุ้นแล้วยังมีราคายางพาราของตลาดญี่ปุ่นที่ร่วงแรงอีกด้วย เราลองมาดูกันว่าสินค้าโภคภัณฑ์ที่ร่วงแรงในช่วงที่ไทยหยุดกันปรับตัวลงกันไปมากน้อยเพียงใด

ราคาทองคำ เงิน น้ำมันดิบ และยางพารา ในช่วงวันหยุดสงกรานต์ที่ผ่านมา

ทีนี้เราลองมาดูกราฟราคาทองคำกัน

ราคาทองคำร่วงแรงในวันที่ 12/04/2013 ถึง 16/04/2013


หากพิจารณาในเชิงการวิเคราะห์ทางเทคนิค ราคาทองคำหลุดปลายสามเหลี่ยมชายธงลงมาแล้ว ยังมีโอกาสลงต่อ

ราคาทองคำจะลงไปถึงไหน การหาคำตอบนี้ต้องพิจารณาภาพในกรอบเวลากว้างมากๆประกอบ   จากกราฟราคาทองคำในรอบ 43 ปี จะเห็นว่าราคาทองคำน่าจะจบคลื่นใหญ่ 3 (สีดำ) ไปแล้ว และขณะนี้ราคาทองคำน่าจะกำลังอยู่ในคลื่นใหญ่ 4 (สีดำ) ซึ่งคลื่นนี้น่าจะกินเวลาอีกหลายเดือนหรือหลายปี และราคาน่าจะปรับตัวลงได้อีก 


หากถามว่าราคาทองคำจะลงไปถึงไหน หากจะดูสถานการณ์ในภาพใหญ่ก็คงต้องพิจารณากราฟราคาทองคำในกรอบเวลาที่กว้างมากประกอบ เพราะในกรอบเวลาสั้นๆก็ช่วยให้เห็นภาพสถานการณ์ในช่วงสั้นๆเท่านั้น

จากกราฟราคาทองคำในรอบ 43 ปี ราคาทองคำขณะนี้น่าจะอยู่ในคลื่น 4 (สีดำ) ซึ่งคลื่น 4 นี้น่าจะมีความผันผวนสูง ไม่เหมาะที่จะเทรดด้วยระบบสัญญาณซื้อขาย ไม่ว่าจะเป็นการเทรดขาขึ้นหรือขาลงก็ตาม เพราะว่าคลื่นนี้มักเกิดสัญญาณหลอก (false signal) บ่อย ทำให้ขาดทุน พิจารณาด้วยเครื่องมือฟิโบนาชชีเป้าหมาย ราคาทองคำน่าจะลงไปได้อีกถึง 1,160 ดอลลาร์ สรอ/ทรอยออนซ์ ระดับแนวรับที่ 1,250 ดอลลาร์ สรอ ไม่น่ารับไหว

และที่น่าคิดก็คือ ราคาทองคำกับโลหะเงินนี้เหมือนเป็นตัวจุดชนวน อาจเกิดโดมิโน คือพลอยทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆดำดิ่งได้ด้วยเช่นกัน


ราคาน้ำมันดิบ WTI กำลังอยู่ในคลื่นย่อย c และอยู่ในสามเหลี่ยมชายธง ให้ระวังอาจเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยราคาทองคำ

ราคาสินค้าเกษตรตัวหลัก ได้แก่ ข้าวสาลี ข้าวโพด ถั่วเหลือง เป็นแนวโน้มขาลง เมื่อหลายสัปดาห์ก่อนมีการร่วงแรงอยู่เหมือนกัน บางวันลงไปวันละ -6% ถึง -7% ตอนนี้ปัจจัยพื้นฐานของสินค้าเกษตรยังไม่เอื้อ คาดการณ์กันว่าปริมาณน้ำฝนในอเมริกาจะดีขึ้น ส่งผลให้ผลผลิตข้าวสาลีมีมากขึ้น ประกอบกับจีดีพีของจีนต่ำกว่าคาดการณ์ จีนเป็นผู้นำเข้าสินค้าโภคภัณฑ์กลุ่มสินค้าเกษตรรายใหญ่ ดังนั้นอาจมีการเล่นข่าวกำลังการบริโภคสินค้าเกษตรลดต่ำลง ทำให้ราคาสินค้าเกษตรดิ่งแบบทองคำก็เป็นได้


ที่จริงเรื่องทองคำกับไซปรัสนั้น ลุงแมวน้ำเห็นว่าข่าวไซปรัสไม่ใช่สาเหตุหลัก ที่จริงก็คือนักลงทุนจ้องจะทุบราคาทองคำอยู่แล้ว เมื่อมีข้ออ้างก็ทุบเสียเลย ตอนนี้สินค้าโภคภัณฑ์ไม่ได้อยู่ในกระแสตลาดขาขึ้น คือไม่น่าเทรดเลยทั้งกลุ่ม หากไม่แกว่งแบบไร้ทิศทางก็เล่นกันแบบตลาดขาลง ดังนั้นนักลงทุนควรหลีกเลี่ยงทั้งกลุ่ม


ราคายางโตคอมของญี่ปุ่น เมื่อวันหยุดสงกรานต์ก็ร่วงแรง ประมาณ -7.1%

สำหรับราคายางพารา เมื่อวันหยุดสงกรานต์ก็ลงไปหลาย ประมาณ -7.1% คิดเป็นเงินไทย ณ เช้าวันพุธ (คือวันนี้) ราคาน่าจะอยู่ที่ประมาณ 76.6 บาท หรืออาจต่ำกว่านั้น



ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ของอเมริกา เกิดแท่งเทียนดำใหญ่และยังป้วนเปี้ยนอยู่ที่ระดับแนวต้านอันเป็นระดับฟิโบนาชชีสำคัญ อาจไม่ผ่านและกลับทิศได้


สำหรับตลาดหุ้น ก็อย่ามั่นใจในตลาดหุ้นมาก ลุงแมวน้ำฉายภาพใหญ่ให้ดูแล้วว่าตลาดส่วนใหญ่ในโลกเป็นสัญญาณขาย อีกทั้งตลาดหุ้นอเมริกาก็อาจกลับทิศแถวนี้ ประกอบกับทฤษฎีโดมิโนที่ลุงแมวน้ำว่ามา ดังนั้นตลาดทั่วโลกและของไทยก็มีความเสี่ยงที่จะลงแรงได้เช่นกัน

เนื่องจากเงินดอลลาร์ สรอ อ่อนค่า เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าต่อ น่าจะต่ำกว่า 29 บาท/ดอลลาร์ สรอ โปรดระวัง ช่วงนี้ฝรั่งขายหุ้นไทยแต่ว่าเงินยังไม่ได้ออกไปไหน มิหนำซ้ำมีเงินไหลเข้ามาในตลาดตราสารหนี้อายุยาวเพิ่มมากขึ้นเสียอีก เงินต่างชาติไหลเข้า ไม่ได้ไหลออก แต่ไม่ได้แปลว่าหุ้นจะขึ้นต่อในเร็วๆนี้ อาจไม่ง่ายขนาดนั้น เป็นไปได้ว่าตลาดหุ้นอาจลงไปก่อนลึกๆแล้วค่อยขึ้นต่อก็ได้ สำหรับลุงแมวน้ำก็ใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคตามแนวโน้มไปเรื่อยๆ ประกอบกับสัญญาณซื้อขาย ตลาดไปในทิศทางไหนลุงแมวน้ำก็ไปด้วย ^__^ 



ตลาดอัตราแลกเปลี่ยนช่วงนี้ผันผวนหนัก ดูกราฟของราคาทองคำกับเงินเยน จะเห็นว่าผิดปกติ เงินดอลลาร์ สรอ แนวโน้มอ่อนค่าต่อ เงินยูโรแนวโน้มแข็งค่าต่อ เงินเยนยังดูไม่ออก ส่วนเงินบาทนั้นมีแนวโน้มแข็งค่าต่อ


 photo s5017042013weeklyreportcopy.gif

Tuesday, April 16, 2013

16/04/2013 สุขสันต์วันสงกรานต์ 2556 และ 4 ปีของเว็บบล็อกลุงแมวน้ำ






สงกรานต์ปี 2556 นี้ลุงแมวน้ำมาสุขสันต์วันสงกรานต์สายไปหน่อย ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าปีนี้บรรดาสิงห์สาราสัตว์ในคณะละครสัตว์ลากลับภูมิลำเนาในช่วงสงกรานต์กันเป็นจำนวนไม่น้อย ที่โรงละครสัตว์จึงเงียบกริบ แถมยังมีฝนตกให้เย็นชุ่มฉ่ำ ลุงแมวน้ำจึงเกิดอาการอยากพักผ่อนขึ้นมา ไม่อยากทำอะไรเลย พูดง่ายๆก็คือขี้เกียจนั่นแหละ ^_^ หลายปีมานี้ทำงานแบบไม่ค่อยได้พักผ่อน ปีนี้รู้สึกอยากขอพักให้เต็มอิ่มสักวันสองวัน จากนั้นก็วางแผนที่จะทำโน่น ทำนี่ หลายอย่าง ตั้งแต่จัดโขดหินที่รกรุงรังไปด้วยสินค้า สะสางงานอีคอมเมิร์ซที่คั่งค้าง ตลอดจนดูแลความเรียบร้อยภายในโรงละครสัตว์ อ้อ เลี้ยงกระรอกน้อยด้วย ฯลฯ แต่ทำไปทำมาไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง ได้อยู่อย่างเดียวคือนอน ที่เหลือก็ได้อย่างละเล็กอย่างละน้อย ไม่มากเท่าไร

ลุงแมวน้ำนอนพักผ่อนอยู่บนโขดหินแบบเต็มๆอยู่เกือบสองวัน คือวันเสาร์กับอาทิตย์ ปิดหู ปิดตา แต่ยังไม่ปิดจมูกเพราะกลัวขาดอากาศหายใจ ฝนตก อากาศเย็นสบายน่าพักผ่อนมาก รู้สึกสดชื่นขึ้นมากเลย ระหว่างที่พักผ่อนอยู่นั้นก็คิดทบทวนอะไรหลายต่อหลายอย่าง


สวนเล็กๆภายในบริเวณโรงละครสัตว์ ใกล้กับโขดหินของลุงแมวน้ำ ในสวนเขียวขจี ร่มรื่น มีสัตว์ นก และแมลงนานาชนิด หลังฝนตกหอยทากน้อยสองตัวก็ออกมาเดินกระดืบๆหาของกิน


นึกขึ้นมาได้ว่าเว็บบล็อกของลุงแมวน้ำมาถึงตอนนี้ก็มีอายุครบ 4 ปีเต็มแล้ว ก็อย่างที่เขาพูดกันนั่นแหละว่าเวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก

สามปีแรกลุงแมวน้ำปรับปรุงเว็บบล็อกอย่างขยันขันแข็ง ทำทุกวันเลย แต่พอมาปีที่สี่ก็เริ่มช้าอืดอาด ก็อย่างว่าละนะ แมวน้ำชรา เรี่ยวแรงเริ่มถดถอย ^_^ เหตุผลอีกอย่างหนึ่งก็คือในรอบปีที่ผ่านมาภาระการงานของลุงค่อนข้างมาก แต่ก็แปลกที่ช่วงสามปีแรกของลุงแมวน้ำมียอดไลก์ในเฟซบุ๊กรวมกันประมาณ 1000 ไลก์ แต่ในปีที่สี่นี้แม้ว่าจะปรับปรุงเว็บบล็อกช้ากว่าเดิม แต่ยอดไลก์ทั้งปีก็ประมาณ 1000 ไลก์ เท่ากับที่ได้มาในช่วงสามปีแรกเลยทีเดียว

และที่แปลกยิ่งกว่านั้น คือ บทความที่มีคนอ่านมากที่สุดกลับไม่ใช่บทความด้านการลงทุนหรือการวิเคราะห์หุ้น เศรษฐกิจ แต่กลับเป็นบทความเรื่องทำโยเกิร์ตสูตรเจไว้กินเอง ยอดคนดูตั้งหลายพันคนเชียว เรื่องตลาดน้ำขวัญเรียมก็มีคนดูเป็นพัน สงสัยว่าลุงจะเลิกทำเว็บบล็อกการลงทุน หันมาเอาดีทางทำเว็บบล็อกแนวเบาๆ โน่น นี่ นั่น น่าจะรุ่งกว่า ^_^

วันนี้ลุงขอคุยสบายๆ สัพเพเหระก็แล้วกันกันนะ ให้สมกับบรรยากาศวันพักผ่อนในเทศกาลปีใหม่ไทย

มาดูกระรอกน้อยสองพี่น้องกันก่อน ช่วงวันหยุดนี้ลุงแมวน้ำมีเวลาก็เลยดูแลใกล้ชิดหน่อย จับกระรอกน้อยใส่ในหูกระต่ายแล้วพาเดินไปไหนมาไหนด้วย เพราะว่ากระรอกน้อยชอบไออุ่น ลุงก็เดินอยู่แถวบริเวณโขดหินนั่นแหละ ไม่ได้ไปไกล แต่กระรอกน้อยชอบมาก ติดลุงแมวน้ำแจเลย จะไปไหนต้องขอไปด้วยตลอด



กระรอกน้อยสองพี่น้องเมื่ออายุได้ 40 วัน วันๆก็กิน นอน แล้วก็เล่น ไม่ทำอย่างอื่น ตอนนี้รู้เพศแล้วล่ะ เป็นเด็กหญิงทั้งคู่เลย ตัวพี่คือ ดญ.หัวโน จะมีพวงหางที่ฟูสวยกว่าน้องขาเจ็บหน่อย ทั้งสองตัวเวลานอนต้องกอดกันกลมแบบนี้เสมอ คงรักกันมาก ^_^ ตัวล่างในภาพที่นอนแบบโยคะคือหัวโน ส่วนตัวบนคือน้องขาเจ็บ


จ๊ะเอ๋!!! สองศรีพี่น้องปีนป่ายเก่งขึ้นทุกวัน เล็บเริ่มคมขึ้น มีอยู่วันหนึ่ง ไม่กี่วันมานี้เอง ทั้งสองตัวปีนขึ้นไปบนชั้นสามของกรงได้เป็นครั้งแรก  (กรงมี 3 ชั้น) ที่ชั้นสามจะมีบ้านเล็กๆอยู่หลังหนึ่ง ทั้งสองตัวพอเห็นบ้านก็เข้าไปหลับปุ๋ยอยู่ในนั้นทันที จนลุงต้องจับเอาตัวลงมา แต่หลังจากนั้นก็ยังไม่ขึ้นไปอีก เล่นอยู่แต่ชั้นล่างของกรง ยังไม่รู้ว่าที่ไม่ขึ้นไปอีกเพราะอะไรเหมือนกัน

เรื่องอีคอมเมิร์ซของลุงแมวน้ำไม่ค่อยคืบหน้าเท่าไร ขายของได้เล็กๆน้อยๆ เพราะว่าลุงไม่ได้ทำเต็มเวลา ทำได้แค่ในยามว่างเท่านั้น ก็อยากให้คืบหน้ามากกว่านี้และเร็วกว่านี้ แต่ก็ยังไม่รู้จะทำยังไง เพราะเวลามีจำกัด อีกอย่างหนึ่งคงเป็นเพราะว่าลุงไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ในลำดับต้นๆกระมัง อย่างตอนที่ได้ลาภสัตว์ 8 เท้าเข้ามา (ไม่ใช่แมงมุมนะ แต่เป็นกระรอกสองตัว ^_^) ลุงก็ต้องจัดการดูแล จะดูดายก็ทำไม่ลง เลี้ยงกระรอกเพิ่มอีกสองชีวิตก็กินเวลาไปอีกโข เรื่องอีคอมเมิร์ซก็รอไปก่อน

หลังจากที่พักผ่อนและดูแลกระรอกน้อยแล้ว งานสำคัญที่ลุงตั้งใจว่าจะทำในช่วงหยุดสงกรานต์นี้ก็คือการตามหาหมาขี้เรื้อนตัวหนึ่ง

ภาระสำคัญอย่างหนึ่งของลุงแมวน้ำที่ทำมานานแล้วก็คือการรักษาหมาจรจัดที่เป็นขี้เรื้อน ที่ว่าเป็นขี้เรื้อนนี้ไม่ได้เป็นโรคเรื้อนแบบคนหรอกนะ ขี้เรื้อนในหมาที่ทำให้หมาดีๆ ขนสวยๆ กลายเป็นหมาหนังกลับได้นั้นเกิดจากตัวไรที่ไปอาศัยอยู่ตามผิวหนังของหมา ทำให้ผิวหนังเกิดอาการแพ้ อักเสบ ทำให้คันและขนร่วง หมาที่เป็นขี้เรื้อนนี้ เมื่อใดที่มีอาการคันจะทรมานมาก เป็นโรคที่ไม่ถึงตายแต่ว่าต้องทนทุกข์ทรมานยาวนาน ยิ่งหมาจรจัดเป็นหมาที่คนรังเกียจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว หากเป็นขี้เรื้อนคนก็ยิ่งรังเกียจ มีแต่ไล่ให้ไปไกลๆ ดังนั้นโอกาสที่จะหาอาหารก็ยากยิ่งขึ้น
และนั่นเองคือจุดเริ่มต้นของงานอดิเรกอย่างหนึ่งของลุงแมวน้ำ นั่นคือการตระเวนรักษาหมาจรจัดที่เป็นขี้เรื้อน งานอดิเรกนี้ใช้เวลาพอสมควรทีเดียว เพราะการรักษาหมาตัวหนึ่งต้องใช้เวลาพอสมควร เพราะต้องให้ยาต่อกันเป็นเวลา 6 สัปดาห์ ไหนจะเดินทาง ไหนจะทำความคุ้นเคย ไหนจะตามหาหมาให้เจอ เพราะว่าหมาจรจัดนั้นเราไม่รู้ว่ามันอยู่ที่ไหนกันแน่ บางวันไปแล้วหาไม่เจอก็ต้องไปใหม่อีก อย่างเจ้าหมาตัวที่ลุงไปรักษาในวันสงกรานต์นี้ก็ตามหาเพื่อให้ยามาหลายครั้งแล้ว แต่ไม่เจอสักที ก็เพิ่งมาเจอนี่เอง


หมาในภาพนี้เป็นหมาตัวเดียวกัน ลุงถ่ายไว้เมื่อประมาณ 7 ปีมาแล้ว ตอนที่ลุงไปเจอก็เป็นขี้เรื้อนดังที่เห็นในภาพบน ผิวหนังอักเสบ มีรอยเกาเป็นแผลน้ำเหลืองโชกเลย หลังจากที่รักษาแล้วก็ขนสวยงามดังรูปล่าง แต่ตัวนี้งานยากหน่อย เพราะว่าหายแล้วสักพักก็กลับมาเป็นซ้ำอีก ในสองปีลุงรักษาไปสามรอบ อยู่ไกลเสียด้วย สุดท้ายก็มาโดนรถชนตาย แต่ในช่วงหลังของชีวิตตอนที่หายจากขี้เรื้อนแล้วชีวิตก็มีความสุขขึ้นมากเพราะไม่คันแล้ว 


เอาละ สงกรานต์นี้แวะไปโน่นไปนี่ ยังไม่ได้สาดน้ำสักที เดี๋ยวเราไปสาดน้ำกัน ปีนี้ลุงแมวน้ำไปที่เซ็นทรัลเวิลด์ เพราะว่าไปที่สีลมมาหลายปีแล้ว เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง ส่วนที่ตรอกข้าวสารนั้นไกลเกิน ลุงไปไม่ไหว

ที่เซ็นทรัลเวิลด์แม้จะมีพื้นที่เล่นสนุกไม่มากเหมือนกับที่ถนนสีลมซึ่งปิดถนนเล่นไปครึ่งสาย แต่ก็มีสีสันดีเพราะว่ามีสงกรานต์โฟมด้วย คือแทนที่จะฉีดน้ำก็เปลี่ยนเป็นฉีดโฟม สนุกไปอีกแบบ


สงกรานต์ที่ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์ บนลานแบ่งพื้นที่เป็นโซนฉีดน้ำกับโซนฉีดโฟม ในภาพนี้เป็นโซนฉีดน้ำ มีน้ำจากสายยางของทางผู้จัดฉีดจนเป็นเหมือนสายฝน และแต่ละคนที่มาเล่นก็พกปืนฉีดน้ำมาฉีดใส่กันด้วย


นอกจากโซนฉีดน้ำแล้วก็ยังมีโซนฉีดโฟม ที่เห็นในรูปเป็นเครื่องสีดำคล้ายพัดลม นั่นคือเครื่องฉีดโฟม เล่นโฟมกันสนุก โฟมนี้ไม่ค่อยลื่น เพราะไม่ใช่ฟองจากผงซักฟอก ลุงแมวน้ำลื่นไถลไปบนพื้นที่มีโฟมก็นุ่มพุงดีเหมือนกัน ^_^

ชาวต่างชาติมาเล่นน้ำสงกรานต์เยอะมาก ส่วนใหญ่เป็นคนเอเชีย พวกสิงคโปร์ ไต้หวัน จีน ฮ่องกง ฝรั่งก็มีแต่ไม่มากนัก


ภาพนี้เป็นการเล่นสงกรานต์ตามท้องถนน มีให้เห็นประปราย แต่ส่วนใหญ่จะไปชุมนุมกันเล่นตามจุดเล่นสงกรานต์ใหญ่ๆมากกว่า 


ลุงแมวน้ำเอาสีสันในวันสงกรานต์ปี 2556 นี้มาเล่า และถือเป็นบทความในโอกาสครบรอบ 4 ปีของเว็บบล็อกลุงแมวน้ำอีกด้วย ย่างก้าวต่อไปก็จะเป็นปีที่ 5 แล้ว ลุงแมวน้ำก็อายุมากขึ้นทุกวัน จะทำได้ถึงแค่ไหนก็ไม่รู้ แต่ก็เอาเป็นว่าเราจะอยู่เป็นเพื่อนกันจนกว่าจะไม่มีคนอ่านหรือจนกว่าลุงแมวน้ำจะทำไม่ไหวก็แล้วกัน

สุขสันต์วันสงกรานต์คร้าบ (^___^)



Tuesday, April 9, 2013

09/04/2013 * สรุปตลาดในรอบสัปดาห์ (01/04/2013 - 05/04/2013)


ตลาดหุ้นไทยเป็นแนวโน้มขาลง หากภายวันวันสองวันนี้ SET ยังปิดได้สูงกว่า 1478 จุดก็มีโอกาสก่อตัวเป็นชายธงก่อนค่อยลง แต่หากวันสองวันนี้ปิดต่ำกว่า 1478 จุด ดัชนีคงไหลลงเร็ว


วันนี้เรามาสรุปภาวะตลาดและการลงทุนในรอบสัปดาห์ที่แล้วกัน

ภาพรวมในสัปดาห์ที่แล้วตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลง ทางฝั่งทวีปอเมริกาปรับตัวลงหมด ส่วนของสหรัฐอเมริกานั้นปรับตัวลงประมาณ -1% ตอนนี้ข่าวทางสหรัฐอเมริกามีทั้งดีปนร้าย ข่าวดีคืออัตราการจ้างงานดีขึ้น แต่ข่าวร้ายคือแรงงานอเมริกันถอดใจเลิกหางานกันมากขึ้น พวกนี้คือออกจากระบบไปเลย ไม่ได้นำมาคำนวณเป็นผู้ว่างงาน กับข่าวที่เก็งผลประกอบการไตรมาส 1 กัน บ้างก็ว่าน่าจะออกมาดี บ้างก็ว่าน่าจะออกมาแย่ลง ข่าวยังสับสน

ทางด้านทวีปยุโรป ตลาดหุ้นก็ปรับตัวลง โดยเฉพาะตลาดหุ้นเยอรมนี ดัชนี DAX เกิดสัญญาณขายและมีรูปแบบกราฟเป็นแนวโน้มขาลง ดูแปลกๆ ทำเหมือนกับว่าจบคลื่นใหญ่เลย แต่ประเด็นนี้ขอรอดูอีกหน่อย เพราะหากจบคลื่นใหญ่จริงคงเป็นเรื่อง เพราะเท่ากับว่าคลื่นที่เพิ่งจบคือคลื่น B และขณะนี้ยุโรปอยู่ในคลื่น C ใหญ่ แต่อย่าเพิ่งกังวลมาก ลุงแมวน้ำแค่พูดเผื่อไว้ รอดูไปก่อน

ทางด้านตลาดหุ้นเอเชีย สัปดาห์ที่แล้วตลาดส่วนใหญ่ปรับตัวลง ตลาดหุ้นจีนลงแรงจากปัญหาเรื่องไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9 ขณะนี้มีชาวจีนตายไปแล้ว 7 คน ตลาดค้าสัตว์ปีกในเซี่ยงไฮ้ถูกสั่งปิดและฆ่าไก่ไปเป็นจำนวนมากเพื่อควบคุมโรค ผลจากเรื่องนี้ทำให้ตลาดหุ้นฮ่องกงปรับตัวลงแรงด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะหุ้นสายการบินทั้งในจีนและฮ่องกง ลงกันระเนระนาด ส่วนตลาดหุ้นไต้หวันที่ยังดูดีเพราะไต้หวันหยุดในเทศกาลเช็งเม้ง 2 วัน สัปดาห์นี้เปิดมาก็ลงแรงเช่นกัน

แวะมาที่ตลาดหุ้นไทย ตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ที่แล้วปรับตัวลงแรงที่สุดในเอเชียก็ว่าได้ เพราะว่าลงไปถึง -4.6% โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ต่างชาติเริ่มขายรุนแรง หุ้นในกลุ่ม SET50 เกิดสัญญาณขายไปแล้วถึง 31 หุ้น ตลาดแบบนี้เป็นตลาดขาลงแล้ว ในตลาดขาลง หุ้นจะเด้งขึ้นไม่ได้มาก เพราะขึ้นมาก็ถูกขาย โดยเฉพาะพอร์ตของโบรกเกอร์หรือที่เรียกว่าพอร์ตเทรด พวกนี้ขายไวมาก ไม่ถือยาวอยู่แล้ว ส่วนต่างชาติก็ขายอยู่ รายย่อยก็เล่นสั้นชนิดที่ว่าไม่เอาหุ้นกลับบ้าน ดังนั้นปัจจัยจิตวิทยาเหล่านี้ทำให้หุ้นขึ้นต่อไม่ได้ เพราะขึ้นมาก็ถูกขาย ต้องรอให้ลงไปลึกๆก่อน ความผันผวนจะค่อยๆลดลง ถึงตอนนั้นจึงมีคนกล้าถือเก็บเอาไว้

สำหรับตลาดหุ้นไทย รอดูในวันสองวันนี้ หากดัชนี SET ปิดต่ำกว่า 1478 จุด แสดงว่ารูปแบบการลงเป็นแบบคลื่นขาลงแล้ว แต่หากปิดสูงกว่า 1478 จุด แสดงว่ายังมีโอกาสเด้งขึ้นลงเป็นรูปแบบสามเหลี่ยมชายธง หากเป็นชายธงก็เป็นโอกาสโดดหนีให้ได้ราคาหน่อย หากเป็นคลื่นซิกแซกขาลงก็น่ากลัว เพราะว่าลงเร็ว

ทางด้านค่าเงิน สัปดาห์ที่ผ่านมาค่าเงินผันผวนมาก ธนาคารกลางของญี่ปุ่นเริ่มอัดฉีดเงินเข้ามาในตลาดด้วยการซื้อพันธบัตร รอบนี้อยู่ในวงเงินประมาณ 3 แสนล้านบาท (ยังมีอีกหลายรอบ) ส่งผลให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นวิ่งฉิว ค่าเงินเยนอ่อนตัวอย่างรวดเร็ว

ขณะเดียวกัน ค่าเงินยูโรและเงินสกุลยุโรปอื่นๆก็แข็งค่าขึ้น ส่วนเงินบาทไทยสัปดาห์ที่แล้วแกว่งตัวในกรอบแคบ แต่ขณะนี้แข็งค่าอย่างรวดเร็ว สถานการณ์ด้านอัตราแลกเปลี่ยนอ่านยาก ลุงแมวน้ำก็มึนเหมือนกัน

ด้านสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาน้ำมันดิบ ทองคำ สินค้าเกษตร ปรับตัวลง น้ำมันดิบกับสินค้าเกษตรลงแรง ราคายางพาราปรับตัวลงถึง -10% ทีเดียว

วันนี้มีทั้งตารางและกราฟหลายภาพ โดยเฉพาะตารางมีส่วนช่วยในการมองสถานการณ์ได้ดี ดีกว่าภาพรายวันเสียอีก ลองชมกันนะคร้าบ


ดัชนี DAX ของเยรมนี กำลังทำคลื่นขาลงอยู่ อาจเป็นการจบคลื่น B และเข้าคลื่น C ก็ได้ แต่ยังไม่ชัด รอดูต่อไปอีกหน่อย แต่ก็ควรเตรียมตัวเอาไว้บ้าง เพราะหากเป็นคลื่น C จริงจะส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นทั่วโลก

เงินยูโรค่อยๆแข็งค่ามาตั้งแต่ช่วงปลายเดือน ระยะสั้นเป็นแนวโน้มขาขึ้น

เงินเยนอ่อนค่าหนักเพราะผลจาก QE ฉบับซามูไร รอบนี้อัดฉีดเงินเข้าซื้อพันธบัตรถึง 1 แสนล้านเยนหรือประมาณ 3 แสนล้านบาท 

ราคายางพาราไทยตลาด AFET เป็นขาลงชัดเจน อาจลงไปได้ถึง 66 บาท




 photo s5009042013weeklyreportcopy.gif