รู้ไหมว่าวันนี้วันอะไร ก็วันเสาร์ไง อีกทั้งยังอยู่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2012 อีกด้วย
แล้วรู้ไหมว่าวันนี้มีอะไรพิเศษอีก ก็เป็นวันที่บล็อกลุงแมวน้ำมีอายุ 3 ขวบแล้วไง ที่จริงก็ไม่ได้ตรงวันเกิดของเว็บบล็อกพอดีในวันนี้หรอก วันที่โพสต์หน้าแรกของเว็บบล็อกที่จริงคือวันที่ 16 เมษายน 2009 แต่ก่อนหน้านั้นก็เตรียมการมาสักพักแล้ว ดังนั้นจะบอกว่าเกิดวันไหนแน่ก็พูดยาก ก็เหมาๆเอาว่าเว็บบล็อกลุงแมวน้ำถือกำเนิดในช่วงสงกรานต์นี้ก็แล้วกัน เนอะ
เช้านี้ลุงแมวน้ำก็ตื่นขึ้นมาทำขนมปังตั้งแต่เช้ามืดเช่นเคย ทำขนมปังเพื่อฉลองเว็บบล็อกและเอามาถ่ายรูปนี่แหละ ขนมปังวันนี้เป็นขนมปังจืด สูตรเจ มีแต่แป้งกับยีสต์ นวดแล้วหมักเอาไว้ แม้แต่น้ำมันพืชก็ไม่ได้ใส่ เมื่อทำเสร็จแล้วก็เอามาถ่ายรูป แต่งภาพเสียหน่อย ใส่เทียน 3 เล่มลงไป เท่านี้ก็ได้เป็นภาพ 3rd Anniversary Celebration ข้างล่างนี้ ลุงแมวน้ำใช้ตัวหนังสือสีเขียวเพราะนักลงทุนชอบสีเขียวกัน คงไม่ค่อยมีใครที่ชอบสีแดง
ขนมปังวันนี้จืดสนิท เป็นการฉลองวันพิเศษด้วยความเรียบง่ายธรรมดา ด้วยความไม่มีอะไรพิเศษ ขนมปังจืดนี้หากหิวก็กินอร่อยเพราะว่าดีกว่าไม่มีอะไรกิน หากอิ่มก็คงไม่อร่อยเพราะมีอย่างอื่นที่อร่อยกว่านี้ ดังนั้นความอร่อยจึงอยู่ที่การปรุงแต่งของจิตนั่นเอง
กินไปก็นั่งนึกทบทวนไป ว่า เอ นี่ลุงแมวน้ำทำเว็บบล็อกทำไมนะ เหนื่อยก็เหนื่อย คนดูก็ไม่เยอะ คือบางทีเมื่องานเยอะๆแล้วยังต้องมาห่วงปรับปรุงเว็บบล็อกก็รู้สึกงงเหมือนกันว่าจะทำไปทำไม แต่พอตั้งสติได้แล้วก็พบคำตอบ คำตอบก็คือเจตนารมย์ที่จะแบ่งปันแก่เพื่อนนักลงทุนนั่นเอง อันที่จริงเว็บบล็อกเพื่อการลงทุนก็มีตั้งมากมาย แต่ว่าแต่ละคนก็ต่างความคิดกัน ลุงแมวน้ำก็มีมุมมองของลุงแมวน้ำที่อยากจะแบ่งปันซึ่งอาจจะแตกต่างจากคนอื่น โลกของทุนนิยมเสรีนั้นโดยธรรมชาติคือการแข่งขัน คือการที่มือใครยาวสาวได้สาวเอา เพราะหากเราไม่เอาคนอื่นก็เอาไปแทน ผลของทุนนิยมกระแสหลักก็คือความเหลื่อมล้ำในสังคม คนรวยก็รวยยิ่งขึ้นเพราะครอบครองโอกาสและทุนทรัพย์ที่เหนือกว่า ทำให้มีแต้มต่อมากกว่า คนจนก็ยิ่งจนลงเพราะยิ่งนานก็ยิ่งด้อยโอกาสลงไปทุกที
ในมุมมองของลุงแมวน้ำ เรายังมีทุนนิยมทางเลือกอยู่ ทุนนิยมก็มีเมตตาธรรม ช่วยเหลือ เอื้อเฟื้อ และแบ่งปันกันได้ ไม่จำเป็นต้องแข่งกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ปรัชญาทุนนิยมทางเลือกเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน มีคนจำนวนมากที่คิดถึงเรื่องนี้อยู่ และนั่นคือที่มาของแนวคิดพวก compassionate capitalism, philantropic capitalism ฯลฯ ส่วนหนึ่งของแนวคิดนี้ปรากฏเป็นรูปธรรมในเชิงธุรกิจแล้วนั่นก็คือปรากฏการณ์ของธุรกิจเพื่อสังคม (social enterprise) นั่นเอง แม้ผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อสังคมไม่ได้ประกาศตนเองว่าใช้ปรัชญาธุรกิจแบบเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แต่โดยทางปฏิบัติแล้วผู้ประกอบการเพื่อสังคมเหล่านี้ก็ต้องมีแนวคิดเช่นนี้แฝงอยู่ เพราะไม่อย่างนั้นก็คงไม่พยายามทำอะไรเพื่อช่วยแก้ปัญหาของสังคมเช่นนี้
และนี่เองก็คือเรื่องราวและแนวคิดที่ลุงแมวน้ำพยายามทำเว็บบล็อกด้านการลงทุนขึ้นมาเพื่อแบ่งปันกันกับเพื่อนๆนักลงทุน แม้ว่าตลอดสามปีมานี้จะยังสอดแทรกแนวคิดนี้ไม่ได้มากนัก ส่วนใหญ่ยังเป็นการเน้นที่เทคนิคการลงทุนอยู่ ประกอบกับภาระการงานทำให้คิดและเขียนอะไรไม่ค่อยได้ต่อเนื่องนัก แต่ในปีต่อไปจะพยายามปรับปรุงและคุยเรื่องพวกนี้ให้มากขึ้น ก็ไม่รู้ว่าจะชอบหรือว่าจะเบื่อกัน คงต้องลองกันดู
เอาละ กินขนมปังอิ่มแล้ว นั่งคิดโน่นคิดนี่สักพัก คราวนี้ไปเที่ยวกันดีกว่า วันหยุดนี้ลุงแมวน้ำทำตัวกระชากวัย จะไปฉลองสงกรานต์ทีสีลมกับคนหนุ่มสาว เพราะว่าวันนี้นอกจากเป็นวันสงกรานต์แล้วยังเป็นวันผู้สูงอายุด้วย ขึ้นรถ ลงเรือ มีส่วนลดให้ตลอด ^_^
เริ่มเดินทางกันดีกว่า ลุงแมวน้ำแว่บออกมาจากโรงละคร ไปขึ้นรถไฟฟ้า ตอนนั้นเป็นช่วงบ่าย ผู้โดยสารแน่นเอาการ แต่ละคนเตรียมพร้อม อาวุธครบมือ เพื่อไปเข้าสมรภูมิน้ำที่สีลม
ใครยังไม่มีเครื่องเล่นชิ้นสำคัญ นั่นคือปืนฉีดน้ำ สามารถไปหาเอาได้ตรงมุมถนนสีลมตรงแยกศาลาแดง มีขายเต็มไปหมด
อุปกรณ์ประกอบการเล่นน้ำที่สำคัญอีกอย่างที่ขาดไม่ได้คือกระเป๋ากันน้ำ เอาไว้ใส่โทรศัพท์มือถือ กระเป๋าตังค์ และของอื่นๆที่ไม่ต้องการให้เปียก ลุงแมวน้ำก็มีอยู่ใบหนึ่ง เอาไว้ใส่หูกระต่าย ไม่อยากให้หูกระต่ายเปียกน้ำเลย ^_^ กระเป๋านี้ยอดขายตลอดทั้งปีคงไม่มากมายเท่าไร มาขายดีเอาก็ในเทศกาลนี้แหละ
ก่อนเข้าสู่สมรภูมิน้ำที่ถนนสีลม ขอซ้อมต่อสู้กับยวดยานที่สัญจรไปมาหน้าถนนสีลมไปก่อน รถคันนี้สงสัยใช้หัวฉีดน้ำดับเพลิง สายน้ำถึงได้ใหญ่โตขนาดนี้ ได้เปรียบไปโขเลย
นี่แน่ะๆ สู้ตาย
หลังจากเล่นน้ำอยู่ตรงแยกศาลาแดงได้พักหนึ่งก็เดินเข้ามาในถนนสีลม ผู้คนไม่รู้มาจากไหนกันบ้าง เต็มถนนไปหมด นี่ตอนบ่าย ขนาดนี้ถือว่าคนยังไม่มาก หากเป็นตอนกลางคืนคนแน่นยิ่งกว่านี้มากมาย เรียกว่าไม่ต้องเดินกันเลย ไหลไปอย่างเดียว แล้วจะหยุดเดินหรือถอยกลับก็ไม่ได้ด้วย ต้องไหลไปเรื่อยๆจนกระแสคนหมดไปเองแล้วจึงค่อยหาทางออกมาข้างนอกได้
ไล่ฉีดน้ำกันวุ่นไปหมด ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ปืนฉีดน้ำของใครน้ำหมดสามารถแวะเติมน้ำได้ตามแผงขายของริมทางเดิน ค่าเติมประมาณ 5-6 บาทต่อครั้ง
"อุ๊ย มีแมวน้ำหลุดเข้ามาเล่นสงกรานต์ด้วย หนูอยากประแป้งแมวน้ำ"
"เชิญเลยจ้ะหนู"
เล่นแป้งดินสอพองกันจนขาวโพลนไปหมด ดินสอพองขายดีมาก หากลุงแมวน้ำโดนพอกแป้งหนา สภาพคงเหมือนแมวน้ำชุบแป้งโกกิ เสียวๆโดนอุ้มเอาไปทอดอยู่เหมือนกัน
บางคนเล่นน้ำเหนื่อยก็มานั่งพัก หายเหนื่อยแล้วก็ไปเล่นน้ำต่อ
นี่แหละ บรรยากาศยามบ่ายในเทศกาลสงกรานต์ที่สีลม สนุกสนานมาก หากเป็นตอนกลางคืนยิ่งคึกคักกว่านี้ แต่ลุงแมวน้ำไม่มีรูปตอนกลางคืนเพราะว่าต้องเก็บกล้องเอาไว้ในกระเป๋ากันน้ำ หยิบออกมาไม่ได้เลย กลัวกล้องพัง เลยมีแต่ภาพตอนกลางวัน
สุขสันต์วันสงกรานต์นะคร้าบ ^_^
Saturday, April 14, 2012
Thursday, April 12, 2012
11/04/2012 * แนวโน้มตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ทองคำแนวโน้มขาลง น้ำมันดิบและสินค้าเกษตรแนวโน้มขาขึ้น
ค่าเงินเช้านี้ 12/04/2012 (รายงานวันเทรดที่ 11/04/2012)
วันที่ 11/04/2012 ตลาดหุ้นย่านเอเชียแปซิฟิกส่วนใหญ่ปิดลบแต่ว่าปรับตัวลงไม่แรง ยกเว้นตลาดหุ้นไทยที่ผันผวนพอสมควร ตอนเช้าเปิดค่อนข้างลึก พอบ่ายก็ดีขึ้น แต่เมื่อใกล้ปิดตลาด เมื่อมีข่าวเตือนภัยสึนามิที่ภาคใต้ ตลาดหุ้นก็ตกใจ ดัชนีหล่นอย่างรวดเร็ว SET index ปิดที่ 1154.49 (-0.95%) ต่างชาติขายสุทธิ 3480 ล้านบาท
ส่วนตลาดฝั่งยุโรปนั้นส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้นเกินกว่า 1.0% ดัชนี DAX ของเยอรมนี +1.0% ตลาดหุ้นฝั่งอเมริกาไปคนละทาง บราซิลปิดแดงส่วนสหรัฐอเมริกาปิดเขียว ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (DJI) ของสหรัฐอเมริกาขึ้นไป +0.7%
ทางด้านค่าเงิน วันที่ 11 เปลี่ยนแปลงไม่มาก ดอลลาร์ สรอ ปรับตัวในกรอบแคบ usd index อยู่ในกรอบ 79.5 ถึง 79.9 จุด เงินยูโรกับฟรังก์สวิสแข็งค่าน้อยมาก เพียง +0.1% เงินโครนกับโครนาทรงตัว ทางด้านเงินเอเชียแปซิฟิก เงินดอลลาร์ออสเตรเลีย +0.4% เงินเยนอ่อนค่า -0.30% เงินดอลลาร์สิงคโปร์ +0.3% กับเงินบาทปลี่ยนแปลงเล็ก +0.3% ต่างชาติขายหุ้นไทยอย่างหนักแต่ว่าเงินบาทยังไม่อ่อน แสดงว่ายังไม่ได้ขนเงินออกไป หากเมื่อไรที่เงินบาทอ่อนตัวผิดจากเพื่อนบ้านก็ควงระวังเอาไว้
ทางด้านตลาดสินค้าโภคภัณฑ์เมื่อวันที่ 11 น้ำมันดิบอ่อนตัว wti +1.6%% และเบรนต์ +0.1% กลุ่มโลหะ ทองแดงลงอีก -0.5% โลหะเงิน -0.6% ส่วนทองคำ -0.1% ดัชนีสินค้าเกษตร 79.35 จุด (+0.1%)
เช้านี้ (12/04/2012) ดัชนีดอลลาร์ สรอ (USD index) อยู่ที่ 79.7 จุด เงินยูโร 1.312 ดอลลาร์ สรอ/ยูโร เงินเยน 81.0 เยน/ดอลลาร์ สรอ เงินบาท 30.86 บาท/ดอลลาร์ สรอ
น้ำมันดิบ wti 102.6 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล น้ำมันดิบเบรนต์ 120.0 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล ทองคำ 1660 ดอลลาร์ สรอ/ทรอยออนซ์
แนวโน้มตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ทองคำแนวโน้มขาลง น้ำมันดิบและสินค้าเกษตรแนวโน้มขาขึ้น
เมื่อวานเราดูการวิเคราะห์ทางเทคนิคในระยะสั้นของตลาดหุ้นกันไปแล้ว วันนี้้เรามาดูแนวโน้มระยะสั้นของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์กันต่อว่าเป็นอย่างไร
แนวโน้มราคาทองคำ
เริ่มกันที่ทองคำก่อน ดังภาพต่อไปนี้
กราฟราคาทองคำ (GC)
จากกราฟ ราคาทองคำ (GC) ในระดับแนวโน้มใหญ่ ราคาทองคำอยู่ในทิศทางขาลง ตามกรอบช่องค่าผิดพลาดมาตรฐาน (standard error channel, SEC) สีดำ และในระดับแนวโน้มระยะสั้นก็อยู่ในแนวโน้มขาลง การลงทุนทองคำในช่วงนี้อย่าหวังเก็งกำไรแบบขึ้นขายลงซื้อเพราะว่าลงมากกว่าขึ้น ซื้อแล้วอาจไม่มีจังหวะให้ทำกำไร
แนวโน้มราคาน้ำมันดิบ
ทางด้านราคาน้ำมัน เรามาดูกันที่น้ำมันดิบเบรนต์ (Brent crude oil, BZ) ดังภาพต่อไปนี้
กราฟราคาน้ำมันดิบเบนต์ (BZ)
จากภาพ ราคาน้ำมันดิบเบรนต์มีสัญญาณกลับทิศหลายประการ เช่น หลุดจากกรอบ SEC มีคอนเวอร์เจนซ์ระหว่างค่า RSI กับราคา หรือที่เรียกว่า bearish convergence รวมทั้งยังมีแท่งเทียนดำใหญ่อีกด้วย แต่น้ำมันดิบนี้ตามปกติราคามักหวือหวาอยู่แล้ว การเกิดแท่งเทียนขาวใหญ่หรือแท่งเทียนดำใหญ่เกิดบ่อยจนกลายเป็นเรื่องปกติไป ลุงแมวน้ำจึงไม่ค่อยให้น้ำหนักเท่าไร อีกทั้งการนับคลื่นย่อยยังได้ไม่ครบห้าคลื่น ดังนั้นลุงแมวน้ำจึงมองว่าขณะนี้น่าจะเป็นคลื่นย่อย 4 อันเป็นคลื่นย่อตัว (reactive wave) มากกว่า ในระดับแนวโน้มระยะสั้นน่าจะยังเหลือคลื่นย่อย 5 ที่ต้องดำเนินต่อไป
แนวโน้มราคาสินค้าเกษตร
ส่วนสินค้าเกษตร ดังภาพต่อไปนี้
กราฟดัชนีราคาสินค้าเกษตร (Dow Jones USB Agriculture Index, DJUBSAG)
ภาพนี้ดูง่าย ไม่ต้องคิดยาก ราคาสินค้าเกษตรอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น ที่เห็นว่ามีหลุดกรอบ sec อยู่วันหนึ่ง แต่วันถัดมาก็ตามด้วยแท่งเทียนขาวใหญ่ ถือว่าชดเชยกันไป ตอนนี้ยังไม่หลุดกรอบก็ต้องมองเป็นแนวโน้มขาขึ้นเอาไว้ก่อน
แนวโน้มราคายางพารา
ปิดท้ายด้วยภาพราคายางพารา RSS3 ดังภาพต่อไปนี้
กราฟราคายางพารา RSS3
จากภาพ คงมองเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ นอกจากมองว่าราคายางอยู่ในแนวโน้มระยะสั้นขาลง แต่ลองดูภาพต่อไปนี้
จะเห็นว่าในระดับแนวโน้มที่ใหญ่กว่า ราคายางพาราอยู่ในคลื่นใหญ่ขาขึ้น ขณะนี้น่าจะกำลังอยู่ในคลื่น 2 (สีม่วง) ซึ่งราคายางพาราอาจจบคลื่น 2 ที่แถวๆ 118 บาท หรืออาจลงไปถึง 112 บาท และหลังจากนั้นน่าจะเข้าสู่คลื่นใหญ่ 3 อันเป็นคลื่นขาขึ้นที่ชันและกินเวลานานพอสมควร
ดัชนีตลาดหุ้นสำคัญในโลก เมื่อ 11/04/2012
อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลสำคัญ เมื่อ 11/04/2012
Wednesday, April 11, 2012
10/04/2012 * แนวโน้มตลาดหุ้น สัญญาณกลับทิศยังไม่ชัดเจน
ค่าเงินเช้านี้ 11/04/2012 (รายงานวันเทรดที่ 10/04/2012)
ช่วงนี้ครูอังคณากำลังดังพร้อมกับวลี "เรื่องนี้ต้องถึงครูอังคณาแน่" ทั้งวิทยุและทีวีต่างก็ออกข่าว และยอดผู้ชมคลิปนับแสนครั้ง ป่านนี้อาจจะเกินล้านครั้งไปแล้วก็ได้ ลุงแมวน้ำยังงงๆอยู่เลย สภาพสังคมในยุคที่มีอินเตอร์เน็ตเปลี่ยนแปลงไปรวดเร็วมากทีเดียว ลุงแมวน้ำลองคิดเล่นๆดูว่าหากมีใครสักคนโพสต์คลิปแล้วพูดว่า "เรื่องนี้ต้องถึงลุงแมวน้ำแน่ๆ" แล้วเว็บบล็อกลุงแมวน้ำจะมีผู้ชมถึงหลักล้านในชั่วข้ามคืนไหมเนี่ย ^_^
มาดูตลาดหุ้นกันดีกว่า สำหรับวันที่ 10/04/2012 ตลาดหุ้นย่านเอเชียแปซิฟิกมีทิศทางไม่ชัดเจน ส่วนใหญ่ปิดตลาดแบบบวกนิดลบหน่อย ยกเง้นตลาดหุ้นไทยที่ลงแรงหน่อย SET index ปิดที่ 1165.61 (-1.4%) ต่างชาติยังซื้อสุทธิอีก 510 ล้านบาท
ส่วนตลาดฝั่งยุโรปนั้นลงกระจาย ออสเตรียลงแรง -3.5% ตามมาด้วยฝรั่งเศส -3.0% และเยอรมนี -2.5% ส่วนตลาดหุ้นกรีซวันนี้ปรับตัวขึ้นสวนกลุ่มยุโรป คือ +3.2%
ตลาดหุ้นฝั่งอเมริกาก็ลงเช่นกัน ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (DJI) ของสหรัฐอเมริกาลงไป -1.7%
ทางด้านค่าเงิน วันที่ 10 เปลี่ยนแปลงไม่มาก ดอลลาร์ สรอ ปรับตัวในกรอบแคบ usd index อยู่ในกรอบ 79.6 ถึง 80.0 จุด เงินยูโรกับฟรังก์สวิสอ่อนค่าไปเล็กน้อย -0.2% เงินโครน -0.6% เงินโครนา -0.7% ทางด้านเงินเอเชียแปซิฟิก เงินดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่า -0.5% เงินเยนแข็งค่า +1.0% เงินดอลลาร์สิงคโปร์กับเงินบาทปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเท่านั้น ถือว่าทรงตัว
ทางด้านตลาดสินค้าโภคภัณฑ์เมื่อวันที่ 10 น้ำมันดิบอ่อนตัว wti -1.1% และเบรนต์ -2.3% กลุ่มโลหะ ทองแดงลงแรงอีก -1.9% โลหะเงิน +0.6% ส่วนทองคำ +1.1% ดัชนีสินค้าเกษตร 79.27 จุด (-1.2%)
เช้านี้ (11/04/2012) ดัชนีดอลลาร์ สรอ (USD index) อยู่ที่ 79.9 จุด เงินยูโร 1.307 ดอลลาร์ สรอ/ยูโร เงินเยน 80.77 เยน/ดอลลาร์ สรอ เงินบาท 30.96 บาท/ดอลลาร์ สรอ
น้ำมันดิบ wti 100.9 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล น้ำมันดิบเบรนต์ 119.3 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล ทองคำ 1657 ดอลลาร์ สรอ/ทรอยออนซ์
แนวโน้มตลาดหุ้น สัญญาณกลับทิศยังไม่ชัดเจน
ช่วงนี้ตลาดหุ้นลงต่อเนื่องมาหลายวัน ทั้งยุโรป สหรัฐอเมริกา และตลาดหุ้นไทย นักลงทุนอาจใจคอไม่ค่อยดีกันเพราะเราชินกับสีเขียวกันมาสักพักแล้ว พอเห็นอะไรแดงๆก็เริ่มไม่ชินกัน ซึ่งคงต้องใช้เวลาปรับตัวกันบ้าง
มาดูการวิเคราะห์ทางเทคนิคในระยะสั้นกันว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไร
เริ่มกันที่ตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาก่อน ดูกันที่อัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (DJI) ดังภาพต่อไปนี้
ตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาขึ้นอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลานานนับเดือน อีกทั้งคลื่นที่เข้าใจว่าน่าจะเป็นคลื่น B ใหญ่ยังมีคลื่นย่อยเกิน 3 คลื่นเสียอีก ซึ่งถือว่าไม่ปกติ แต่อย่างไรก็ตาม แนวโน้มใหญ่ยังไม่เปลี่ยน คือลุงแมวน้ำยังมองเป็นคลื่น B อยู่ จะปรับมุมมองใหม่ก็ต่อเมื่อ DJI ผ่าน 14,300 จุดไปแล้ว
สำหรับในระยะสั้น DJI มีสัญญาณกลับทิศบางประการแล้ว เช่น หลุดจากกรอบ standard error channel, มีคอนเวอร์เจนซ์ระหว่างราคากับ RSI, มีแท่งทียนดำใหญ่ (big black candle) และได้ระดับฟิโบนาชชี แต่อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาถึงระดับดัชนีที่ร่วงลงมาจากยอดคลื่น ขณะนี้ลงมาเพียง -4.1% ปกติหากกลับทิศแนวโน้มใหญ่ ระดับการร่วงจากยอดคลื่นมักเกินกว่า -10% นี่ยังไม่ถึง ประกอบกับการนับคลื่นย่อยน่าจะอยู่ในคลื่น 3 ยังไม่จบคลื่นย่อย 5 ดังนั้นเรื่องการกลับทิศเป็นขาลงเข้าคลื่นย่อย a ก็มีน้ำหนักอยู่บ้างแต่ยังไม่ถึงกับชัดเจน ลุงแมวน้ำยังไม่ปักใจว่าเป็นขาลง ยังมองว่าเป็นการย่อของ reactive wave ของคลื่นย่อย 4 มากกว่า
จากนั้นมาดูกันที่ยุโรป เรามาดูดัชนี DAX ของเยอรมนีเป็นตัวแทนของยุโรปกัน ในแนวโน้มใหญ่ลุงแมวน้ำยังมองเป็นคลื่นใหญ่ C อันเป็นคลื่นขาลง ต่อช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นยุโรปอยู่ในคลื่นย่อยขาขึ้นของคลื่นใหญ่ C อีกทีหนี่ง ดังภาพต่อไปนี้
สัญญาณกลับทิศเป็นขาลงของดัชนี DAX เริ่มมีให้เห็นหลายประการ คลายกับของ DJI แต่ว่าระดับของการร่วง (% retracement) อยู่ที่ -7.7% ลงลึกกว่าของ DJI แต่ก็ยังไม่ถึง -10% อีกประการคือการนับคลื่นย่อยยังไม่ครบ 5 คลื่นย่อย ดังนั้นจึงยังไม่ปักใจว่าเป็นคลื่นขาลงแล้ว น่าจะเป็น reactive wave คลื่นย่อย 4 ควรรอดูไปอีกหน่อยเพื่อความชัดเจน
สำหรับตลาดหุ้นไทย ดูภาพ SET index กัน
ระดับการร่วงจากยอดคลื่นเพียง -3.8% ยังน้อยอยู่ สัญญาณกลับทิศอื่นๆก็คล้ายกับของ DJI
ดังนั้นภาพรวมของตลาดหุ้น สรอ ยุโรป และไทย ในระดับแนวโน้มย่อย ด้วยการวิเคราะห์ทางเทคนิค คงบอกได้แค่ว่าแนวโน้มย่อยยังเป็นขาขึ้นอยู่ อาจกลับทิศเป็นขาลงได้ แต่ต้องรอให้มีสัญญาณบ่งชี้ที่มากและมีน้ำหนักกว่านี้เสียก่อน
พรุ่งนี้เราจะมาดูทองคำ น้ำมันดิบกันต่อครับ ^_^
Tuesday, April 10, 2012
09/04/2012 * สรุปรอบสัปดาห์ ตลาดหุ้นลงอีก ดอลลาร์ สรอ แข็งค่า ทองคำร่วง น้ำมันดิบขึ้นเล็กน้อย
สรุปรอบสัปดาห์ ตลาดหุ้นลงอีก ดอลลาร์ สรอ แข็งค่า ทองคำร่วง น้ำมันดิบขึ้นเล็กน้อย
สัปดาห์ที่ 02/04/2012-06/04/2012 นี้ไม่ค่อยมีข่าวดีอะไร อีกทั้งมีวันเทรดน้อยกว่าปกติเนื่องจากจีนมีหยุดเทศกาลเช็งเม้ง ไทยมีวันจักรี ส่วนยุโรปและสหรัฐอเมริกามีวันหยุดในเทศกาลศุกร์ประเสริฐและอีสเตอร์ ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ปรับตัวลงต่อ ดัชนีโลก (Global index) ซึ่งเฉลี่ยจากตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลง -1.6% ตลาดที่ขึ้นแรงไม่มีเลย ตลาดหุ้นเวเนซุเอลาติดอันดับแรงมาหลายสัปดาห์แล้วมาในสัปดาห์นี้ทรงตัว กลุ่มตลาดที่ปรับตัวลงทั้งกลุ่มได้แก่ยุโรป ตลาดที่ลงแรงได้แก่ อิตาลี อาร์เจนตินา สเปน และญี่ปุ่น -4% ถึง -5% รองลงมาได้แก่ สวีเดน ฝรั่งเศส เบลเยียม เบเธอร์แลนด์ พวกนี้ลงไปในระดับ -3% ในสัปดาห์นี้ตลาดหุ้นเบลเยียม ไอร์แลนด์ คูเวต ตุรกี เกิดสัญญาณขาย ส่วนตลาดหุ้นไทยปรับตัวลง -1.2% และหุ้นในกลุ่ม SET50 เกิดสัญญาณขายไปแล้ว 15 ตัว
แม้ว่าตลาดหุ้นจะปรับตัวลงในสัปดาห์ที่ผ่านมาแต่ว่าสัญญาณกลับทิศแนวโน้มยังไม่ชัดเจน ลุงแมวน้ำมองว่าตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกายังเป็นขาขึ้นอยู่ ส่วนเอเชียกับยุโรปนั้นยังคงต้องดูต่อไป โดยเฉพาะเอเชียตลาดอาจกลับทิศเป็นขาลงได้หากเงินดอลลาร์ สรอ แข็งค่าขึ้นอีก เพราะอาจมีการขายการลงทุนในเอเชียเพื่อเปลี่ยนเป็นดอลลาร์ สรอ
ทางด้านตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ สัปดาห์ที่ผ่านมาทองคำแรง -2.5% น้ำมันดิบ wti ขึ้นเล็กน้อย +0.3% สินค้าเกษตรขึ้นเล็กน้อย +0.4% ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ในสัปดาห์ที่ผ่านมาค่อนข้างหวือหวา เอทานอลลงไป -10% โกโก้กับฝ้ายลงไปประมาณ -5% ส่วนที่ขึ้นแรงคือข้าวโพด +9.0% ถั่วเหลือง 5.7% ข้าวสาลีกับกาแฟ +3.8% ข้าวโพดกับทองแดงเกิดสัญญาณซื้อ
สำหรับภาพรวมของอัตราแลกเปลี่ยน สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ดอลลาร์ สรอ แข็งค่าขึ้น โดย usd index แข็งค่า +1.5% เงินยูโรอ่อนค่า -1.8% เงินเยนแข็งค่า +1.5% เงินดอลลาร์ออสเตรเลีย -0.3% ดอลลาร์สิงคโปร์อ่อนค่า -0.2% เงินบาทอ่อนค่า -0.7%
ค่าเงินเช้านี้ 10/04/2012 (รายงานวันเทรดที่ 09/04/2012)
สำหรับวันที่ 09/04/2012 ตลาดหุ้นย่านเอเชียแปซิฟิกแดงตลอดทั้งวันจนปิดตลาด ตลาดหุ้นญี่ปุ่น อินเดีย เกาหลี ไต้หวัน ลงไปประมาณ -1.5% ตลาดหุ้นจีน -1.0% ตลาดหุ้นไทย ฮ่องกง ปิดทำการ
ส่วนตลาดฝั่งยุโรปนั้นยังปิดทำการอยู่ ตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกากระดานแดงตั้งแต่ต้นตลาดจึงถึงปิดตลาด ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (DJI) -1.0%
ทางด้านตลาดสินค้าโภคภัณฑ์เมื่อวันที่ 9 น้ำมันดิบอ่อนตัวในตอนกลางวันแต่มาดีขึ้นในตอนกลางคืน (เวลาบ้านเรา) ทั้ง wti -0.8% และเบรนต์ -0.6% เมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า กลุ่มโลหะ ทองแดงลงแรง -2.0% โลหะเงิน -0.7% ส่วนทองคำ +0.8% ดัชนีสินค้าเกษตร 80.25 จุด (-0.4%)
เช้านี้ (10/04/2012) ดัชนีดอลลาร์ สรอ (USD index) อยู่ที่ 79.7 จุด เงินยูโร 1.312 ดอลลาร์ สรอ/ยูโร เงินเยน 81.56 เยน/ดอลลาร์ สรอ เงินบาท 30.94 บาท/ดอลลาร์ สรอ
น้ำมันดิบ wti 102.3 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล น้ำมันดิบเบรนต์ 122.1 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล ทองคำ 1643 ดอลลาร์ สรอ/ทรอยออนซ์
กราฟแสดงความสัมพันธ์ของอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินสำคัญบางสกุลรวมทั้งทองคำ
ตารางหุ้น ฟิวเจอร์ส และกองทุนรวม และค่าสถิติต่างๆ
Sunday, April 8, 2012
เช้าวันหยุดกับลุงแมวน้ำ งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 40
เช้าวันหยุดนี้ลุงแมวน้ำทั้งไม่ชวนทำขนม ไม่ชวนปลูกต้นไม้ แต่คราวนี้จะชวนไปเที่ยวกัน
สถานที่ที่ลุงแมวน้ำจะชวนไปเที่ยวกันก็คือศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ใช่แล้ว ลุงแมวน้ำจะชวนไปงานสัปดาห์หนังสือเพื่อหาหนังสือมาอ่านกันนั่นเอง
งานสัปดาห์หนังสือซึ่งถือว่าเป็นงานขนาดใหญ่และจัดเป็นประจำในหนึ่งปีมีอยู่ 2 งาน นั่นคืองานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ (National Book Fair) และงานสัปดาห์หนังสือนานาชาติ (Bangkok International Book Fair) สองงานนี้จัดร่วมกัน อยู่ในพื้นที่งานเดียวกัน จัดในช่วงปลายเดือนมีนาคมต่อเนื่องไปถึงต้นเดือนเมษายนของทุกปี กับอีกงานหนึ่งก็คืองานมหกรรมหนังสือระดับชาติ (Book Expo Thailand) งานนี้จัดเป็นประจำทุกปีเช่นกันในช่วงปลายเดือนตุลาคม แม้ว่างานต้นปี (งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ) กับงานปลายปี (งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ) จะใช้ชื่อที่แตกต่างกัน แต่ผู้จัดงานก็คือผู้จัดรายเดียวกัน นั่นคือ สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จัดจำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย และโดยมากผู้อ่านทั่วไปก็มักไม่ได้แยกแยะว่างานต้นปีกับงานปลายปีใช้ชื่องานคนละชื่อกัน ส่วนมากก็มากเรียกรวมๆกันว่างานสัปดาห์หนังสือ
งานสัปดาห์หนังสือนี้มีมานานแล้ว งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาตินี่ถ้าตามประวัติแล้วก็จัดกันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2515 หรือเมื่อประมาณ 40 ปีก่อนนั่นเลยทีเดียว สถานที่จัดงานในยุคแรกๆว่ากันว่าครั้งแรกนั้นจัดกันที่โรงละครแห่งชาติตรงสนามหลวง หลังจากนั้นก็ย้ายสถานที่จัดงานมาเป็นที่สวนลุมพินีบ้าง โรงเรียนหอวังบ้าง ถนนลูกหลวง (ริมคลองผดุงกรุงเกษม ข้างกระทรวงศึกษาธิการ) บ้าง คุรุสภาบ้าง ท้องสนามหลวงบ้าง จนในที่สุดย้ายมาปักหลักที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ในปี พ.ศ. 2543 และจัดที่ศูนย์การประชุมนี้เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
ลุงแมวน้ำเป็นแมวน้ำรุ่นเก่า ก็แน่ล่ะสิ เรียกลุงก็ต้องรุ่นเก่าอยู่แล้ว เป็นแมวน้ำเจนเอ็กซ์ (Gen X) ที่เติบโตมากับหนังสือเล่มและหนังสือพิมพ์ ลุงแมวน้ำรักกลิ่นกระดาษและกลิ่นหมึกพิมพ์ หนังสือเล่มโต หนาเตอะ ทั้งเล่มมีแต่ตัวหนังสือไม่มีภาพเลยลุงแมวน้ำก็อ่านได้ แม้ในหนังสือไม่มีภาพแต่ลุงแมวน้ำก็สามารถเห็นเป็นภาพได้ในจินตนาการ ต่างจากหนุ่มสาวเจนวาย (Gen Y) หรือเด็กๆเจนแซ่ด (Gen Z) ในยุคนี้ที่ทั้งเจนวายและเจนแซ่ดต่างก็เติบโตขึ้นมากับหนังสือการ์ตูน จอคอมพิวเตอร์ และจอทีวีที่เต็มไปด้วยภาพเคลื่อนไหว ดังนั้นหนุ่มสาวหรือเด็กๆในยุคนี้จึงแตกต่างจากรุ่นเจนเอ็กซ์บ้างตรงที่เจนวายเจนแซ่ดมักขาดสมาธิ อ่านหนังสือนานๆหรืออ่านหนังสือที่มีแต่ตัวหนังสือล้วนไม่ค่อยได้เพราะเบื่อ ชอบอะไรที่เป็นภาพหรือภาพเคลื่อนไหวมากกว่า ซึ่งก็คงเป็นไปตามยุคสมัยนั่นเอง
ลุงแมวน้ำชอบเดินเที่ยวงานสัปดาห์หนังสือ สมัยที่จัดที่โรงละครแห่งชาติกับที่สวนลุมพินีลุงแมวน้ำก็ไม่ทันเหมือนกัน ลุงแมวน้ำมาเดินเที่ยวงานหนังสือตั้งแต่ยุค พ.ศ. 2525 ที่สมโภชกรุงรัตนโกสินทร์สองร้อยปี ตอนนั้นจัดงานกันที่หอประชุมใหญ่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดอยู่ได้สองปีก็ย้ายไปจัดที่โรงเรียนหอวังในปี 2527 และจัดเพียงปีเดียว หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2528 จึงย้ายมาจัดที่บริเวณถนนลูกหลวงหรือที่เรียกกันว่าริมคลองผดุงฯข้างกระทรวงศึกษาฯนั่นเอง และบริเวณคุรุสภาซึ่งเป็นพื้นที่ติดกัน สมัยก่อนโน้นเมื่อยี่สิบกว่าปีมาแล้ว ในยุคที่จัดอยู่ข้างคลองผดุงฯ พอถึงช่วงงานก็จะมีการปิดถนนและตั้งเต๊นท์เพื่อจัดงาน งานหนังสือสมัยนั้นไม่ใช่งานติดแอร์ งานต้นปีช่วงเดือนเมษายนอากาศค่อนข้างร้อนและคนแน่นมาก แต่ถึงจะร้อนก็ไม่ร้อนเท่ากับในสมัยนี้ เรียกว่าร้อนพอทนได้ นอกจากนี้น้ำในคลองผดุงก็ยังโชยกลิ่นตุๆมาเป็นระยะอีกด้วย และงานหนังสือในช่วงฤดูร้อนมักจัดในช่วงเดียวกับงานกาชาด พอเที่ยวงานหนังสือเสร็จหากหนังสือไม่มากนักก็จะเถลไถลเที่ยวงานกาชาดในตอนหั่วค่ำต่อไปเลย
งานหนังสือที่จัดกันที่ท้องสนามหลวงนั้นตามประวัติดูเหมือนจะมีอยู่สองครั้ง คือปลายปี 2535 กับปลายปี 2540 ลุงแมวน้ำมีประสบการณ์ตรงเฉพาะปี พ.ศ. 2540 เท่านั้น จำได้ว่าตอนเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2540 (งานหนังสือช่วงปลายปีในสมัยก่อนจัดกันในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ไม่ใช่ปลายเดือนตุลาคมดังเช่นในปัจจุบัน) ตอนนั้นวิกฤตต้มยำกุ้งเริ่มออกฤทธิ์แล้ว งานมหกรรมหนังสือระดับชาติในช่วงต้นปีก็ไม่ได้จัด ส่วนงานในช่วงปลายปีก็ไม่ได้จัดที่ริมคลองผดุงฯข้างกระทรวงตามปกติ ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด แต่ไปจัดกันที่กลางสนามหลวง ตอนนั้นท้องสนามหลวงเป็นเพียงลานโล่งๆแบบในปัจจุบัน แถมไม่มีค่อยหญ้าด้วยเพราะว่าหญ้าตายเป็นส่วนใหญ่ พื้นเป็นดินผสมลูกรัง การเดินชมงานและซื้อหนังสือปีนั้นหนักหนาสาหัสเอาการเพราะกลางสนามหลวงนั้นอากาศร้อนมาก อีกทั้งพื้นไม่มีหญ้า ดังนั้นคนจำนวนมากเดินไปเดินมาจึงทำให้งานมีฝุ่นตลบตลอดเวลาที่จัดงาน ลุงแมวน้ำไปงานสนามหลวงครั้งเดียวเข็ดเลย ดมฝุ่นจนปอดแดงไปหมด เนื้อตัวก็มอมแมมไปด้วยฝุ่น นี่ขนาดเป็นผู้ชมงาน ผู้ค้าที่คลุกฝุ่นอยู่ที่นั่นจนตลอดงานยิ่งน่าสงสาร น่าสงสารหนังสือด้วยเพราะว่าวางโชว์ได้เดี๋ยวเดียวฝุ่นก็จับหนาเสียแล้ว ลุงแมวน้ำตั้งใจว่าต่อไปหากจัดแบบนี้อีกก็จะไม่ไปดีกว่า ซึ่งก็โชคดีที่ดูเหมือนว่าครั้งต่อมาก็กลับมาที่ริมคลองผดุงฯตามเดิม
เมื่อก่อนตอนที่เที่ยวงานหนังสือตรงริมคลองผดุงฯลุงแมวน้ำก็ยังบ่นว่าอากาศร้อนอยู่ในใจเหมือนกัน แต่พอผ่านงานหนังสือที่จัดกันที่สนามหลวงมาลุงแมวน้ำกลับได้คิดว่างานที่ริมคลองผดุงนั้นกลับเย็นสบายน่าเดินมาก เป็นยังงั้นไป
ในยุคเดียวกันนั้น คือในช่วงปี พ.ศ. 2540 อาจจะก่อนหรือหลังจากนั้นไม่กี่ปี งานสัปดาห์หนังสือที่ริมคลองผดุงฯก็แออัดมากขึ้นจนต้องขยายบู๊ธเข้ามาในบริเวณคุรุสภาที่อยู่ข้างๆกันด้วย และพร้อมกันนั้นก็เริ่มติดแอร์หรือว่าติดเครื่องปรับอากาศในงาน คืองานที่ริมคลองผดุงฯนั่นแหละ แต่ว่าการตั้งเต๊นท์ทำอย่างมิดชิดขึ้นเพื่อไม่ให้อากาศร้อนจากภายนอกรั่วเข้ามาและติดเครื่องปรับอากาศอยู่ภายใน รวมทั้งบู๊ธส่วนที่อยู่ในบริเวณคุรุสภาก็ติดแอร์ด้วยเช่นกัน คราวนี้ละ เที่ยวงานสบายขึ้นอีกเยอะเลย แต่ได้ข่าวว่าค่าไฟฟ้าที่เกิดจากการติดเครื่องปรับอากาศนั้นแพงมากเพราะใช้ไฟฟ้าไปโข
หลังจากนั้น ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2543 งานหนังสือย้ายมาจัดที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เป็นครั้งแรก และต่อมาก็จัดที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ตลอดมาจนถึงทุกวันนี้
นี่แหละคือความเป็นมาของงานสัปดาห์หนังสือในความทรงจำของลุงแมวน้ำ ลุงแมวน้ำยังมีภาพถ่ายงานสมัยที่จัดที่ริมคลองผดุงฯเลย ตอนนั้นเป็นยุคกล้องใส่ฟิล์ม แต่ยังหารูปเก่าๆในยุคนั้นไม่เจอ หากเจอแล้วจะเอามาโพสต์ให้ดูกัน
สำหรับปีนี้ วันนี้ (วันที่ 8 เมษายน) เป็นงานวันสุดท้ายแล้ว มีหนังสือลดราคามากมาย ปีนี้น่าจะมีบู๊ธมาออกงานมากขึ้นเพราะเห็นบู๊ธล้นออกมานอกตึก ตั้องมาตั้งเต๊นท์เพิ่มตรงทางเดินหน้าตึกใกล้สถานีรถไฟฟ้าอีกด้วย ลุงแมวน้ำซื้อหนังสือตามร้านหนังสือค่อนข้างน้อย หากเป็นหนังสือที่ไม่ได้รีบใช้งาน มีอะไรก็จะจดรายการเอาไว้แล้วรอมาซื้อในงานนี่แหละ มีส่วนลด ประหยัดดี ^_^ ประหยัดนะคร้าบ ไม่ได้งก
ลุงแมวน้ำไปเที่ยวงานปีนี้มาแล้ว โดนเหยียบครีบแทบแย่เหมือนกันเพราะว่าคนแน่น ใครที่จะไปชมงานโปรดระวังทรัพย์สินด้วย นักล้วงกระเป๋า นักกรีดกระเป๋า มาเที่ยวงานนี้ด้วยทุกครั้ง ของมีค่าใส่เป้เล็กๆแล้วห้อยไว้ที่ลำตัวด้านหน้า ตรงบริเวณหน้าอกจะค่อนข้างปลอดภัยเพราะว่าตำแหน่งนั้นล้วงยากหรือกรีดยากที่สุด
Thursday, April 5, 2012
04/04/2012 * ทองคำและน้ำมันดิบเคลื่อนไหวอิสระในระยะสั้น เงินบาทอ่อนได้อีก
ค่าเงินเช้านี้ 05/04/2012 (รายงานวันเทรดที่ 04/04/2012)
สำหรับตลาดเมื่อวันที่ 04/04/2012 ตลาดหุ้นย่านเอเชียแปซิฟิส่วนใหญ่ปิดแดง ปรับตัวลงกันพอสมควรทีเดียว ดัชนีนิกเกอิของญี่ปุ่นลงไป -2.3% สิงคโปร์ลงไป -1.0% ฮ่องกงกับจีนหยุด SET index ของตลาดหุ้นไทยจึงปิดที่ 1198.09 จุด -1.1% Set index ยืนเหนือ 1200 จุดไม่อยู่อีกแล้ว ต่างชาติยังซื้อสุทธิ 121 ล้านบาท
ส่วนตลาดฝั่งยุโรปนั้นปิดแดงเกือบทุกตลาด ฝั่งยุโรปลงแรง ออสเตรียนำดิ่งลงไป -3.6% DAX ของเยอรมนีลงไป -2.8% ทางฝั่งอเมริกา ทั้งบราซิลและสหรัฐอเมริกาปิดแดง ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (DJI) -1.0%
ค่าเงินดอลลาร์ สรอ แข็งค่าต่อ usd index อยู่ในกรอบ 79.35 ถึง 79.95 จุด โดยดัชนีดอลลาร์ สรอ ค่อยๆปรับตัวขึ้นตลอดวัน เงินสกุลยุโรปอ่อนตัวทั้งกลุ่ม เงินยูโร ฟรังก์สวิส โครน และโครนาอ่อนตัวลงประมาณ -0.7% พอๆกัน เงินตราในกลุ่มเอเชียแปซิฟิกส่วนใหญ่อ่อนตัวลงเช่นกัน แต่อัตราการอ่อนตัวหลากหลาย ดอลลาร์ออสเตรเลีย -0.7% ดอลลาร์สิงคโปร์ -0.3% ส่วนเงินบาท -0.6% วันนี้เงินบาทอ่อนค่ามากหน่อย ส่วนเงินเยนแข็งค่า +0.5%
ทางด้านตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ น้ำมันดิบ wti ลดลง -1.9% และเบรนต์ก็ลดลง -1.9% พอกัน กลุ่มโลหะลงแรงทั้งกลุ่ม ทองแดง -3.2% โลหะเงิน -5.8% ส่วนทองคำร่วง -3.0% ดัชนีสินค้าเกษตรลงแรงเพียงบางตัว เช่น ข้าวสาลี (W) แต่หากมองทั้งกลุ่ม ดัชนีสินค้าเกษตรอยู่ที่ 80.27 จุด (-0.6%) ลดลงไม่มาก
เช้านี้ (04/04/2012) ดัชนีดอลลาร์ สรอ (USD index) อยู่ที่ 79.7 จุด เงินยูโร 1.315 ดอลลาร์ สรอ/ยูโร เงินเยน 82.45 เยน/ดอลลาร์ สรอ เงินบาท 30.7 บาท/ดอลลาร์ สรอ
น้ำมันดิบ wti 102.0 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล น้ำมันดิบเบรนต์ 122.0 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล ทองคำ 1623 ดอลลาร์ สรอ/ทรอยออนซ์
ราคาทองคำและราคาน้ำมันดิบเคลื่อนไหวอิสระในระยะสั้น เงินบาทอ่อนได้อีก
วันนี้ลุงแมวน้ำเอากราฟราคาทองคำ น้ำมันดิบ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา และค่าเงินเยน ในรอบ 5 ปี คือตั้งแต่ปี 2007 ถึง 2012 มาฝาก ดังภาพต่อไปนี้
ภาพที่เห็นนี้ตัวเลขราคาไม่ใช่ราคาหรือค่าจริง แต่เป็นค่าที่เกิดจากการเปรียบเทียบระหว่างกันและกัน โดยปรับให้ต้นปี 2007 มีค่าเป็น 0 หน่วยเท่ากันหมด
เส้นสีน้ำเงิน (FXY) คือค่าเงินเยน
เส้นสีเขียว (UUP) คือค่าเงินดอลลาร์ สรอ
เส้นสีแดง (GLD) คือราคาทองคำ
เส้นสีน้ำตาล (DBO) คือราคาน้ำมันดิบ WTI
จากภาพ จะเห็นได้ว่าคู่ที่เห็นความสัมพันธ์ได้ค่อนข้างชัดคือค่าเงินเยนกับราคาทองคำ (เส้นสีน้ำเงินกับสีแดง) คู่นี้ค่อนข้างตามกัน ขึ้นก็ขึ้นด้วยกัน แม้ว่าจะขึ้นแรงไม่เท่ากันก็ตาม แต่แนวโน้มใหญ่ไปในทางเดียวกัน ส่วนน้ำมันดิบนี้ดูยาก หากดูด้วยสายตาก็เหมือนกับว่าไม่ค่อยสัมพันธ์กับค่าเงินเท่าไรนัก ไม่ว่าจะเป็นเงินดอลลาร์ สรอ หรือเงินเยนก็ตาม
นั่นคือการดูแนวโน้มใหญ่ด้วยสายตา แต่หากพิจารณาด้วยเครื่องมือทางสถิติ ลุงแมวน้ำใช้ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เคลื่อนที่ 21 วัน (21 day moving correlation coefficient) ในระยะสั้น น้ำมันดิบมีความสัมพันธ์กับค่าเงินเยนหรือเงินดอลลาร์ สรอ น้อย รวมทั้งราคาทองคำก็สัมพันธ์กับเงินเยนและเงินดอลลาร์ สรอ น้อยเช่นกัน แปลความได้ว่า ในระยะสั้นๆนี้ราคาทองคำกับน้ำมันดิบเคลื่อนไหวค่อนข้างอิสระ
เมื่อนำข้อมูลมาตีความรวมกัน สรุปก็คือ ด้านค่าเงินนั้นลุงแมวน้ำประเมินในระยะสั้นว่าเงินดอลลาร์ สรอ น่าจะขึ้นต่อไปอีกได้เพราะยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น ส่วนเงินเยนน่าจะลงต่อได้อีกเพราะยังอยู่ในแนวโน้มขาลง เงินบาทน่าจะอ่อนค่าได้อีก ส่วนราคาทองคำอยู่ในแนวโน้มขาลง น้ำมันดิบอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น แต่ในระยะสั้นราคาทองคำและน้ำมันดิบอาจผันผวนแรงโดยไม่อิงกับค่าเงิน นักลงทุนโปรดระวัง โดยเฉพาะ การลงทุนทองคำ และ การลงทุนอัตราแลกเปลี่ยน
ดัชนีตลาดหุ้นสำคัญในโลก เมื่อ 04/04/2012
อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลสำคัญ เมื่อ 04/04/2012
Wednesday, April 4, 2012
03/04/2012
ค่าเงินเช้านี้ 04/04/2012 (รายงานวันเทรดที่ 03/04/2012)
สำหรับตลาดเมื่อวันที่ 03/04/2012 ตลาดหุ้นย่านเอเชียแปซิฟิกมีทั้งปิดแดงและปิดเขียวคละกัน ฮ่องกงขึ้นแรงกว่าเพื่อนส่วนไต้หวันลงแรงกว่าเพื่อน ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดช่วงยุโรปกำลังลงพอดี Set index ของตลาดหุ้นไทยจึงปิดที่ 1211.07 จุด +1.0%Set index ยืนเหนือ 1200 จุดได้เป็นวันที่ 5 วันนี้ต่างชาติซื้อหนัก 2550 ล้านบาท หาก SETi ยืนเหนือ 1200 จุดแนวต้านที่เป็นเป้าหมายต่อไปคือ 1220 จุด
ส่วนตลาดฝั่งยุโรปนั้นปิดแดงเกือบทุกตลาด ทางฝั่งอเมริกา ทั้งบราซิลและสหรัฐอเมริกาปิดแดงเช่นกัน ดัชนี DAX ของเยอรมนี -1.05% ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (DJI) -0.5%
ค่าเงินดอลลาร์ สรอ แข็งขึ้น usd index อยู่ในกรอบ 78.7 ถึง 79.5 จุด โดย ดัชนีดอลลาร์ สรอ ทรงตัวตลอดวันแต่มาพุ่งตอนท้ายตลาด เงินสกุลยุโรปอ่อนตัวทั้งกลุ่ม เงินยูโร ฟรังก์สวิส และโครนา -0.7% พอๆกัน ส่วนเงินโครนของนอร์เวย์ -0.9% เงินตราในกลุ่มเอเชียแปซิฟิกอ่อนตัวลงเช่นกัน แต่อัตราการอ่อนตัวหลากหลาย ดอลลาร์ออสเตรเลีย -0.8% เยน -0.9% ดอลลาร์สิงคโปร์ -0.1% ส่วนเงินบาท -0.2%
ทางด้านตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ น้ำมันดิบ wti ลดลง -1.0% และเบรนต์ -0.4% กลุ่มโลหะ ทองแดง -0.8% โลหะเงิน -1.6% ส่วนทองคำร่วง -2.0% ดัชนีสินค้าเกษตร 80.75 จุด (-0.23%)
เช้านี้ (04/04/2012) ดัชนีดอลลาร์ สรอ (USD index) อยู่ที่ 79.4 จุด เงินยูโร 1.323 ดอลลาร์ สรอ/ยูโร เงินเยน 82.77 เยน/ดอลลาร์ สรอ เงินบาท 30.7 บาท/ดอลลาร์ สรอ
น้ำมันดิบ wti 104.0 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล น้ำมันดิบเบรนต์ 124.5 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล ทองคำ 1647 ดอลลาร์ สรอ/ทรอยออนซ์
อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลสำคัญ เมื่อ 03/04/2012
ดัชนีตลาดหุ้นสำคัญในโลก เมื่อ 03/04/2012
Tuesday, April 3, 2012
02/04/2012 * สรุปรอบสัปดาห์ ตลาดหุ้นทรงตัว ดอลลาร์ สรอ อ่อนตัวเล็กน้อย ทองคำอ่อนตัวเล็กน้อย น้ำมันดิบอ่อนตัว
เมื่อวันจันทร์ลุงแมวน้ำทำข้อมูลรอบสัปดาห์ไม่เสร็จสักที กว่าจะเสร็จเรียบร้อยก็เข้าไปถึงทุ่มกว่าแล้ว ทำหลายอย่างพร้อมๆกันก็เลยช้าไปหน่อย มาอัปเดตวันนี้แทนคงยังไม่สายเกินไป ไหนๆก็ทำมาแล้วก็รายงานเสียหน่อย
สัปดาห์ที่ 26/03/2012-30/03/2012 นี้ไม่ค่อยมีข่าวดีอะไร ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ปรับตัวลงเล็กน้อย ดัชนีโลก (Global index) ซึ่งเฉลี่ยจากตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลงเพียง -0.3% จะเรียกว่าทรงตัวก็ได้ ตลาดหลักคือกลุ่มยุโรปและสหรัฐอเมริกาขึ้นนิดลงหน่อย ไม่ได้ไปไหนไกล จะมีก็เพียงบางประเทศเท่านั้นที่ขึ้นลงแรง ที่ขึ้นแรงคือเวเนซุเอลา +6.6% ตลาดหุ้นเวเนซุเอลาติดอันดับแรงมาหลายสัปดาห์แล้ว ไม่ขึ้นแรงก็ลงแรง น่าเวียนหัว รองลงมาคือตลาดหุ้นปากีสถานและอินโดนีเซีย ประมาณ +3% ส่วนตลาดที่ลงแรงได้แก่กรีซ -6% อิตาลีและจีน ประมาณ -4% ตลาดจีนลงต่อเนื่องมาหลายสัปดาห์แล้ว ตลาดหุ้นประเทศต่างๆมีเพียงตลาดหุ้นโคลอมเบียที่เกิดสัญญาณขาย นอกนั้นยังสถานะสัญญาณยังคงเดิม
ทางด้านตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ สัปดาห์ที่ผ่านมาทองคำลงเล็กน้อย -0.5% น้ำมันดิบ wti ลงแรง -3.6% สินค้าเกษตรขึ้นแรงเมื่อวันศุกร์ หากดูจากกราฟทางเทคนิคเกิดเป็นแท่งเทียนขาวใหญ่ (big white candle) อันเป็นสัญญาณกลับทิศเป็นขาขึ้นประการหนึ่ง แต่ว่าเมื่อเฉลี่ยตลอดสัปดาห์แล้วก็ไม่แรงนัก แค่ +0.7% ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ในสัปดาห์ที่ผ่านมายังไม่มีสินค้าใดที่สัญญาณซื้อขายเปลี่ยนไป ว่าแต่ big white candle ของกลุ่มสินค้าเกษตรถือว่าเป็นสัญญาณที่น่าจับตา ลุงแมวน้ำประเมินว่าตลาดสินค้าเกษตรกับราคาน้ำมันดิบน่าจะใกล้เข้าสู่รอบขาขึ้นอีกครั้งหนึ่งแล้ว และก็หมายความว่าภาวะเงินเฟ้อกำลังมา แต่ทั้งนี้ยังคงต้องรอสัญญาณทางเทคนิคต่างๆมายืนยันหลายๆประการเสียก่อน
สำหรับภาพรวมของอัตราแลกเปลี่ยน สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ดอลลาร์ สรอ อ่อนค่าลง โดย usd index อ่อนค่าลงไป -0.5% เงินยูโรแข็งค่าขึ้น +0.5% โดยเฉพาะเงินโครนาของสวีเดน (SEK) แข็งค่าถึง +1.7% เงินเยนอ่อนตัว -0.5% เงินดอลลาร์ออสเตรเลีย -1.2% ดอลลาร์สิงคโปร์แข็งค่า +0.3% เงินบาทอ่อนค่า -0.3% เงินฟรังก์สวิสระยะนี้มาแรง กลับมายืนในตำแหน่งเงินสกุลแข็งอันดับสองรองจากทองคำไปแล้วโดยชิงตำแหน่งมาจากเงินเยน
เงินเยนในระยะสั้นอาจอ่อนไปได้ถึง 86 เยน/ดอลลาร์ สรอ แต่ในระยะยาวน่าจะแข็งค่าต่อไป ในวันต่อไปจะนำกราฟเงินเยนมาวิเคราะห์ทางเทคนิคกัน
สำหรับตลาดเมื่อวันที่ 02/04/2012 ตลาดหุ้นย่านเอเชียแปซิฟิกมีทั้งปิดแดงและปิดเขียวคละกัน ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดช่วงยุโรปกำลังลงพอดี Set index ของตลาดหุ้นไทยจึงปิดที่ 1199.09 จุด +0.19% ลงมาต่ำกว่า 1200 จุดอีกแล้ว ตลาดหุ้นไทยมีวันที่ Set index ยืนเหนือ 1200 จุดได้เพียง 4 วันเท่านั้น
ส่วนตลาดฝั่งยุโรปนั้นเปิดมาแล้วไหลลงแต่หลังจากนั้นก็กลับมาอยู่ในแดนเขียวและขึ้นต่อเนื่องไปจนปิดตลาด ทางฝั่งอเมริกา ทั้งบราซิลและสหรัฐอเมริกาต้นตลาดเป็นสีแดงแต่ท้ายตลาดเขียวได้ ดัชนี DAX ของเยอรมนี +1.6% ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (DJI) +0.4%
ทางด้านตลาดสินค้าโภคภัณฑ์เมื่อวันที่ 3 น้ำมันดิบมาแรง ทั้ง wti และเบรนต์ +2.2% กลุ่มโลหะ ทองแดง +2.4% โลหะเงิน +1.7% ส่วนทองคำไม่ไปไหน +0.4% ดัชนีสินค้าเกษตร 80.93 จุด (+0.9%)
เช้านี้ (03/04/2012) ดัชนีดอลลาร์ สรอ (USD index) อยู่ที่ 78.9 จุด เงินยูโร 1.332 ดอลลาร์ สรอ/ยูโร เงินเยน 82.14 เยน/ดอลลาร์ สรอ เงินบาท 30.8 บาท/ดอลลาร์ สรอ
น้ำมันดิบ wti 105.0 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล น้ำมันดิบเบรนต์ 125.0 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล ทองคำ 1678 ดอลลาร์ สรอ/ทรอยออนซ์
ดัชนีตลาดหุ้นสำคัญในโลก เมื่อ 02/04/2012
อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลสำคัญ เมื่อ 02/04/2012
ตารางหุ้น ฟิวเจอร์ส และกองทุนรวม และค่าสถิติต่างๆ
สรุปรอบสัปดาห์ ตลาดหุ้นย่อ ดอลลาร์ สรอ อ่อนตัว น้ำมันดิบอ่อนตัว
สัปดาห์ที่ 26/03/2012-30/03/2012 นี้ไม่ค่อยมีข่าวดีอะไร ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ปรับตัวลงเล็กน้อย ดัชนีโลก (Global index) ซึ่งเฉลี่ยจากตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลงเพียง -0.3% จะเรียกว่าทรงตัวก็ได้ ตลาดหลักคือกลุ่มยุโรปและสหรัฐอเมริกาขึ้นนิดลงหน่อย ไม่ได้ไปไหนไกล จะมีก็เพียงบางประเทศเท่านั้นที่ขึ้นลงแรง ที่ขึ้นแรงคือเวเนซุเอลา +6.6% ตลาดหุ้นเวเนซุเอลาติดอันดับแรงมาหลายสัปดาห์แล้ว ไม่ขึ้นแรงก็ลงแรง น่าเวียนหัว รองลงมาคือตลาดหุ้นปากีสถานและอินโดนีเซีย ประมาณ +3% ส่วนตลาดที่ลงแรงได้แก่กรีซ -6% อิตาลีและจีน ประมาณ -4% ตลาดจีนลงต่อเนื่องมาหลายสัปดาห์แล้ว ตลาดหุ้นประเทศต่างๆมีเพียงตลาดหุ้นโคลอมเบียที่เกิดสัญญาณขาย นอกนั้นยังสถานะสัญญาณยังคงเดิม
ทางด้านตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ สัปดาห์ที่ผ่านมาทองคำลงเล็กน้อย -0.5% น้ำมันดิบ wti ลงแรง -3.6% สินค้าเกษตรขึ้นแรงเมื่อวันศุกร์ หากดูจากกราฟทางเทคนิคเกิดเป็นแท่งเทียนขาวใหญ่ (big white candle) อันเป็นสัญญาณกลับทิศเป็นขาขึ้นประการหนึ่ง แต่ว่าเมื่อเฉลี่ยตลอดสัปดาห์แล้วก็ไม่แรงนัก แค่ +0.7% ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ในสัปดาห์ที่ผ่านมายังไม่มีสินค้าใดที่สัญญาณซื้อขายเปลี่ยนไป ว่าแต่ big white candle ของกลุ่มสินค้าเกษตรถือว่าเป็นสัญญาณที่น่าจับตา ลุงแมวน้ำประเมินว่าตลาดสินค้าเกษตรกับราคาน้ำมันดิบน่าจะใกล้เข้าสู่รอบขาขึ้นอีกครั้งหนึ่งแล้ว และก็หมายความว่าภาวะเงินเฟ้อกำลังมา แต่ทั้งนี้ยังคงต้องรอสัญญาณทางเทคนิคต่างๆมายืนยันหลายๆประการเสียก่อน
สำหรับภาพรวมของอัตราแลกเปลี่ยน สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ดอลลาร์ สรอ อ่อนค่าลง โดย usd index อ่อนค่าลงไป -0.5% เงินยูโรแข็งค่าขึ้น +0.5% โดยเฉพาะเงินโครนาของสวีเดน (SEK) แข็งค่าถึง +1.7% เงินเยนอ่อนตัว -0.5% เงินดอลลาร์ออสเตรเลีย -1.2% ดอลลาร์สิงคโปร์แข็งค่า +0.3% เงินบาทอ่อนค่า -0.3% เงินฟรังก์สวิสระยะนี้มาแรง กลับมายืนในตำแหน่งเงินสกุลแข็งอันดับสองรองจากทองคำไปแล้วโดยชิงตำแหน่งมาจากเงินเยน
เงินเยนในระยะสั้นอาจอ่อนไปได้ถึง 86 เยน/ดอลลาร์ สรอ แต่ในระยะยาวน่าจะแข็งค่าต่อไป ในวันต่อไปจะนำกราฟเงินเยนมาวิเคราะห์ทางเทคนิคกัน
ค่าเงินเช้านี้ 03/04/2012 (รายงานวันเทรดที่ 02/04/2012)
สำหรับตลาดเมื่อวันที่ 02/04/2012 ตลาดหุ้นย่านเอเชียแปซิฟิกมีทั้งปิดแดงและปิดเขียวคละกัน ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดช่วงยุโรปกำลังลงพอดี Set index ของตลาดหุ้นไทยจึงปิดที่ 1199.09 จุด +0.19% ลงมาต่ำกว่า 1200 จุดอีกแล้ว ตลาดหุ้นไทยมีวันที่ Set index ยืนเหนือ 1200 จุดได้เพียง 4 วันเท่านั้น
ส่วนตลาดฝั่งยุโรปนั้นเปิดมาแล้วไหลลงแต่หลังจากนั้นก็กลับมาอยู่ในแดนเขียวและขึ้นต่อเนื่องไปจนปิดตลาด ทางฝั่งอเมริกา ทั้งบราซิลและสหรัฐอเมริกาต้นตลาดเป็นสีแดงแต่ท้ายตลาดเขียวได้ ดัชนี DAX ของเยอรมนี +1.6% ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (DJI) +0.4%
ทางด้านตลาดสินค้าโภคภัณฑ์เมื่อวันที่ 3 น้ำมันดิบมาแรง ทั้ง wti และเบรนต์ +2.2% กลุ่มโลหะ ทองแดง +2.4% โลหะเงิน +1.7% ส่วนทองคำไม่ไปไหน +0.4% ดัชนีสินค้าเกษตร 80.93 จุด (+0.9%)
เช้านี้ (03/04/2012) ดัชนีดอลลาร์ สรอ (USD index) อยู่ที่ 78.9 จุด เงินยูโร 1.332 ดอลลาร์ สรอ/ยูโร เงินเยน 82.14 เยน/ดอลลาร์ สรอ เงินบาท 30.8 บาท/ดอลลาร์ สรอ
น้ำมันดิบ wti 105.0 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล น้ำมันดิบเบรนต์ 125.0 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล ทองคำ 1678 ดอลลาร์ สรอ/ทรอยออนซ์
ดัชนีตลาดหุ้นสำคัญในโลก เมื่อ 02/04/2012
อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลสำคัญ เมื่อ 02/04/2012
กราฟแสดงความสัมพันธ์ของอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินสำคัญบางสกุลรวมทั้งทองคำ
ตารางหุ้น ฟิวเจอร์ส และกองทุนรวม และค่าสถิติต่างๆ
Sunday, April 1, 2012
เช้าวันหยุดกับลุงแมวน้ำ ปลูกมะลิกันดีกว่า
วันหยุดนี้อันที่จริงแล้วลุงแมวน้ำทำขนมปังใหม่ๆร้อนๆอีกปอนด์หนึ่ง ให้พลังงานต่ำกว่าสูตรที่แล้วอีก แต่ยังไม่เอามาคุยดีกว่า เดี๋ยวจะหาว่าลุงแมวน้ำเห็นแก่กิน พูดแต่เรื่องกิน ^_^ วันนี้ลุงแมวน้ำคุยเรื่องต้นไม้ ต้นไม้ที่ลุงแมวน้ำอยากชวนให้ปลูกกันในวันหยุดนี้ก็คือมะลิ
มะลินั้นในชื่อทั่วไปในภาษาอังกฤษเรียกว่า jasmine เป็นไม้พุ่มกึ่งเลื้อย คือหากตัดแต่งทรงพุ่มให้อยู่เป็นพุ่มก็ได้ แต่หากปล่อยให้เลื้อยก็เลื้อยได้ ทรงพุ่มขนาดกลาง
มะลินั้นมีหลายพันธุ์ เช่น มะลิลา มะลิซ้อน มะลิฉัตร มะลิวัลย์ มะลิเลื้อย มะลิเขี้ยวงู ฯลฯ ที่จริงมะลินั้นมีพันธุ์เยอะมาก เอกสารหลายฉบับสันนิษฐานว่ามะลิมีถิ่นกำเนิดแถบโลกอาหรับในเอเชีย คือแถวๆเปอร์เซียนั่นเอง ทั้งนี้ สันนิษฐานจากชื่อ เพราะว่า Jamine นั้นมาจากภาษาอาหรับว่า yasmine หมายถึงของขวัญจากพระเจ้า รวมทั้งมะลิบางพันธุ์ก็มีชื่อออกไปทางอาหรับ อย่างเช่น มะลิลา นั้นภาษาอังกฤษก็เรียกว่า Arabian jasmine ดังนั้นบางคนจึงสันนิษฐานเอาว่ามะลิมาจากเอเชียตะวันออก แต่จากหลักฐานทางวิชาการบ่งชี้ว่าถิ่นกำเนิดของมะลินั้นน่าจะอยู่ในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นี่เอง พูดง่ายๆก็คือแถวๆอินเดีย ไทย มาเลเซีย ฯลฯในย่านนี้นั่นเอง นอกจากนี้มะลิยังเป็นดอกไม้ประจำชาติของประเทศฟิลิปปินส์อีกด้วย ที่จริงดอกไม้ดังของโลกไม่ว่าจะเป็นกุหลาบ มะลิ ทิวลิป ล้วนแต่มีถิ่นกำเนิดในเอเชียนี่เอง อย่างทิวลิปนี่ชาวเนเธอแลนด์ก็ได้พันธุ์ไปจากตุรกี
คนไทยคุ้นเคยกับมะลิมาช้านาน อาหารขนมไทยมากมายที่ใช้น้ำลอยดอกมะลิเป็นองค์ประกอบ อย่างเช่นข้าวแช่ที่เป็นของกินเล่นแต่โบราณนั่นไง อากาศร้อนๆกินข้าวแช่หอมมะลิกรุ่น ชื่นใจอย่าบอกใคร ใบชาที่ผสมดอกมะลิหรือที่เรียกว่าชามะลิ (jasmine tea) นั้นก็มีรสชาติชื่นใจกว่าใบชาธรรมดา ราคาแพงกว่าใบชาธรรมดาด้วย อ้าว วกมาเรื่องกินอีกแล้ว ^^
มะลินั้นยังเป็นยาสมุนไพรด้วย ใช้ได้ทั้งราก ใบ และดอก สรรพคุณทางยาไทยของดอกมะลินั้นใช้บำรุงหัวใจ ทำให้สดชื่น พิกัดยาไทยที่เรียกว่าเกสรทั้งห้าหรือเบญจเกสรนั้น (เกสรทั้งห้าประกอบด้วยดอกมะลิ พิกุล บุนนาค สารพี และบัวหลวง) นำมาใช้ทำเป็นยาหอม อีกทั้งในทางสุคนธบำบัด (aromatherapy) ของฝรั่งนั้นก็ถือว่าน้ำมันหอมระเหยของดอกมะลิเป็นธาตุน้ำ มีสรรพคุณช่วยผ่อนคลายอารมณ์ บรรเทาความตึงเครียด ลดอาการซึมเศร้า ฯลฯ น้ำมันหอมระเหยของดอกมะลินั้นแพงมาก แพงพอๆกับน้ำมันหอมระเหยกุหลาบ กิโลกรัมหนึ่งราคาสองแสนกว่าบาทถึงสี่แสนกว่าบาท แล้วแต่เกรดของน้ำมันหอมระเหย ดังนั้นพวกสบู่ แชมพู น้ำหอมต่างๆ น้ำมันนวด น้ำมันหอมระเหยใส่ตะเกียง ฯลฯ รวมทั้งกลิ่นผสมอาหารหรือน้ำหวานที่ระบุว่าแต่งกลิ่นมะลินั้นเป็นกลิ่นมะลิสังเคราะห์ทั้งนั้น ไม่ได้ใส่น้ำมันหอมระเหยของมะลิลงไปจริงๆเนื่องจากแพงมากนั่นเอง ที่จริงไม่ใช่แพงแต่น้ำมันหอมระเหยมะลิ ดอกมะลิสดยามหน้าแล้งก็แพงเอาเรื่องเหมือนกัน ซื้อขายกันเป็นกระป๋องลิตร ราคาลิตรละหลายร้อยบาททีเดียว
น้ำมันหอมระเหยมะลินั้นส่วนใหญ่นิยมสกัดจากมะลิพันธุ์มะลิก้านแดง (Jasminum grandiflorum Linn.) รองลงมาก็สกัดมาจากมะลิฝรั่งเศส (Jasminum officinale ชื่อไทยว่ามะลิฝรั่งเศสแต่ชื่อทั่วไปในภาษาอังกฤษเรียกว่า Spanish jasmine หรือมะลิสเปน ไหงเป็นยังงั้นไปได้)
เนื่องจากมะลินั้นถือเป็นสุดยอดของน้ำมันหอมระเหยซึ่งแพงและหายาก อย่ากระนั้นเลย เรามาปลูกเองดีกว่า ประหยัดเงินได้หลายแสนบาททีเดียว ^_^
มะลิที่ลุงแมวน้ำชอบปลูกและอยากแนะนำให้ปลูกกันนั้นคือมะลิลา (ชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ Jasminum sambac (L.) Aiton ชื่อทั่วไปคือ Arabian jasmine) เพราะว่ามีกลิ่นหอม เลี้ยงง่าย อีกทั้งออกดอกบ่อยและดก มะลินั้นขยายพันธุ์ได้ง่าย เพียงแค่เอากิ่งที่มีอายุโตพอควรมาปักชำก็ขึ้นแล้ว ส่วนมะลิซ้อนนั้นออกดอกน้อยกว่า กลิ่นก็ไม่หอมแรงเท่ามะลิลา ลุงแมวน้ำจึงไม่ค่อยได้ปลูก มีมะลิอีกพันธุ์หนึ่งที่ลุงแมวน้ำปลูกเอาไว้คือมะลิจันทบูร กลิ่นหอม ดอกดก แต่วันนี้พูดกันเฉพาะมะลิลาก่อน
มะมิลานั้นเลี้ยงไม่ยาก ชอบดินร่วน น้ำพอควร อย่าให้ถึงกับแฉะ แดดพอควร ปลูกในกระถางก็ได้ อย่างเช่นในภาพ ลุงแมวน้ำปลูกมะลิในกระถางขนาด 6 นิ้วซึ่งเป็นกระถางขนาดเล็ก ใช้วัสดุปลูกไร้ดิน คือไม่มีดินอยู่ในกระถางเลย ส่วนใหญ่เป็นพวกอินทรียวัตถุ ทำให้น้ำหนักเบา ไม่ได้ใส่ปุ๋ยเคมีเลยแต่ดอกก็ยังดก เห็นดอกที่ติดอยู่ตามต้นในภาพไหม ภาพนี้ถ่ายตอนเก็บดอกมาแล้วหลายวัน คือช่วงนี้บานทุกวันเลย ได้วันละ 5-10 ดอก แต่ยังบานไม่หมด คงเก็บได้อีกหลายวัน ต้นนี้กิ่งก้านแผ่ไปเยอะ เลื้อยไปตามต้นไม้อื่นแล้ว ต้นจริงทรงพุ่มใหญ่กว่าที่เห็นในรูปอีก ที่จริงไม่ควรปล่อยให้โตจนเลื้อยขนาดนี้ ควรตัดแต่งทรงพุ่มบ้างจะได้ออกดอกดี แต่ลุงแมวน้ำไม่ค่อยได้ดูแลเลยในช่วงนี้ ตั้งแต่น้ำท่วมนั่นแหละ นี่ขนาดไม่ดูแลยังให้ดอกได้ขนาดนี้ ถ้าดูแลดีก็ออกดอกได้เรื่อยๆ
เมื่อออกดอกก็เด็ดเอามาไว้ในห้อง เพียงแค่ไม่กี่ดอกวางในห้องแอร์ก็ทำให้หอมกรุ่นไปทั้งห้อง ลุงแมวน้ำชอบเอามาตั้งไว้ที่โต๊ะทำงาน กลิ่นหอมอ่อนๆชื่นใจดี หรือจะลอยน้ำแล้วดื่มเป็นน้ำลอยดอกมะลิก็ได้ ปลูกเองดื่มได้สบายใจไม่ต้องกลัวยาฆ่าแมลง อีกทั้งประหยัดเงินได้เป็นแสนบาทเพราะไม่ต้องซื้อน้ำมันหอมระเหย อันนี้มองโลกในแง่ดี :-)
ใครที่อยู่คอนโด ปลูกมะลิลาไว้สักสองต้น หางจระเข้สักต้น รางจืดสักต้น ใช้เนื้อที่ไม่มากแต่ได้ประโยชน์สูง ที่ลุงแมวน้ำมักเน้นถึงการปลูกในคอนโดมิเนียมเพราะคิดว่ายุคสมัยนี้คนหนุ่มสาววัยทำงาน หากทำงานอยู่ในเมืองก็คงพักอาศัยในคอนโดกันมาก บางคนก็คิดว่าพื้นที่ระเบียงมีนิดเดียวคงทำอะไรไม่ได้ ที่จริงทำได้ ปลูกสมุนไพรไม้หอมไว้บ้างก็ไม่เลว ใช้กระถางใบเล็กๆก็ปลูกได้แล้ว หากปลูกด้วยวัสดุปลูกไร้ดินก็น้ำหนักเบา ยกไปมาสะดวก อีกทั้งไม่เลอะเทอะเวลารดน้ำด้วย วันหลังจะคุยเรื่องวัสดุปลูกไร้ดินให้ฟัง เผื่อใครสนใจจะได้เอาไปทำได้
ลุงแมวน้ำเด็ดดอกมะลิมาจากสวนตั้งแต่เช่ามืด เอาไปวางไว้ข้างๆโขดหิน อากาศเช้านี้เย็นสบาย นอนดมกลิ่นดอกมะลิสบายใจเชียว รอให้สว่างอีกสักนิดลุงแมวน้ำจะไปออกกำลังกายสักหน่อย ไปว่ายน้ำในบึงที่สวนลุมดีกว่า ^_^
อ้อ ปล. รู้ไหมว่าวันนี้วันอะไรเอ่ย ที่ลุงแมวน้ำเล่ามานี้เป็นเรื่องจริงทั้งหมดนะคร้าบ ไม่ได้หลอก อย่าเข้าใจผิดว่าลุงแมวน้ำมาอำ
Friday, March 30, 2012
30/03/2012
ค่าเงินเช้านี้ 30/03/2012 (รายงานวันเทรดที่ 29/03/2012)
วันที่ 29 ตลาดหุ้นฝั่งเอเชียแปซิฟิกส่วนใหญ่ปิดแดง ตลาดหุ้นจีน ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต (Shanghai composit index) ยังลงต่ออีก -1.4% SET index 1203.91 จุด (-0.01%) ต่างชาติยังซื้อสุทธิ 1692 ล้านบาท
ตลาดฝั่งยุโรปปิดแดงส่วนใหญ่ลงไปมากกว่า -1% ด้วย ออสเตรียยังลงแรงอีก คือ -2.4% ทางด้านฝั่งอเมริกา ทั้งบราซิลและสหรัฐอเมริกาเปิดแดงแบบลงลึก เทรดกระดานแดงตลอดทั้งวัน ท้ายที่สุดดัชนีของบราซิลปิดแดงแต่ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ของ สรอ ปิดเขียวได้ ดัชนี DAX ของเยอรมนี -1.8% ส่วนดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (DJI) +0.15% สาเหตุสำคัญที่ตลาดหุ้นทั้งสามูมิภาคปรับตัวลงในวันนี้น่าจะมาจากข่าวตัวเลขอัตราจ้างงานของสหรัฐอเมริกายังไม่ค่อยดีนัก
อัตราแลกเปลี่ยนเมื่อวันที่ 29 เงินดอลลาร์ สรอ มีการเปลี่ยนแปลงในกรอบแคบเช่นเดิม usd index อยู่ในกรอบ 78.9 ถึง 79.3 จุด เงินสกุลยุโรปไม่ว่าจะเป็น เงินยูโร ฟรังก์สวิส เงินโครน และโครนา อ่อนค่าเล็กน้อย -0.2% พอๆกัน
ทางด้านเงินสกุลเอเชียแปซิฟิกส่วนใหญ่อ่อนค่าลงเล็กน้อย ดอลลาร์ออสเตรเลียกับดอลลาร์สิงคโปร์อ่อนค่าไปเพียง -0.1% เยนแข็ง +0.6% ส่วนเงินบาทอ่อนตัวมากหน่อย -0.3%
กลุ่มโลหะวันนี้รีบาวด์ ทองคำ +0.1% กับโลหะเงิน +1.2% ส่วนทองแดง +0.5% น้ำมันดิบวันนี้ลงแรง wti -2.2% น้ำมันดิบเบรนต์ -1.4% ส่วนสินค้าเกษตรลดไปเยอะเหมือนกัน ดัชนีอยู่ที่ 77.06 จุด (-1.6%)
เช้าวันนี้ (30/03/2012) ดัชนีดอลลาร์ สรอ (USD index) อยู่ที่ 79.1 จุด เมื่อเช้าวานก็ราคาประมาณนี้ ยูโร 1.330 ดอลลาร์ สรอ/ยูโร เงินเยน 82.41 เยน/ดอลลาร์ สรอ เงินบาท 30.88 บาท/ดอลลาร์ สรอ
น้ำมันดิบ wti 103.3 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล น้ำมันดิบเบรนต์ 121.9 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล ทองคำ 1661 ดอลลาร์ สรอ/ทรอยออนซ์
อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลสำคัญ เมื่อ 29/03/2012
ดัชนีตลาดหุ้นสำคัญในโลก เมื่อ 29/03/2012
Thursday, March 29, 2012
29/03/2012
ค่าเงินเช้านี้ 29/03/2012 (รายงานวันเทรดที่ 28/03/2012)
วันที่ 28 ตลาดหุ้นฝั่งเอเชียแปซิฟิกส่วนใหญ่ปิดแดง แต่ว่าลงไม่มากนัก ตลาดทั่วโลกตอบสนองต่อคำพูดของเบอร์นันกีเพียงวันเดียวเท่านั้น มีเพียงสองตลาดคืออินโดนีเซียและไต้หวันที่พอจะปิดเขียวเล็กน้อยได้ ตลาดหุ้นจีน ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต (Shanghai composit index) ยังลงแรงต่อ คือ -2.7% SET index 1204.01 จุด (-0.27%) ต่างชาติยังซื้อสุทธิ 970 ล้านบาท
ตลาดฝั่งยุโรปปิดแดงส่นใหญ่ลงไปมากกว่า -1% ด้วย ออสเตรียยังลงแรงอีก คือ -2.3% ฝั่งเอเชียมีจีนที่ลงเอาๆ ฝั่งยุโรปก็มีออสเตรียที่เอาแต่ลงเช่นเดียวกัน วันหยุดนี้ลุงแมวน้ำคงต้องขอทบทวนดูกราฟทางเทคนิคแล้วค่อยเอามาคุยให้ฟังภายหลัง ทางด้านฝั่งอเมริกา ทั้งบราซิลและสหรัฐอเมริกาปิดแดง เทรดกระดานแดงตลอดทั้งวัน ดัชนี DAX ของเยอรมนี -1.1% ส่วนดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (DJI) -0.5%
อัตราแลกเปลี่ยนเมื่อวันที่ 28 เงินดอลลาร์ สรอ ทรงตัวตลอดกลางวันแล้วมาแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยในตอนกลางคืน (เวลาบ้านเรา) มีการเปลี่ยนแปลงในกรอบแคบ usd index อยู่ในกรอบ 78.9 ถึง 79.3 จุด เงินสกุลยุโรปทรงตัว เงินยูโรกับฟรังก์สวิส +0.02% ใกล้เคียงกัน ยกเว้นเงินโครนอ่อนค่า -0.6%
ทางด้านเงินสกุลเอเชียแปซิฟิกส่วนใหญ่อ่อนค่าลงเล็กน้อย ออสเตรเลียดอลลาร์ -0.6% เยนแข็ง +0.5% ส่วนดอลลาร์สิงคโปร์ไม่เปลี่ยนแปลง ส่วนเงินบาทอ่อนตัว -0.3%
กลุ่มโลหะวันนี้กลับอ่อนตัวลงไปอีก ทองคำ -1.3% กับโลหะเงิน -1.6% ส่วนทองแดง -1.9% น้ำมันดิบ wti -1.0% น้ำมันดิบเบรนต์ -1.7% ส่วนสินค้าเกษตรลดลงอีกนิดหน่อย ดัชนีอยู่ที่ 78.24 จุด (-0.8%)
เช้าวันนี้ (29/03/2012) ดัชนีดอลลาร์ สรอ (USD index) อยู่ที่ 79.2 จุด เมื่อเช้าวานก็ราคาประมาณนี้ ยูโร 1.331 ดอลลาร์ สรอ/ยูโร เงินเยน 82.88 เยน/ดอลลาร์ สรอ เงินบาท 30.8 บาท/ดอลลาร์ สรอ
น้ำมันดิบ wti 103.6 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล น้ำมันดิบเบรนต์ 123.8 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล ทองคำ 1666 ดอลลาร์ สรอ/ทรอยออนซ์
อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลสำคัญ เมื่อ 28/03/2012
ดัชนีตลาดหุ้นสำคัญในโลก เมื่อ 28/03/2012
Wednesday, March 28, 2012
27/03/2012
ค่าเงินเช้านี้ 28/03/2012 (รายงานวันเทรดที่ 27/03/2012)
วันที่ 27 ตลาดหุ้นฝั่งเอเชียแปซิฟิกบวกแรงกันเป็นส่วนใหญ่เนื่องจากเมื่อคืนก่อนหน้านี้เบอร์นันกี ประธานธนาคารกลางของสหรัฐอเมริกาออกมาส่งสัญญาณเป็นนัยว่าอาจมีมาตรการเสริมสภาพคล่องทางการเงินหรือ QE3 แค่พูดเป็นนัยตลาดหุ้นก็ขึ้นแรงแล้ว คนดังเหล่านี้มีปากประกาศิต พูดแล้วทำให้หุ้นขึ้นหรือลงได้ อย่างอิสราเอลนี่ก็เช่นกัน พูดเรื่องสงครามทีหนึ่งราคาน้ำมันก็พุ่งเลย ตลาดหุ้นที่ขึ้นแรงที่สุดคือตลาดหุ้นญี่ปุ่น ดัชนีนิกเกอิ (Nikkei) ขึ้นไปถึง 2.4% ตลาดใหญ่เพียงตลาดเดียวที่ไม่ยอมขึ้นตามลมปากเบอร์นันกีก็คือตลาดหุ้นจีน ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต (Shanghai composit index) ปรับตัวลง -0.15% SET index 1207.29 จุด (+1.6%) ขึ้นมาเหนือ 1200 จุดอีกแล้ว ต่างชาติยังซื้อสุทธิ 2474 ล้านบาท
ตลาดฝั่งยุโรปปิดแดงเป็นส่วนใหญ่เพราะว่าตอบรับข่าวไปตั้งแต่เมื่อวันก่อนหน้านี้แล้ว ออสเตรียยังลงแรงอีก คือ -1.5% กรีซลงไป -2% นอกนั้นปรับตัวลงไม่มากนัก ทางด้านฝั่งอเมริกา ทั้งบราซิลและสหรัฐอเมริกาเปิดเขียวแต่ปิดแดง ดัชนี DAX ของเยอรมนี แทบไม่เปลี่ยนแปลง ส่วนดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (DJI) -0.3%
อัตราแลกเปลี่ยนเมื่อวันที่ 27 เงินดอลลาร์ สรอ ทรงตัวตลอดทั้งวันมีการเปลีย่นแปลงในกรอบแคบ usd index อยู่ในกรอบ 78.8 ถึง 79.1 จุด เงินสกุลยุโรปอ่อนค่าลงเล็กน้อย เงินยูโรกับฟรังก์สวิสและโครนา -0.2% ใกล้เคียงกัน เงินโครน -0.5%
ทางด้านเงินสกุลเอเชียแปซิฟิกส่วนใหญ่อ่อนค่าลงเล็กน้อยเช่นกัน ออสเตรเลียดอลลาร์ -0.6% เยน -0.4% ส่วนดอลลาร์สิงคโปร์ไม่เปลี่ยนแปลง ส่วนเงินบาท -0.1%
กลุ่มโลหะวันนี้กลับอ่อนตัวลงไปอีก ทองคำ -0.3% กับโลหะเงิน -0.6% ส่วนทองแดง -0.5% น้ำมันดิบ wti -0.1% น้ำมันดิบเบรนต์ -0.3% ส่วนสินค้าเกษตรลดลงนิดหน่อย ดัชนีอยู่ที่ 78.91 จุด (-0.8%)
เช้าวันนี้ (28/03/2012) ดัชนีดอลลาร์ สรอ (USD index) อยู่ที่ 79.15 จุด ยูโร 1.332 ดอลลาร์ สรอ/ยูโร เงินเยน 83.19 เยน/ดอลลาร์ สรอ เงินบาท 30.7 บาท/ดอลลาร์ สรอ
น้ำมันดิบ wti 106.7 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล น้ำมันดิบเบรนต์ 124.4 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล ทองคำ 1680 ดอลลาร์ สรอ/ทรอยออนซ์
อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลสำคัญ เมื่อ 27/03/2012
ดัชนีตลาดหุ้นสำคัญในโลก เมื่อ 27/03/2012
Tuesday, March 27, 2012
26/03/2012 * ตลาดหุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์ไปต่อ ดอลลาร์ สรอ อ่อนนิดหน่อย ทองคำรีบาวด์
ค่าเงินเช้านี้ 27/03/2012 (รายงานวันเทรดที่ 26/03/2012)
วันที่ 26 ตลาดหุ้นฝั่งเอเชียแปซิฟิกมีทั้งปิดบวกและลบ ตลาดหุ้นอินเดียลงแรงที่สุด -1.8% นอกจากนั้นก็ลงไม่มาก SET index 1188.32 จุด (-0.55%) ต่างชาติยังซื้อสุทธิ 1100 ล้านบาท
ตลาดฝั่งยุโรปปิดเขียวเป็นส่วนใหญ่ ออสเตรียยังลงแรงอีก คือ -1.7% ลุงแมวน้ำยังไม่ได้ตามข่าวเลย ไม่รู้ว่าลงเพราะอะไร ทางด้านฝั่งอเมริกาตลาดก็เขียวเช่นกัน ทั้งบราซิลและสหรัฐอเมริกาเทรดในแดนบวกตลอดทั้งวัน ดัชนี DAX ของเยอรมนี +1.2% ส่วนดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (DJI) +1.2% เช่นกัน
อัตราแลกเปลี่ยนเมื่อวันที่ 26 เงินดอลลาร์ สรอ แข็งค่าในช่วงกลางวัน (เวลาบ้านเรา) และอ่อนค่าในช่วงกลางคืน usd index อยู่ในกรอบ 79.7 ถึง 78.9 จุด เงินสกุลยุโรปแข็งค่า เงินยูโรกับฟรังก์สวิส +1.2% ใกล้เคียงกัน เงินโครน +2.0% เงินโครนา +1.5%
ทางด้านเงินสกุลเอเชียแปซิฟิกส่วนใหญ่แข็งค่าเช่นกัน ออสเตรเลียดอลลาร์ +1.2% เยน +0.3% ส่วนดอลลาร์สิงคโปร์ +0.7% ส่วนเงินบาทแข็ง +0.4%
กลุ่มโลหะวันนี้รีบาว ทองคำกับโลหะเงิน +1.6% ส่วนทองแดง +2.3% น้ำมันดิบ wti +0.2% น้ำมันดิบเบรนต์ +0.5% ส่วนสินค้าเกษตรลดลงนิดหน่อย ดัชนีอยู่ที่ 79.54 จุด (-0.13%)
วันนี้ (27/03/2012) ดัชนีดอลลาร์ สรอ (USD index) อยู่ที่ 78.9 จุด ยูโร 1.336 ดอลลาร์ สรอ/ยูโร เงินเยน 82.86 เยน/ดอลลาร์ สรอ เงินบาท 30.7 บาท/ดอลลาร์ สรอ
น้ำมันดิบ wti 107.2 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล น้ำมันดิบเบรนต์ 125.0 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล ทองคำ 1690 ดอลลาร์ สรอ/ทรอยออนซ์
อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลสำคัญ เมื่อ 26/03/2012
ดัชนีตลาดหุ้นสำคัญในโลก เมื่อ 26/03/2012
วันที่ 26 ตลาดหุ้นฝั่งเอเชียแปซิฟิกมีทั้งปิดบวกและลบ ตลาดหุ้นอินเดียลงแรงที่สุด -1.8% นอกจากนั้นก็ลงไม่มาก SET index 1188.32 จุด (-0.55%) ต่างชาติยังซื้อสุทธิ 1100 ล้านบาท
ตลาดฝั่งยุโรปปิดเขียวเป็นส่วนใหญ่ ออสเตรียยังลงแรงอีก คือ -1.7% ลุงแมวน้ำยังไม่ได้ตามข่าวเลย ไม่รู้ว่าลงเพราะอะไร ทางด้านฝั่งอเมริกาตลาดก็เขียวเช่นกัน ทั้งบราซิลและสหรัฐอเมริกาเทรดในแดนบวกตลอดทั้งวัน ดัชนี DAX ของเยอรมนี +1.2% ส่วนดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (DJI) +1.2% เช่นกัน
อัตราแลกเปลี่ยนเมื่อวันที่ 26 เงินดอลลาร์ สรอ แข็งค่าในช่วงกลางวัน (เวลาบ้านเรา) และอ่อนค่าในช่วงกลางคืน usd index อยู่ในกรอบ 79.7 ถึง 78.9 จุด เงินสกุลยุโรปแข็งค่า เงินยูโรกับฟรังก์สวิส +1.2% ใกล้เคียงกัน เงินโครน +2.0% เงินโครนา +1.5%
ทางด้านเงินสกุลเอเชียแปซิฟิกส่วนใหญ่แข็งค่าเช่นกัน ออสเตรเลียดอลลาร์ +1.2% เยน +0.3% ส่วนดอลลาร์สิงคโปร์ +0.7% ส่วนเงินบาทแข็ง +0.4%
กลุ่มโลหะวันนี้รีบาว ทองคำกับโลหะเงิน +1.6% ส่วนทองแดง +2.3% น้ำมันดิบ wti +0.2% น้ำมันดิบเบรนต์ +0.5% ส่วนสินค้าเกษตรลดลงนิดหน่อย ดัชนีอยู่ที่ 79.54 จุด (-0.13%)
วันนี้ (27/03/2012) ดัชนีดอลลาร์ สรอ (USD index) อยู่ที่ 78.9 จุด ยูโร 1.336 ดอลลาร์ สรอ/ยูโร เงินเยน 82.86 เยน/ดอลลาร์ สรอ เงินบาท 30.7 บาท/ดอลลาร์ สรอ
น้ำมันดิบ wti 107.2 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล น้ำมันดิบเบรนต์ 125.0 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล ทองคำ 1690 ดอลลาร์ สรอ/ทรอยออนซ์
อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลสำคัญ เมื่อ 26/03/2012
ดัชนีตลาดหุ้นสำคัญในโลก เมื่อ 26/03/2012
Monday, March 26, 2012
23/03/2012 สรุปรอบสัปดาห์ ตลาดหุ้นย่อ ดอลลาร์ สรอ อ่อนตัว น้ำมันดิบอ่อนตัว
ค่าเงินวันนี้ 26/03/2012 (รายงานวันเทรดที่ 23/03/2012)
เช้านี้ 26/03/2012 usd index อยู่ที่ 79.3 จุด เงินยูโรอยู่ที่ 1.327 ยูโร/ดอลลาร์ สรอ เงินเยนอยู่ที่ 82.54 เยน/ดอลลาร์ สรอ เงินบาท 30.8 บาท/ดอลลาร์ สรอ
น้ำมันดิบ wti อยู่ที่ 106.7 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล น้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 124.2 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล ทองคำอยู่ที่ 1667 ดอลลาร์ สรอ/ทรอยออนซ์
สรุปรอบสัปดาห์ ตลาดหุ้นย่อ ดอลลาร์ สรอ อ่อนตัว น้ำมันดิบอ่อนตัว
สัปดาห์หนึ่งก็มาดูสรุปตลาดกันสักที สัปดาห์ที่ 19/03/2012-23/03/2012 นี้ไม่ค่อยมีข่าวดีอะไร ตลาดหุ้นส่วนใหญ่จึงปรับตัวลง ที่ลงแรงคือตลาดหุ้นรัสเซีย ลงไปประมาณ -5% ที่ลงแรงลำดับถัดมาเป็นกลุ่มยุโรป ได้แก่ สวีเดน ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส อิตาลี และแถมเอเชียให้คือฮ่องกง เหล่านี้ลงมาในระดับ -3% กว่าๆ ตลาดหุ้นที่ขึ้นในรอบสัปดาห์มีอยู่เพียงไม่กี่ตลาด ที่ขึ้นแรงเป็นตลาดเวเนซุเอลา +10% ตลาดเวเนฯนี่แกว่งแรงมาก รองลงมาคือตลาดหุ้นสโลวีเนีย +2.8%
ทางด้านสหรัฐอเมริกา ในรอบสัปดาห์ ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ -1.2% DAX ของเยอรมนี -2.3% ส่วนทางฝั่งเอเชียแปซิฟิก ตลาดหุ้นลงไม่แรงเท่ากับกลุ่มยุโรป ออสเตรเลีย -0.1% ญี่ปุ่น -1.2% สิงคโปร์ -0.7% ไทย +0.4% ตลาดหุ้นจีนยังลงแรงพอสมควร -2.3% คงยังยังกังวลกับข่าวที่เศรษฐกิจจีนอาจชะลอตัวอย่างรุนแรง กับการเมืองภายในภายในพรรคคอมมิวนิสต์ก็ยังคงคุอยู่
ในรอบสัปดาห์ มีดัชนีตลาดหุ้นหลายตลาดที่เกิดสัญญาณขาย ได้แก่ บราซิล แอฟริกาใต้ โปแลนด์ สวีเดน จีน ที่เกิดสัญญาณซื้อคือตลาดหุ้นเม็กซิโก
ตลาดตราสารหนี้ในรอบสัปดาห์ ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง ส่วนใหญ่เป็นพันธบัตรในกลุ่มยูโร พอตลาดหุ้นออกอาการเซเงินก็ไหลเข้ามาในตลาดพันธบัตรผลตอบแทนจึงลดลงไปบ้าง พันธบัตรของไทยผลตอบแทนลดลง 0.02 จุด (basis point)
ทางด้านตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ สัปดาห์นี้กลุ่มสินค้าที่ปรับลงมีมากกว่าที่ปรับตัวขึ้น ที่ลงแรงคืออะลูมิเนียม -4.1% กับข้าวโพด -4.0% ที่ขึ้นแรงในสัปปดาห์นี้คือโกโก้ +2.3% และฝ้าย +2.5% ทองคำตลอดสัปดาห์ปรับตัวขึ้น +0.4% น้ำมันดิบเบรนต์ -0.5% ส่วน น้ำมันดิบ wti -0.2% สินค้าที่เกิดสัญญาณขายคือทองแดง (HG) กับ น้ำมันดิบ wti (CL)
สำหรับภาพรวมของอัตราแลกเปลี่ยน สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ดอลลาร์ สรอ อ่อนค่าลง โดย usd index อ่อนค่าลงไป -0.6% และเงินสกุลแข็งจึงแข็งค่าขึ้นมา โดยเฉพาะเงินเยนในรอบสัปดาห์แข็งค่าขึ้น +1.3% ฟรังก์สวิสกับโครนาของสวีเดน +1.0% ยูโร +0.7% เงินสกุลอื่นส่วนใหญ่อ่อนค่าลง เงินดอลลาร์ออสเตรเลีย -1.2% ดอลลาร์สิงคโปร์ -0.3% เงินบาท +0.02% เงินฟรังก์สวิสเกิดสัญญาณซื้อแล้ว
กราฟแสดงความสัมพันธ์ของอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินสำคัญบางสกุลรวมทั้งทองคำ
ตารางหุ้น ฟิวเจอร์ส และกองทุนรวม และค่าสถิติต่างๆ
Sunday, March 25, 2012
เช้าวันหยุดกับลุงแมวน้ำ ขนมปังผลไม้เจริญสติ
วันหยุดอีกแล้ว ลุงแมวน้ำชอบวันหยุดจัง
วันหยุดในสัปดาห์ที่แล้วลุงแมวน้ำชวนปลูกว่านหางจระเข้ วันนี้เปลี่ยนเป็นทำขนมกินกันดีกว่า
ของโปรดอย่างหนึ่งของลุงแมวน้ำก็คือสโตนเลนเค้ก (Stollen cake) เค้กที่ว่านี้เป็นของหวานพื้นบ้านของเยอรมนี นิยมทำกินกันในช่วงคริสต์มาส ชื่อบอกว่าเป็นเค้กแต่ที่จริงหน้าตาและเนื้อสัมผัสออกไปทางขนมปังมากกว่า สโตลเลนเค้กนี้เป็นเค้กที่ผสมด้วยผลไม้เชื่อมและผลไม้แห้งต่างๆ เช่น ลูกเกด ซัลทานา (ที่เราเรียกลูกเกดเหลืองนั่นแหละ) แอปปริคอต ฯลฯ ด้านบนของเค้กโรยด้วยน้ำตาลไอซิ่งจนหนาเตอะ โรยบางๆก็ไม่ได้นะ ต้องโรยให้หนา รสชาติหวานมัน อร่อยมากๆ พูดแล้วน้ำลายไหลเลย ซู้ดดดดด... ลุงแมวน้ำเคยกินตอนที่ไปแสดงที่เยอรมนี แต่ที่จริงไม่ต้องไปถึงโน่นหรอก เดี๋ยวนี้ในบ้านเราก็มีขาย
วันหยุดนี้นึกถึงสโตเลนเค้กขึ้นมา หากนานๆกินทีและกินไม่มากก็คงไม่เท่าไรนัก แต่หากกินบ่อยๆคงแย่เหมือนกันเพราะทั้งหวานจัดและมันจัด ที่จริงอาหารที่หวานจัดและมันจัดไม่ได้มีแต่เฉพาะสโตเลนเค้ก แต่อาหารการกินแบบคนเมืองทั่วไปในปัจจุบันมีแนวโน้มรสจัดและแคลอรี่สูงเกือบทั้งนั้น มีทั้งหวานจัด เค็มจัด มันจัด ฯลฯ เพราะต้องการให้รสชาติเอร็ดอร่อยเพื่อดึงดูดให้ลูกค้ากินแล้วติดใจนั่นเอง หากไม่ติดใจก็อาจจะขายไม่ออก ดังนั้นคนเมืองกินอาหารรสจัดเหล่านี้จนชิน อาหารแบบคนเมืองจึงกลายเป็นอาหารทำลายสุขภาพไปโดยปริยาย เป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคเบาหวาน โรคไขมันอุดตันหลอดเลือด ความดันสูง โรคไต ฯลฯ
เมื่อนึกถึงสโตลเลนเค้กทำให้ลุงแมวน้ำได้ความคิดที่จะทำอาหารสุขภาพขึ้นมาอีกเมนูหนึ่ง นั่นคือ ขนมปังผลไม้
ขนมปังผลไม้ของลุงแมวน้ำนี้เป็นสูตรไขมันต่ำและน้ำตาลต่ำ ทำให้แคลอรีต่ำ แถมยังเป็นสูตรเจหรือมังสวิรัติอีกด้วย คือไม่มีผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ไม่มีนม ไม่มีไข่ และมีใยอาหาร (fiber) สูง
ส่วนประกอบของเค้กผลไม้ก็มีแป้งสาลีทำขนมปัง แป้งข้าวไรย์ดำ จมูกข้าวเจ้า (จมูกข้าวสาลีหรือ wheat germ ราคาแพง ใช้จมูกข้าวเจ้าดีกว่า หาไม่ยากด้วย) แป้งถั่วเหลือง งา เมล็ดทานตะวัน ลูกเกด ผลไม้รวมเชื่อม กล้วยหอม และน้ำมันคาโนลา ลุงแมวน้ำมีเครื่องทำขนมปัง ก็เอาวัตถุดิบใส่ลงไปในเครื่องทำขนมปังให้หมด จากนั้นเครื่องก็นวดและอบให้เองจนเสร็จ ไม่ต้องนวดเองให้เมื่อยครีบ หลบไปนอนก่อนก็ยังได้ ^_^
ขนมปังผลไม้ของลุงแมวน้ำหนึ่งแผ่นหนักประมาณ 65 กรัม ให้พลังงานประมาณ 180 กิโลแคลอรี มีค่าไกลซีมิกโหลด (glycemic load) ประมาณ 14.5 ถือว่าอยู่ในระดับปานกลางที่ค่อนข้างต่ำ (ยิ่งต่ำยิ่งดี) นอกจากนี้ไขมันยังต่ำ มีโปรตีนและใยอาหารสูงอีกด้วย ดังนั้นสามารถใช้เป็นอาหารมื้อเบาๆที่มีแคลอรีต่ำและสารอาหารหลักครบถ้วนได้มื้อหนึ่งเลยทีเดียว
หากเป็นสโตลเลนเค้กที่ขายตามห้างทั่วไป น้ำหนักเท่ากันนี้ มักให้พลังงานประมาณ 250 กิโลแคลอรีขึ้นไปและมีไขมันประมาณ 30 กรัมหรืออาจมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับสูตร ส่วนใหญ่เป็นไขมันอิ่มตัวเสียด้วยเพราะใช้เนยสด ส่วนค่าไกลซีมิกโหลดของสโตลเลนเค้กนั้นลุงแมวน้ำไม่มีข้อมูล แต่คาดว่าคงจะสูง ก็ดูในรูป น้ำตาลไอซิ่งหนาเสียขนาดนั้นจะไม่ให้ไกลซีมิกโหลดสูงได้ยังไง
ขนมปังผลไม้ของลุงแมวน้ำกินกับกาแฟ รสชาติพอใช้ได้ทีเดียว กินแล้วพอได้หายคิดถึงสโตลเลนเค้ก ขณะที่กินก็ลุงแมวน้ำก็ชมสวนพร้อมกับปล่อยความคิดไปเรื่อยเปื่อย ลุงแมวน้ำนึกถึงแฟนคลับที่มาชมการแสดงของลุงแมวน้ำคนหนึ่ง ผู้ชมคนนี้อายุประมาณหกสิบปี มีฐานะดีและมีตำแหน่งทางสังคมสูงทีเดียว รูปร่างอ้วน สูบบุหรี่ ชอบการกินเลี้ยงสังสรรค์ เป็นความดันโลหิตสูง เป็นเบาหวาน ต้องฟอกไต เคยทำบายพาสหลอดเลือดหัวใจมาแล้ว แล้วยังมีอีกหลายโรค ลุงแมวน้ำฟังแกคุยเรื่องโรคแล้วจำได้ไม่หมด แต่เรียกได้ว่าชีวิตอยู่ได้ด้วยเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์จริงๆ และมีโรงพยาบาลเป็นบ้านหลังที่สอง
ลุงแมวน้ำยังคิดเลยไปถึงชีวิตการลงทุน คนส่วนมากอยากรวย รวย และรวย ทำงานหนักเพราะอยากรวย เล่นหุ้นปั่นก็เพราะอยากรวยเร็วๆ ฯลฯ มีคำถามที่น่าคิดหลายคำถามทีเดียว หากรวยง่ายทำไมทุกคนจึงไม่รวยกันหมด เหตุใดบางคนยิ่งลงทุนก็ยิ่งหมดตัว บนเส้นทางของคนอยากรวยมีคนที่รวยได้จริงสักกี่คน และบนถนนคนอยากรวยนี้แต่ละคนต้องจ่ายค่าตอบแทนอะไรไปบ้าง และสุดท้ายแล้วได้อะไรกลับมา ความร่ำรวยใช่เป็นคำตอบของชีวิตหรือไม่ ? ? ?
ขนมปังของลุงแมวน้ำนี้แม้จะไม่อร่อยเท่ากับสโตลเลนเค้ก แต่ก็ถือเป็นทางสายกลาง อร่อยพอควร และทำให้มีสุขภาพที่ดี อีกทั้งกินแล้วสบายใจเพราะไม่ได้เบียดเบียนชีวิตอื่น เช่นเดียวกับการดำเนินชีวิตในแนวทางสายกลาง ความที่ไม่มากเกินไปและไม่น้อยเกินไปก็ทำให้เรามีความสุขได้ คือเป็นความสุขกับความพอดีของชีวิตนั่นเอง ความร่ำรวยนั้นขึ้นอยู่กับความรู้จักพอ เมื่อไรที่รู้พอเมื่อนั้นก็พบกับความร่ำรวยได้ แต่หากไม่รู้พอ แม้มีทรัพย์มากเพียงใดก็ยังไม่รู้สึกว่ารวย
เช้านี้ไม่เลวทีเดียว นอกจากได้ทำขนมปังกินเองแล้วยังทำให้ลุงแมวน้ำมีโอกาสเจริญสติไปด้วย
เอาละ หลังจากที่กินขนมปังรองท้องกันนิดหน่อยพร้อมกับชมสวนยามเช้าแล้ว เราไปออกกำลังกายกันดีกว่า ลุงแมวน้ำขอไปว่ายน้ำเล่นที่บึงสวนสุมสักหน่อย ไปละคร้าบ ^_^
วันหยุดในสัปดาห์ที่แล้วลุงแมวน้ำชวนปลูกว่านหางจระเข้ วันนี้เปลี่ยนเป็นทำขนมกินกันดีกว่า
ของโปรดอย่างหนึ่งของลุงแมวน้ำก็คือสโตนเลนเค้ก (Stollen cake) เค้กที่ว่านี้เป็นของหวานพื้นบ้านของเยอรมนี นิยมทำกินกันในช่วงคริสต์มาส ชื่อบอกว่าเป็นเค้กแต่ที่จริงหน้าตาและเนื้อสัมผัสออกไปทางขนมปังมากกว่า สโตลเลนเค้กนี้เป็นเค้กที่ผสมด้วยผลไม้เชื่อมและผลไม้แห้งต่างๆ เช่น ลูกเกด ซัลทานา (ที่เราเรียกลูกเกดเหลืองนั่นแหละ) แอปปริคอต ฯลฯ ด้านบนของเค้กโรยด้วยน้ำตาลไอซิ่งจนหนาเตอะ โรยบางๆก็ไม่ได้นะ ต้องโรยให้หนา รสชาติหวานมัน อร่อยมากๆ พูดแล้วน้ำลายไหลเลย ซู้ดดดดด... ลุงแมวน้ำเคยกินตอนที่ไปแสดงที่เยอรมนี แต่ที่จริงไม่ต้องไปถึงโน่นหรอก เดี๋ยวนี้ในบ้านเราก็มีขาย
สโตลเลนเค้ก ชื่อเป็นเค้กแต่หน้าตาเป็นขนมปัง อาหารพื้นบ้านของเยอรมนี เป็นขนมปังผลไม้รสชาติหวานมัน เอกลักษณ์ของสโตคลเลนเค้กก็คือโรยน้ำตาลไอซิ่งจนหนาเตอะ
วันหยุดนี้นึกถึงสโตเลนเค้กขึ้นมา หากนานๆกินทีและกินไม่มากก็คงไม่เท่าไรนัก แต่หากกินบ่อยๆคงแย่เหมือนกันเพราะทั้งหวานจัดและมันจัด ที่จริงอาหารที่หวานจัดและมันจัดไม่ได้มีแต่เฉพาะสโตเลนเค้ก แต่อาหารการกินแบบคนเมืองทั่วไปในปัจจุบันมีแนวโน้มรสจัดและแคลอรี่สูงเกือบทั้งนั้น มีทั้งหวานจัด เค็มจัด มันจัด ฯลฯ เพราะต้องการให้รสชาติเอร็ดอร่อยเพื่อดึงดูดให้ลูกค้ากินแล้วติดใจนั่นเอง หากไม่ติดใจก็อาจจะขายไม่ออก ดังนั้นคนเมืองกินอาหารรสจัดเหล่านี้จนชิน อาหารแบบคนเมืองจึงกลายเป็นอาหารทำลายสุขภาพไปโดยปริยาย เป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคเบาหวาน โรคไขมันอุดตันหลอดเลือด ความดันสูง โรคไต ฯลฯ
เมื่อนึกถึงสโตลเลนเค้กทำให้ลุงแมวน้ำได้ความคิดที่จะทำอาหารสุขภาพขึ้นมาอีกเมนูหนึ่ง นั่นคือ ขนมปังผลไม้
ขนมปังผลไม้ของลุงแมวน้ำนี้เป็นสูตรไขมันต่ำและน้ำตาลต่ำ ทำให้แคลอรีต่ำ แถมยังเป็นสูตรเจหรือมังสวิรัติอีกด้วย คือไม่มีผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ไม่มีนม ไม่มีไข่ และมีใยอาหาร (fiber) สูง
ส่วนประกอบของเค้กผลไม้ก็มีแป้งสาลีทำขนมปัง แป้งข้าวไรย์ดำ จมูกข้าวเจ้า (จมูกข้าวสาลีหรือ wheat germ ราคาแพง ใช้จมูกข้าวเจ้าดีกว่า หาไม่ยากด้วย) แป้งถั่วเหลือง งา เมล็ดทานตะวัน ลูกเกด ผลไม้รวมเชื่อม กล้วยหอม และน้ำมันคาโนลา ลุงแมวน้ำมีเครื่องทำขนมปัง ก็เอาวัตถุดิบใส่ลงไปในเครื่องทำขนมปังให้หมด จากนั้นเครื่องก็นวดและอบให้เองจนเสร็จ ไม่ต้องนวดเองให้เมื่อยครีบ หลบไปนอนก่อนก็ยังได้ ^_^
ใช้เครื่องทำขนมปัง ไม่ต้องนวดแป้งเองให้เมื่อย ใส่วัตถุดิบทุกอย่างลงไปในเครื่องแล้วก็นอนรอได้เลย
หน้าตาของขนมปังผลไม้ที่อบเสร็จแล้วก็เป็นแบบนี้ น่ากินไหม
ดูใกล้ๆ ขนมปังสีเหลืองทอง เนื้อแน่น มีธัญพืชข้าวไรย์ดำ ข้าวสาลีโฮลวีต จมูกข้าวเจ้า ถั่วเหลือง เมล็ดทานตะวัน งา และผลไม้รวม อาทิ ลูกเกด มะละกอ กล้วยหอม ฯลฯ
ขนมปังผลไม้ของลุงแมวน้ำหนึ่งแผ่นหนักประมาณ 65 กรัม ให้พลังงานประมาณ 180 กิโลแคลอรี มีค่าไกลซีมิกโหลด (glycemic load) ประมาณ 14.5 ถือว่าอยู่ในระดับปานกลางที่ค่อนข้างต่ำ (ยิ่งต่ำยิ่งดี) นอกจากนี้ไขมันยังต่ำ มีโปรตีนและใยอาหารสูงอีกด้วย ดังนั้นสามารถใช้เป็นอาหารมื้อเบาๆที่มีแคลอรีต่ำและสารอาหารหลักครบถ้วนได้มื้อหนึ่งเลยทีเดียว
หากเป็นสโตลเลนเค้กที่ขายตามห้างทั่วไป น้ำหนักเท่ากันนี้ มักให้พลังงานประมาณ 250 กิโลแคลอรีขึ้นไปและมีไขมันประมาณ 30 กรัมหรืออาจมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับสูตร ส่วนใหญ่เป็นไขมันอิ่มตัวเสียด้วยเพราะใช้เนยสด ส่วนค่าไกลซีมิกโหลดของสโตลเลนเค้กนั้นลุงแมวน้ำไม่มีข้อมูล แต่คาดว่าคงจะสูง ก็ดูในรูป น้ำตาลไอซิ่งหนาเสียขนาดนั้นจะไม่ให้ไกลซีมิกโหลดสูงได้ยังไง
ขนมปังผลไม้ของลุงแมวน้ำกินกับกาแฟ รสชาติพอใช้ได้ทีเดียว กินแล้วพอได้หายคิดถึงสโตลเลนเค้ก ขณะที่กินก็ลุงแมวน้ำก็ชมสวนพร้อมกับปล่อยความคิดไปเรื่อยเปื่อย ลุงแมวน้ำนึกถึงแฟนคลับที่มาชมการแสดงของลุงแมวน้ำคนหนึ่ง ผู้ชมคนนี้อายุประมาณหกสิบปี มีฐานะดีและมีตำแหน่งทางสังคมสูงทีเดียว รูปร่างอ้วน สูบบุหรี่ ชอบการกินเลี้ยงสังสรรค์ เป็นความดันโลหิตสูง เป็นเบาหวาน ต้องฟอกไต เคยทำบายพาสหลอดเลือดหัวใจมาแล้ว แล้วยังมีอีกหลายโรค ลุงแมวน้ำฟังแกคุยเรื่องโรคแล้วจำได้ไม่หมด แต่เรียกได้ว่าชีวิตอยู่ได้ด้วยเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์จริงๆ และมีโรงพยาบาลเป็นบ้านหลังที่สอง
ลุงแมวน้ำยังคิดเลยไปถึงชีวิตการลงทุน คนส่วนมากอยากรวย รวย และรวย ทำงานหนักเพราะอยากรวย เล่นหุ้นปั่นก็เพราะอยากรวยเร็วๆ ฯลฯ มีคำถามที่น่าคิดหลายคำถามทีเดียว หากรวยง่ายทำไมทุกคนจึงไม่รวยกันหมด เหตุใดบางคนยิ่งลงทุนก็ยิ่งหมดตัว บนเส้นทางของคนอยากรวยมีคนที่รวยได้จริงสักกี่คน และบนถนนคนอยากรวยนี้แต่ละคนต้องจ่ายค่าตอบแทนอะไรไปบ้าง และสุดท้ายแล้วได้อะไรกลับมา ความร่ำรวยใช่เป็นคำตอบของชีวิตหรือไม่ ? ? ?
ขนมปังของลุงแมวน้ำนี้แม้จะไม่อร่อยเท่ากับสโตลเลนเค้ก แต่ก็ถือเป็นทางสายกลาง อร่อยพอควร และทำให้มีสุขภาพที่ดี อีกทั้งกินแล้วสบายใจเพราะไม่ได้เบียดเบียนชีวิตอื่น เช่นเดียวกับการดำเนินชีวิตในแนวทางสายกลาง ความที่ไม่มากเกินไปและไม่น้อยเกินไปก็ทำให้เรามีความสุขได้ คือเป็นความสุขกับความพอดีของชีวิตนั่นเอง ความร่ำรวยนั้นขึ้นอยู่กับความรู้จักพอ เมื่อไรที่รู้พอเมื่อนั้นก็พบกับความร่ำรวยได้ แต่หากไม่รู้พอ แม้มีทรัพย์มากเพียงใดก็ยังไม่รู้สึกว่ารวย
เช้านี้ไม่เลวทีเดียว นอกจากได้ทำขนมปังกินเองแล้วยังทำให้ลุงแมวน้ำมีโอกาสเจริญสติไปด้วย
เอาละ หลังจากที่กินขนมปังรองท้องกันนิดหน่อยพร้อมกับชมสวนยามเช้าแล้ว เราไปออกกำลังกายกันดีกว่า ลุงแมวน้ำขอไปว่ายน้ำเล่นที่บึงสวนสุมสักหน่อย ไปละคร้าบ ^_^
Friday, March 23, 2012
23/02/2012 * ทองคำยังลงต่อ ลงทุนทองคำควรระวัง
ค่าเงินเช้านี้ 23/03/2012 (รายงานวันเทรดที่ 22/03/2012)
วันที่ 22 ตลาดหุ้นฝั่งเอเชียแปซิฟิกมีทั้งปิดบวกและลบ ตลาดหุ้นไทยดูจะลงแรงที่สุดในกลุ่มเอเชีย รองลงมาคือสิงคโปร์ ตลาดหุ้นไทย SET index 1191.0 จุด (-1.4%) ในที่สุดก็หลุดจากระดับดัชนี 1200 จุดลงมาอีก ตลาดอยู่ในแดนบวกตั้งแต่เช้า ช่วงบ่ายดิ่งลง แต่ต่างชาติยังซื้อสุทธิ 1382 ล้านบาท
ตลาดฝั่งยุโรปปิดแดงกันถ้วนหน้าเช่นกัน ออสเตรียลงแรงอีก คือ -3.6% นอกนั้นลงในระดับ -1% กว่าๆ ทางด้านฝั่งอเมริกาตลาดก็แดงเช่นกัน ทั้งบราซิลและสหรัฐอเมริกาเทรดในแดนลบตลอดทั้งวัน ดัชนี DAX ของเยอรมนี -1.3% ส่วนดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (DJI) -0.6%
อัตราแลกเปลี่ยนเมื่อวันที่ 22 เงินดอลลาร์ สรอ ทรงตัวในช่วงกลางวัน (เวลาบ้านเรา) และแข็งค่าในช่วงกลางคืน usd index อยู่ในกรอบ 79.45 ถึง 79.95 จุด เงินสกุลยุโรปอ่อนค่าเล็กน้อย เงินยูโรกับฟรังก์สวิส -0.2% ใกล้เคียงกัน เงินโครน -0.6% เงินโครนา -1.0%
ทางด้านเงินสกุลเอเชียแปซิฟิกส่วนใหญ่อ่อนตัวเช่นกัน ออสเตรเลียดอลลาร์ -0.7% ส่วนดอลลาร์สิงคโปร์ -0.2% ส่วนเงินบาทแข็ง -0.1% ยกเวhนเงินเยนที่แข็งค่า +1.0%
กลุ่มโลหะวันนี้ลงต่อ ทองคำลงไปนิดหน่อย -0.5% โลหะเงินลงหนัก -2.5% ส่วนทองแดงก็ลง -1.9% น้ำมันดิบ wti -1.6% น้ำมันดิบเบรนต์ -0.9% ส่วนสินค้าเกษตรเพิ่มเล็กน้อย ดัชนีอยู่ที่ 79.10 จุด (+0.2%)
วันนี้ (23/03/2012) ดัชนีดอลลาร์ สรอ (USD index) อยู่ที่ 79.6 จุด ยูโร 1.321 ดอลลาร์ สรอ/ยูโร เงินเยน 82.64 เยน/ดอลลาร์ สรอ เงินบาท 30.76 บาท/ดอลลาร์ สรอ
น้ำมันดิบ wti 105.7 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล น้ำมันดิบเบรนต์ 122.9 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล ทองคำ 1647 ดอลลาร์ สรอ/ทรอยออนซ์
ที่ลุงแมวน้ำประเมินว่าสินค้าโภคภัณฑ์ทั้งพลังงานและสินค้าเกษตรน่าจะเป็นแนวโน้มขาขึ้น ส่วนทองคำนั้นหากมองในแง่ความเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ก็น่าจะขึ้นไปด้วยตามกลุ่ม แต่จากการวิเคราะห์ทางเทคนิคของราคาทองคำเองแล้วลุงแมวน้ำเห็นว่ายังอยู่ในแนวโน้มขาลง หากแนวโน้มของตนเองกับแนวโน้มของกลุ่มแย้งกันเช่นนี้ ลุงแมวน้ำให้น้ำหนักกับปัจจัยทางเทคนิคของตัวสินค้าทองคำเองมากกว่า
ดัชนีตลาดหุ้นสำคัญในโลก เมื่อ 22/03/2012
อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลสำคัญ เมื่อ 22/03/2012
Wednesday, March 21, 2012
20/03/2012 * แนวโน้มตลาดหุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ และค่าเงินดอลลาร์ สรอ, เยน และยูโร
ค่าเงินวันนี้ 21/03/2012 (รายงานวันเทรดที่ 20/03/2012)
วันที่ 20 ตลาดหุ้นฝั่งเอเชียแปซิฟิกปิดแดงเป็นส่วนใหญ่ แต่ลงไปไม่มาก ยกเว้นดัชนีสเตรตไทมส์ของสิงคโปร์ที่ปิดเขียวได้ ส่วน SET index 1196.6 จุด (+0.6%) ต่างชาติยังซื้อสุทธิ วันนี้ซื้อ 1317 ล้านบาท SETi ทดสอบ 1200 จุดแล้วยังไม่ผ่าน
ตลาดฝั่งยุโรปส่วนใหญ่ปิดแดง ส่วนใหญ่ปรับลดลงไปในช่วง -1% ถึง -1.5% ยกเว้นตลาดหุ้นออสเตรียที่ลงแรงหน่อย คือ -3% ทางด้านฝั่งอเมริกาวันนี้เปิดแดงแบบลงลึก เทรดกันในเขตสีแดงตลอดวัน แต่ท้ายตลาดมาดีขึ้น เหลือแดงไม่มาก ดัชนี DAX ของเยอรมนี -1.4% และดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (DJI) -0.5%
อัตราแลกเปลี่ยนเมื่อวันที่ 20 เงินดอลลาร์ สรอ แข็งค่าขึ้นมาเล็กน้อย ดัชนีดอลลาร์ สหรัฐอเมริกา (usd index) มีกรอบการแกว่งตัวอยู่ที่ 79.4 ถึง 79.9 จุด เงินตราสกุลยุโรปอ่อนค่าลงเล็กน้อย ยูโร -0.1% ส่วนเงินสกุลเอเชียแปซิฟิกส่วนใหญ่อ่อนค่าลงเพียงเล็กน้อย ยกเว้นดอลลาร์ออสเตรเลียที่อ่อนค่ามากหน่อย คือ -1.2% เยน -0.5% ดอลลาร์สิงคโปร์ -0.7% และบาท -0.3%
กลุ่มโลหะมีค่าและน้ำมันดิบลงทั้งสองกลุ่ม ราคาปรับลดลงราว -1% ถึง -3% ส่วนสินค้าเกษตรราคาลงเช่นกัน ดัชนีสินค้าเกษตรอยู่ที่ 79.08 จุด (-1.5%)
บ่ายนี้ (21/03/2012) ดัชนีดอลลาร์ สรอ อยู่ที่ 79.4 จุด ยูโร 1.326 ดอลลาร์ สรอ/ยูโร เงินเยน 83.65 เยน/ดอลลาร์ สรอ เงินบาท 30.75 บาท/ดอลลาร์ สรอ น้ำมันดิบ wti 106.7 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล น้ำมันดิบเบรนต์ 124.5 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล ทองคำ 1653 ดอลลาร์ สรอ/ทรอยออนซ์
แนวโน้มตลาดหุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ และค่าเงินดอลลาร์ สรอ, เยน และยูโร
ลุงแมวน้ำติดตามดูสถานการณ์ตลาดทุนในช่วงนี้ดูเหมือนจะไม่มีอะไรชัดเจน ทุกอย่างดูก้ำกึ่งไปหมด นักลงทุนส่วนใหญ่ก็คงมองเช่นกันว่าตลาดหุ้นดูว่าขึ้นมามากแล้ว คงไปได้อีกไม่นาน เมื่อไรที่รายย่อยกล้าเข้าเมื่อนั้นตลาดก็วายพอดี ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ก็อาการไม่ดี ทองคำร่วง น้ำมันดิบไม่ร่วงแต่ก็อ่อนตัว ราคาสินค้าเกษตรก็ไม่ไปไหน อัตราแลกเปลี่ยนของเงินสกุลสำคัญก็แกว่งไปมาอยู่แถวนี้ ไม่รู้จะเอาอย่างไร ฯลฯ
ลุงแมวน้ำขอลองวิเคราะห์ดูเล่นๆ ใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคนี่แหละ ลองคาดการณ์แนวโน้มตลาดทุนและอัตราแลกเปลี่ยนในระยะต่อไปดู
ลุงแมวน้ำเริ่มที่การสังเกตรูปแบบทางเทคนิคของเงินเยนญี่ปุ่นก่อน ดังภาพต่อไปนี้
กราฟค่าเงินเยน (JY)
จากภาพ เห็นได้ว่าราคาเงินเยนหลุดจากกรอบล่างของช่องความผิดพลาดมาตรฐาน (standard error channel, SEC) อันเป็นสัญญาณกลับทิศเป็นขาลงประการหนึ่ง ประกอบกับสัญญาณอื่นๆและการนับคลื่นย่อย ทำให้ลุงแมวน้ำคิดว่าเงินเยนคงกลับทิศเป็นขาลงแล้ว อย่างน้อยก็ในระยะสั้น
ทีนี้มาดูค่าเงินยูโรกัน ดังภาพต่อไปนี้
กราฟค่าเงินยูโร (EC)
จากภาพ กรอบ SEC ทั้งในระดับแนวโน้มระยะกลาง (เส้นสีน้ำเงิน) และแนวโน้มใหญ่ (เส้นสีดำ) จะเห็นว่าอยู่ในแนวโน้มขาลงทั้งสองระยะ ส่วนแนวโน้มระยะสั้นยังไร้ทิศทางอยู่ ดังนั้นลุงแมวน้ำจึงประเมินว่าทิศทางของเงินยูโรคงเป็นแนวโน้มขาลง แนวโน้มขาขึ้นที่เกิดขึ้นบางในบางครั้งเป็น reactive wave เท่านั้น
จากนั้นก็มาดูค่าเงินดอลลาร์ สหรัฐอเมริกา หรือ US dollar กัน โดยพิจารณาจากกราฟ ดัชนีดอลลาร์ สรอ (USD index) ดังภาพต่อไปนี้
กราฟดัชนีดอลลาร์ สหรัฐอเมริกา (USD index)
จากภาพ พิจารณากรอบ SEC จะเห็นว่าในระดับแนวโน้มกลาง (เส้นสีดำ) เป็นแนวโน้มขาขึ้น แต่ในระดับแนวโน้มใหญ่ (เส้นสีน้ำเงิน) เป็นแนวโน้มขาลง และขณะนี้รูปแบบทางเทคนิคกำลังติดกรอบบนของเส้นน้ำเงิน รวมทั้งก่อตัวอยู่ในปลายสามเหลี่ยมชายธงอีกด้วย หมายถึงว่ากำลังจะถึงจุดชี้วัดแล้วว่า ดอลลาร์ สรอ จะลงหรือจะขึ้นต่อไป
ในความเห็นของลุงแมวน้ำ พิจารณาจากค่าเงินยูโรกับเงินเยนที่อ่อนตัวและอยู่ในแนวโน้มขาลงประกอบ ลุงแมวน้ำคิดว่าโอกาสที่ดอลลาร์ สรอ จะแข็งค่าต่อไปมีค่อนข้างสูง และหากเป็นเช่นนั้นจริง แปลว่าตลาดหุ้นของสหรัฐอเมริกา รวมทั้งอาจจะตลาดหุ้นยุโรปด้วย น่าจะขึ้นต่อ ส่วนตลาดหุ้นทางเอเชียนั้นลุงแมวน้ำไม่ค่อยแน่ใจ ถ้าสภาพคล่องมากจริงๆก็คงขึ้นทั้งโลกในทุกภูมิภาค แต่หากตลาดหุ้นขึ้นทั้งโลกไม่ได้ก็คิดว่าเงินอาจย้ายไปเก็งกำไรทางฝั่งตะวันตกเสียมากกว่าเพราะนอกจากเก็งกำไรในหุ้นแล้วยังเก็งกำไรจากค่าเงินดอลลาร์ สรอ ได้อีกทางหนึ่ง รวมทั้งเงินยังน่าจะไหลเข้าไปในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์อีกด้วย ดังนั้นต่อไปราคาน้ำมัน ทั้งน้ำมันดิบน้ำมันที่กลั่นแล้ว รวมทั้งสินค้าเกษตรราคาจะสูงขึ้น ปีนี้น่าจะเห็นราคาสินค้าทะยานจากภาวะเงินเฟ้อเพราะสภาพคล่องที่ล้นโลกและการเก็งกำไรกันในตลาดหุ้น ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ และตลาดอัตราเปลี่ยน โดยเฉพาะค่าเงิน usd
ส่วนตลาดหุ้นไทยนั้นก็ยังคงมองเหมือนเดิม คือในระยะยาวมากๆ ดัชนี SETi จะไปเกิน 1800 จุด ทำลายสถิติเดิมของเมื่อเกือบ 20 ปีมาแล้ว แต่ในระยะสั้นน่าจะเป็นไปตามตลาดในภูมิภาค
อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลสำคัญ เมื่อ 20/03/2012
ดัชนีตลาดหุ้นสำคัญในโลก เมื่อ 20/03/2012
Subscribe to:
Posts (Atom)



























































