Tuesday, March 20, 2012

19/03/2012

ค่าเงินวันนี้ 20/03/2012 (รายงานวันเทรดที่ 19/03/2012)


วันที่ 19 ตลาดหุ้นฝั่งเอเชียแปซิฟิกปิดคละกันทั้งเขียวและแดง ดัชนีหั่งเส็งของฮ่องกงลงไป -1.0% ส่วน SET index 1189.50 จุด (-0.01%) ต่างชาติยังซื้อสุทธิ วันนี้ซื้อ 3668 ล้านบาท

ตลาดฝั่งยุโรปส่วนใหญ่ปิดแดง ระหว่างวันแดงมากหน่อยแต่มาดีขึ้นจนเหลือแดงนิดหน่อยในตอนท้ายตลาดทางด้านฝั่งอเมริกาวันนี้ ตลาดหุ้นบราซิลทรดกันสีเขียวตลอดวันแต่ตอนปิดอ่อนตัวลงมา ส่วนของสหรัฐอเมริกาเปิดแดงแต่ปิดเขียว แกว่งตัวในกรอบแคบ ดัชนี DAX ของเยอรมนี -0.05% และดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (DJI) +0.05% บวกลบนิดหน่อยแค่นี้จะเรียกว่าทรงตัวก็ได้

อัตราแลกเปลี่ยนเมื่อวันที่ 19 ช่วงดึกๆ (เวลาบ้านเรา) เงินดอลลาร์ สรอ เริ่มอ่อนค่า ดัชนีดอลลาร์ สหรัฐอเมริกา (usd index) ไหลลง กรอบการแกว่งตัวอยู่ที่ 79.4 ถึง 79.8 จุด เงินตราสกุลยุโรปแข็งค่าประมาณ +0.5% ยูโร ฟรังก์สวิส และโครนา +0.5% พอๆกัน ส่วนเงินโครน +0.2% ส่วนเงินสกุลเอเชียแปซิฟิกแข็งค่าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ดอลลาร์ออสเตรเลีย +0.2% เยน +0.14% ดอลลาร์สิงคโปร์ +0.18% และบาท +0.05%

กลุ่มโลหะมีค่าราคารีบาวด์นิดหน่อย ทองคำปรับตัวขึ้น +0.5% โลหะเงิน +1.0% ส่วนโลหะอุตสาหกรรมวันนี้ทองแดง +0.7% กลุ่มพลังงานราคาก็ปรับตัวลง น้ำมันดิบ wti +1.8% น้ำมันดิบเบรนต์ -0.3% ส่วนสินค้าเกษตรราคาขึ้น ดัชนีอยู่ที่ 80.27 จุด (-0.7%)

เช้านี้ (20/03/2012) ดัชนีดอลลาร์ สรอ อยู่ที่ 79.5 จุด ยูโร 1.323 ดอลลาร์ สรอ/ยูโร เงินเยน 83.4 เยน/ดอลลาร์ สรอ เงินบาท 30.7 บาท/ดอลลาร์ สรอ น้ำมันดิบ wti 107.7 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล น้ำมันดิบเบรนต์ 125.3 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล ทองคำ 1663 ดอลลาร์ สรอ/ทรอยออนซ์

วันที่ 20 นี้ตลาดญี่ปุ่นหยุด ไม่มีราคายางโตคอม

ดัชนีตลาดหุ้นสำคัญในโลก เมื่อ 19/03/2012



อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลสำคัญ เมื่อ 19/03/2012  


Monday, March 19, 2012

16/03/2012 * ตลาดหุ้นยังไปต่อ ดัชนีอุตฯดาวโจนส์ทำคลื่นเกิน จับตาราคาสินค้าโภคภัณฑ์

ค่าเงินวันนี้ 19/03/2012 (รายงานวันเทรดที่ 16/03/2012)


มาดูค่าเงินยามบ่ายกันก่อนที่จะไปคุยเรื่องอื่น บ่ายนี้ 19/03/2012 usd index อยู่ที่ 79.8 จุด เงินยูโรอยู่ที่ 1.317 ยูโร/ดอลลาร์ สรอ เงินเยนอยู่ที่ 83.4 เยน/ดอลลาร์ สรอ เงินบาท 30.6 บาท/ดอลลาร์ สรอ

น้ำมันดิบ wti อยู่ที่ 107.2 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล น้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 123.6 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล ทองคำอยู่ที่ 1663 ดอลลาร์ สรอ/ทรอยออนซ์



ตลาดหุ้นยังไปต่อ ดัชนีอุตฯดาวโจนส์ทำคลื่นเกิน จับตาราคาสินค้าโภคภัณฑ์

สัปดาห์หนึ่งก็มาดูสรุปตลาดกันสักที สัปดาห์ที่ 12/03/2012-16/03/2012 นี้ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐดูดีขึ้น อย่างเช่นอัตราว่างงาน ส่วนทางด้านยุโรปก็ยังไม่มีข่าวร้ายอะไร ดังนั้นสัปดาห์นี้ตลาดหุ้นจึงขึ้นกันเสียเป็นส่วนใหญ่ ตลาดหุ้นเวเนซุเอลาขึ้่นแรง +5.6% ที่แรงรองลงมาก็เป็นตุรกี +5.2% เยอรมนี +4.0% อาร์เจนตินา +3.8% เฉพาะทางด้านยุโรปสัปดาห์นี้ดูจะขึ้นแรงกันหลายประเทศ นอกจากเยอรมนีแล้วยังมี อิตาลี ฮังการี ฝรั่งเศส เบลเยียม ฟินแลนด์ สวีเดน ฯลฯ ที่ขึ้นกันในระดับกว่า +3% โดยเฉลี่ยแล้วกลุ่มสหภาพยุโรปนี้หุ้นขึ้นกัน +3.7% เลยทีเดียว และที่เพิ่งเกิดสัญญาณซื้อในสัปดาห์นี้ก็ได้แก่ ออสเตรีย เบลเยียม เยอรมนี กรีซ อิตาลี เนเธอร์แลนด์ สวีเดน และอังกฤษ

ทางด้านสหรัฐอเมริกา ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ +2.4% เกิดสัญญาณซื้อเช่นกัน ส่วนทางฝั่งเอเชียแปซิฟิก ตลาดหุ้นขึ้นไม่แรงเท่ากับกลุ่มยุโรป ออสเตรเลีย +1.5% ญี่ปุ่น 2.0% สิงคโปร์ +1.6% ไทย +2.7% ตลาดหุ้นที่ลงก็มีจีน -1.4% ตลาดหุ้นจีนสัปดาห์นี้มีลงแรงอยู่หนึ่งวัน ประกอบกับมีบทวิเคราะห์จากที่ไหนสักแห่งระบุว่าจีนตลาดหุ้นจีนจะถดถอยอย่างแรงหรือที่เรียกว่า hard ladning นอกจากนี้ การเมืองภายในของจีนเองก็ยุ่งๆโดยเฉพาะในระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์

ตลาดตราสารหนี้ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีส่วนใหญ่ปรับตัวสูงขึ้น น่าจะเกิดจากเงินไหลออกจากตลาดพันธบัตรไปเข้าตลาดหุ้น พันธบัตรของไทยผลตอบแทนเพิ่มขึ้น 0.29 จุด

ทางด้านตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ สัปดาห์นี้กลุ่มสินค้าที่ปรับตัวขึ้นมีมากกว่าที่ปรับตัวลง แต่ก็ยังผันผวนหนัก สินค้าเกษตรเด่นสุดในแง่ความผันผวนคือโกโก้ สัปดาห์นี้ -6.4% (สัปดาห์ที่แล้วบวกแรง) ที่ขึ้นแรงในสัปปดาห์นี้คือน้ำตาลทราย +7.4% ข้าวโพด +4.3% ทองคำตลอดสัปดาห์ปรับตัวลง -3.3% น้ำมันดิบเบรนต์ -0.1% ส่วน น้ำมันดิบ wti -0.3%

สำหรับภาพรวมของอัตราแลกเปลี่ยน สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ดอลลาร์ สรอ แข็งค่าขึ้นในตอนต้นและกลางสัปดาห์ มาอ่อนในตอนท้ายสัปดาห์ เงินสกุลอื่นจึงอ่อนในตอนต้นสัปดาห์และมาแข็งในปลายสัปดาห์ แต่แนวโน้มส่วนใหญ่อ่อนค่าลง ยูโรแข็งค่า +0.4% แต่เกิดสัญญาณขายแล้ว ฟรังก์สวิส +0.24% โครน -0.5% โครนา +0.8% เงินดอลลาร์ออสเตรเลีย +0.2% เงินเยนอ่อนค่า -1.2% เงินบาท -0.44%

ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ผ่าน 13,000 จุดมาแล้ว แต่ยังไม่แน่ว่าจะยืนอยู่ได้หรือไม่ ต้องรอดูอีกหน่อย แต่ที่ดูแปลกๆก็คือการนับคลื่น ดังภาพต่อไปนี้


ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (DJI) ดูแปลกๆ มีคลื่นย่อยเกิน 3 คลื่น


ตามสมมติฐานเดิมของลุงแมวน้ำก็คือ ขณะนี้ตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาอยู่ในคลื่นใหญ่ B ซึ่งปกติคลื่น B มี 3 คลื่นย่อย แต่จากภาพคงสังเกตเห็นกันว่าขณะนี้คลื่นที่คิดว่าเป็นคลื่น B นั้นปัจจุบันมีถึง 5 คลื่นย่อยแล้วและ DJI ก็กำลังอยู่ในคลื่นย่อยที่ 5 ซึ่งหากจะถามว่าหมายความว่าคลื่นที่ DJI กำลังดำเนินอยู่นี้ไม่ใช่คลื่น B และควรต้องนับคลื่นใหม่ใช่หรือไม่ คำตอบก็คือก็ยังไม่แน่ เพราะตลาดหุ้นในปัจจุบันต่างจากเมื่อก่อน สภาพคล่องมีล้นเหลือ สภาพตลาดมีความซับซ้อนมากขึ้น ดังนั้นอะไรก็อาจเกิดขึ้นได้ คลื่น B อาจมีห้าคลื่นย่อยเป็นกรณียกเว้นก็ได้ หรือคลื่นนี้ไม่ใช่คลื่น B แต่เป็นคลื่น 5 ก็อาจเป็นไปได้อีกเช่นกัน ให้รอดูว่า DJI ผ่าน 14300 จุดได้หรือไม่ก่อน หากผ่านได้ก็ถึงเวลาต้องนับคลื่นกันใหม่ ตอนนี้คงทำได้เพียงตามดูไปก่อน

ช่วงนี้ตลาดหุ้นขึ้นกันทั่วโลก สภาพคล่องในโลกมีสูงอันเนื่องจากจากมาตรการอัดฉีดสภาพคล่องของยุโรป ธนาคารในยุโรปถือเงินเอาไว้มากก็ไม่รู้จะเอาไปทำอะไรจึงต้องหาทางลงทุนเพื่อให้เงินทำงานเกิดดอกผล ส่งผลให้มีการเก็งกำไรกันในตลาดหุ้นอย่างสูงจนหุ้นขึ้นแรง ตลาดหุ้นยังอาจไปต่อได้อีก ตลาดขึ้นก็ตามแนวโน้มไปเรื่อยๆ ไม่ต้องไปคิดมากว่าเมื่อไรตลาดจะลงเพราะว่าตอบยาก

ควรติดตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์เอาไว้ แม้ว่าตอนนี้ยังเป็นรอบของหุ้นอยู่ สินค้าโภคภัณฑ์ดูเหมือนเคลื่อนไหวไม่มากนัก แต่จากการวิเคราะห์ทางเทคนิค แนวโน้มขาขึ้นของสินค้าโภคภัณฑ์เริ่มมีกำลังมากขึ้นเรื่อยๆ อีกไม่นานอาจถึงรอบของสินค้าโภคภัณฑ์ที่จะถูกเก็งกำไรอย่างรุนแรงก็ได้ ซึ่งนั่นหมายถึงราคาน้ำมันดิบด้วย และอาจกระทบถึงอัตราเงินเฟ้อและภาวะค่าครองชีพในที่สุด


แนวโน้มขาขึ้นของสินค้าโภคภัณฑ์เริ่มสะสมกำลังมากขึ้น





กราฟแสดงความสัมพันธ์ของอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินสำคัญบางสกุลรวมทั้งทองคำ




ตารางหุ้น ฟิวเจอร์ส และกองทุนรวม และค่าสถิติต่างๆ

Sunday, March 18, 2012

เช้าวันหยุดกับลุงแมวน้ำ - ว่านหางจระเข้ยามฉุกเฉิน




เช้าวันหยุดวันนี้ลุงแมวน้ำตื่นแต่เช้าเช่นเคย คิดว่าจะไปว่ายน้ำเล่นที่สวนลุมที่สวนลุมเสียหน่อย ลุงว่ายน้ำไม่เสียเงินค่าสระว่ายน้ำเพราะว่าลุงไปลงว่ายน้ำในบึง ที่เขาพายเรือกันเล่นนั่นน่ะ แอบๆลงไป  ^_^ เบื่อสระน้ำแล้วเพราะอยู่กับสระทุกวัน แต่ก่อนไปก็ขอโพสต์อะไรสักนิดหน่อยก่อนละกัน

วันนี้ลุงแมวน้ำชวนปลูกต้นไม้อีกสักต้น นั่นคือว่านหางจระเข้ ว่านหางจระเข้นี้มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่าอะโลเวรา (Aloe vera) เดิมทีเป็นพืชพื้นเมืองทางแอฟริกาใต้ฝั่งทะเลเมดิเตอเรเนียน ต่อมาจึงแพร่ไปตามถิ่นต่างๆทั่วโลก ปัจจุบันมีสายพันธุ์ที่แยกย่อยลงไปอีกถึงกว่า 300 สายพันธุ์ น่าอิจฉาจระเข้จัง มีคนเอาไปตั้งเป็นชื่อต้นไม้ด้วย ทำไมไม่มีต้นหางแมวน้ำบ้างก็ไม่รู้

ว่านหางจระเข้นี้เป็นพืชทำเงินชนิดหนึ่งของไทยเลยทีเดียว พันธุ์ที่เราปลูกกันตามบ้านเรือนส่วนใหญ่เป็นพันธุ์พื้นบ้าน Aloe Indica Royle สักเกตได้ว่าใบไม่ใหญ่นัก ส่วนที่ปลูกกันในไร่เพื่อการค้านั้นมักใช้สายพันธุ์ Aloe Barbadensis Mill ซึ่งมีใบขนาดใหญ่

ว่านหางจระเข้นั้นมีสรรพคุณมากมาย แบบที่เหลือเชื่อก็มี แต่เอาที่มีผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ยืนยันนั้นได้แก่สรรพคุณด้านการรักษาแผลในกระเพาะอาหาร และช่วยในการระบาย โดยกินเนื้อวุ้นที่อยู่ในใบ นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณในการรักษาแผล เพราะสารในวุ้นของว่านหางจระเข้นั้นสามารถยับยั้งการทำลายของเนื้อเยื่อ กระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ และลดการอักเสบ ดังนั้นจึงใช้รักษาแผลทั้งแผลทั่วไปและแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก แผลถูกรังสี หรือแผลที่ถูกสารเคมีเช่น กรด ด่าง ได้เป็นอย่างดี

ที่ลุงแมวน้ำปลูกเอาไว้มีจุดประสงค์หลักคือเอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉินเมื่อถูกไฟไหม้น้ำร้อนลวก ไฟไหม้น้ำร้อนลวกแม้ว่านานๆจะเกิดสักครั้งแต่เมื่อเกิดแล้วมักเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเมื่อถูกไฟไหม้น้ำร้อนลวกนั้นเนื้อเยื่อจะถูกความร้อนทำลาย หากโดนน้อยก็แค่ทำให้ผิวหนังบวมพองและเกิดแผลตื้นๆ แต่หากความร้อนทำลายเนื้อเยื่อลึกลงไปอีกเมื่อแผลหายแล้วก็จะเป็นแผลเป็นและอาจมีพังผืด นอกจากจะไม่สวยงามแล้วยังทำให้เกิดอาการตึงรั้งหรือเคลื่อนไหวไม่สะดวกอีกด้วย

วิธีใช้ว่านหางจระเข้ก็คือเมื่อถูกไฟไหม้ น้ำร้อนลวก หรือถูกกรดด่าง ให้เอาเนื้อวุ้นที่อยู่ในใบของว่านหางจระเข้มาล้างให้สะอาดให้หมดคราบยาง จากนั้นเอามาโปะที่แผล (กรณีถูกกรดด่างให้เอาผ้าเช็ดคราบกรดด่างจากผิวหนังให้ได้มากที่สุด ห้ามเอาน้ำล้างแผลทันที เมื่อเช็ดกรดด่างออกไปแล้วจึงใช้น้ำล้างอย่างรวดเร็ว ห้ามล้างนาน จากนั้นจึงค่อยโปะว่านหางจระเข้ลงไป) แล้วเอาผ้าพันไว้ ควรเปลี่ยนวุ้นใหม่ทุกหนึ่งชั่วโมง เปลี่ยนวุ้นสักสองสามครั้งก็จะพบว่าบริเวณที่ถูกไฟไหม้น้ำร้อนลวกนั้นไม่พองแล้ว รวมทั้งไม่รู้สึกแสบร้อนด้วย เป็นอันว่าปลอดภัยแล้ว เท่าที่ลุงแมวน้ำใช้มาพบว่าได้ผลดีทีเดียว ดีพอๆกับครีมเป่าฟูหลิงหรือว่าครีมบัวหิมะของจีนเลย

การปลูกก็ไม่ยากเลย ให้เอาหน่อของหางจระเข้ (หน่อคือต้นอ่อนที่ขึ้นอยู่ข้างๆต้นแม่) ตัดหน่อที่โตพอควรออกมาแล้วปลูกได้เลย ว่านหางจระเข้ชอบดินร่วนปนทรายซึ่งมีการระบายน้ำดี หากรากแฉะว่านจะตาย นอกจากนี้ยังชอบแดดรำไร ปลูกใต้ต้นไม้โปร่งหรือปลูกใต้ชายคาที่ได้รับแดดบางเวลาก็เหมาะเลย อย่าไปปลูกกลางแจ้งแดดส่องทั้งวัน ปลูกในกระถางก็ได้ ดังนั้นแม้มีพื้นที่ไม่มาก เช่น ในคอนโดก็ยังปลูกได้

ในภาพ เป็นว่านหางจระเข้ที่ลุงแมวน้ำปลูกไว้ในกระถางขนาด 6 นิ้ว ถือว่าเป็นกระถางขนาดเล็ก แขวนไว้ใต้ต้นลั่นทม เห็นไหม ต้นโตทีเดียว แค่นี้ก็พอใช้แล้ว มีหน่อแล้วด้วย คือต้นเล็กที่อยู่ข้างๆต้นใหญ่นั่นเอง ต้นนี้ลุงปลูกแบบไร้ดิน ถือวัสดุในกระถางไม่มีดินเลย ดังนั้นเวลาเลี้ยงหรือรดน้ำจึงไม่เกิดคราบดินเลอะเทอะ ดูแลได้สะดวกหน่อย อีกทั้งยังมีน้ำหนักเบากว่่าดินมาก

หากมีเวลาก็ลองปลูกว่านหางจระเข้เอาไว้ในครัวเรือนเผื่อยามฉุกเฉินกันบ้างก็น่าจะดี

Friday, March 16, 2012

15/03.2012 * ลุงแมวน้ำลองทำอาร์บิทราจยางพารา

ค่าเงินวันนี้ 16/03/2012 (รายงานวันเทรดที่ 15/03/2012)


วันที่ 15 ตลาดหุ้นฝั่งเอเชียแปซิฟิกปิดคละกันทั้งเขียวและแดง แต่ส่วนใหญ่บวกนิดลบหน่อย ไม่มากมายอะไร SET index 1171.34 จุด (+0.6%) ต่างชาติยังซื้อสุทธิ วันนี้ซื้อ 1406 ล้านบาท

ตลาดฝั่งยุโรปส่วนใหญ่ปิดบวก แรงมากแรงน้อยไม่เท่ากัน ยกว้นแต่ตลาดหุ้นอังกฤษที่ปิดแดง ทางด้านฝั่งอเมริกาวันนี้ ตลาดหุ้นบราซิลทรดกันสีแดงตลอดวันและปิดแดง ส่วนของสหรัฐอเมริกาเปิดแดงแต่ปิดเขียว มาไล่ท้ายตลาดจนปิดกระโดด ดัชนี DAX ของเยอรมนี +0.3% และดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (DJI) +0.8%

อัตราแลกเปลี่ยนเมื่อวันที่ 15 วันนี้เงินดอลลาร์ สรอ อ่อนค่า ดัชนีดอลลาร์ สหรัฐอเมริกา (usd index) อยู่ในกรอบ 80.1 ถึง 80.7 จุด และอ่อนตัวลงเรื่อยๆตลอดทั้งวัน เงินตราสกุลยุโรปแข็งค่า +0.4% ถึง 1% โดยประมาณ ยูโร +0.4% ฟรังก์สวิส โครน และโครนา +0.9% พอๆกัน ส่วนเงินสกุลเอเชียแปซิฟิกแข็งค่าแต่ไม่มากเท่าสกุลยุโรป ดอลลาร์ออสเตรเลีย +0.8% เยน +0.4% ดอลลาร์สิงคโปร์ +0.5% และบาท +0.1%

กลุ่มโลหะมีค่าราคารีบาวด์นิดหน่อย ทองคำปรับตัวขึ้น +1% แต่ระหว่างวันลงไปถึง 1635 ดอลลาร์ สรอ โลหะเงิน +1.0% ส่วนโลหะอุตสาหกรรมวันนี้ทองแดง +1.3% กลุ่มพลังงานราคาก็ปรับตัวลง น้ำมันดิบ wti ทรงตัว น้ำมันดิบเบรนต์ -1.5% ส่วนสินค้าเกษตรราคาขึ้น ดัชนีอยู่ที่ 80.61 จุด (+2.0%) ทั้งที่น้ำมันลง

เช้านี้ (16/03/2012) ดัชนีดอลลาร์ สรอ อยู่ที่ 80.2 จุด ยูโร 1.308 ดอลลาร์ สรอ/ยูโร เงินเยน 83.4 เยน/ดอลลาร์ สรอ เงินบาท 30.7 บาท/ดอลลาร์ สรอ น้ำมันดิบ wti 105.5 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล น้ำมันดิบเบรนต์ 123.6 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล ทองคำ 1657 ดอลลาร์ สรอ/ทรอยออนซ์


วันนี้ลุงแมวน้ำเอากราฟยางพารามาฝาก ขณะนี้ช่องราคาระหว่างยางไทยกับยางโตคอม ที่เดิมช่องราคาเป็นบวกมากๆ แล้วกลายมาเป็นติดลบ (ดูที่เส้นสีแดง) วันนี้ลุงแมวน้ำจึงเปิดสัญญาซื้อ (ลอง, open long posiiton) ยาง RSS3 และเปิดสัญญาขาย (ชอร์ต, open short position) ยางโตคอมที่ราคาปิดตลาดดู ครั้งนี้เป็นคนละขากับวันก่อน วันก่อนชอร์ตยางไทยและลองยางโตคอม วันนี้ทำกลับกัน แล้วรอดูอีกหลายๆวันว่าจะเกิดอะไรขึ้น ลุงแมวน้ำจะได้กำไรหรือจะขาดทุน

ที่ลุงแมวน้ำพูดเรื่องอาร์บิทราจหลายครั้งในช่วงนี้เนื่องจากอยากให้พวกเราคุ้นเคยกันบ้าง เนื่องจากนักลงทุนรายย่อยสามารถเอาหลักการนี้ไปใช้ในการลงทุนได้แม้ไม่ใช่การทำอาร์บิทราจโดยตรง อย่างเช่น การทำสเปรด หรือการปิดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด เหล่านี้นักลงทุนรายย่อยสามารถนำไปประยุกต์ได้ ซึ่งลุงแมวน้ำจะค่อยๆเล่าต่อไป ตอนนี้ดูการทำอาร์บิทราจขำๆกันไปก่อน



อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลสำคัญ เมื่อ 15/03/2012  



ดัชนีตลาดหุ้นสำคัญในโลก เมื่อ 15/03/2012 

Thursday, March 15, 2012

14/03/2012 * Gold USD Ratio และ Crude oil USD Ratio

ค่าเงินวันนี้ 15/03/2012 (รายงานวันเทรดที่ 14/03/2012)


วันที่ 14 ตลาดหุ้นฝั่งเอเชียแปซิฟิกแม้ส่วนใหญ่จะปิดเขียวแต่ในภาคบ่ายตลาดหุ้นจีนและฮ่องกงอ่อนแรงกลายมาอยู่ในแดนลบ SET index 1164.36 จุด (+0.9%) ต่างชาติยังซื้อสุทธิ วันนี้ซื้อมากเสียด้วย 2066 ล้านบาท

ตลาดฝั่งยุโรปส่วนใหญ่ปิดบวก แรงมากแรงน้อยไม่เท่ากัน ยกว้นแต่ตลาดหุ้นอังกฤษที่ปิดแดง ทางด้านฝั่งอเมริกาวันนี้อ่อนแรงลง ตลาดหุ้นบราซิลปิดแดง ส่วนของสหรัฐอเมริกาทรงตัว ดัชนี DAX ของเยอรมนี +1.2% (ผ่าน 7000 จุดไปแล้ว) และดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (DJI) +0.1%

อัตราแลกเปลี่ยนเมื่อวันที่ 14 เงินดอลลาร์ สรอ ขึ้นต่อ ดัชนีดอลลาร์ สหรัฐอเมริกา (usd index) อยู่ในกรอบ 80.15 ถึง 80.6 จุด ช่วงนี้กรอบการเคลื่อนไหนในระหว่างวันของ US dollar index ขยับสูงขึ้นวันละนิดทุกวัน เห็นได้ชัดว่าในระยะสั้นมีแนวโน้มเป็นขาขึ้น เงินสกุลยุโรปและเอเชียส่วนใหญ่อ่อนค่าลง

กลุ่มโลหะมีค่าราคาร่วง ทองคำลงต่ออีก -3.0% โลหะเงินลงหนักกว่าคือ -4% ส่วนโลหะอุตสาหกรรมวันนี้ลงแล้ว ทองแดง -1.7% กลุ่มพลังงานราคาก็ปรับตัวลง น้ำมันดิบ wti -1.0% น้ำมันดิบเบรนต์ -1.0% ส่วนสินค้าเกษตรราคาลงเล็กน้อย ดัชนีอยู่ที่ 79.04 จุด (-0.2%)

เช้านี้ (15/03/2012) ดัชนีดอลลาร์ สรอ อยู่ที่ 80.6 จุด ยูโร 1.302 ดอลลาร์ สรอ/ยูโร เงินเยน 83.9 เยน/ดอลลาร์ สรอ เงินบาท 30.79 บาท/ดอลลาร์ สรอ น้ำมันดิบ wti 105.6 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล น้ำมันดิบเบรนต์ 124.9 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล ทองคำ 1644 ดอลลาร์ สรอ/ทรอยออนซ์



Gold USD Ratio และ Crude oil USD Ratio


ผลจากดอลลาร์ สรอ แข็งค่าโดยปกติแล้วมักทำให้อัตราเงินเฟ้อลดลง ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทั้งน้ำมันดิบ ทองคำ และสินค้าเกษตร มีราคาลดลง ดังนั้นจึงหมายความว่าราคาทองคำกับน้ำมันดิบมักสัมพันธ์กันแบบตามกันไปด้วย

ในขณะนี้เราเห็นได้ชัดจากราคาทองคำที่ร่วงลงค่อนข้างมาก แต่ในน้ำมันดิบราคายังไม่ลดลงทั้งนี้เนื่องจากมีปัจจัยพิเศษเข้ามา นั่นคือ สถานการณ์ความไม่สงบในโลกอาหรับ ดังนั้น ทิศทางราคาน้ำมันดิบจึงขึ้นอยู่กับน้ำหนักของปัจจัยพิเศษว่ามีมากน้อยเพียงใด สามารถหักล้างกับปัจจัยเงินดอลลาร์ สรอได้หรือไม่ ซึ่งคงไม่มีใครตอบได้แน่ชัด นอกจากนี้ ราคาสินค้าเกษตรทั้งหลายยังขึ้นกับค่าเงินดอลลาร์ สรอ และราคาน้ำมันดิบอีกด้วย ดังนั้นทิศทางของราคาสินค้าเกษตรตอนนี้จึงบอกได้ยากแล้ว ดังจะเห็นตัวอย่างได้ชัดจากราคายางพารา บางวันราคายางตลาดญี่ปุ่นขึ้นแต่ราคายางไทยไม่ขึ้น บางวันราคายางโตคอมลงนิดหน่อยแต่ราคายางไทยลงมาก นั่นก็เป็นเพราะผลจากปัจจัยอัตราแลกเปลี่ยน ส่วนราคายางโตคอมขึ้นหรือลงก็เป็นไปตามปัจจัยของราคายางเองผสมกับปัจจัยของราคาน้ำมันดิบกับดอลลาร์ สรอ

จะเห็นว่าโลกของการลงทุนนับวันจะซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ความสัมพันธ์ที่เป็นสูตรตายตัวเดิมๆอาจใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป สถานการณ์แบบนี้ขึ้นกับปัจจัยทางจิตวิทยามาก ดังนั้นการวิเคราะห์ทางเทคนิคน่าจะได้ผลดีกว่าการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน รวมทั้งการตามแนวโน้มไปเรื่อยๆเท่านั้นจึงจะเป็นคำตอบที่แท้จริง



วันนี้ลุงแมวน้ำเอาภาพมาฝากอีกภาพหนึ่ง เป็นกราฟแสดงสัดส่วนระหว่างราคาทองคำกับดัชนีดอลลาร์ สรอ (gold-usd index ratio) และสัดส่วนระหว่างน้ำมันดิบ wti กับดัชนีดอลลาร์ สรอ (crude oil-usd index ratio) ความหมายของกราๆสัดส่วนนี้เอาไว้ดูว่าราคาทองคำกับราคาน้ำมันดิบแพงเว่อเพียงใดเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์ สรอ

จากภาพ เส้นกราฟสีน้ำเงินเป็นค่าสัดส่วนทองคำกับดอลลาร์ สรอ ส่วนเส้นสีแดงเป็นสัดส่วนของราคาน้ำมันดิบ wti กับดอลลาร์ สรอ จากกราฟจะเห็นว่าทิศทางของราคาทองคำ (เส้นสีน้ำเงิน) อ่อนตัวลงอย่างชัดเจน อย่างน้อยก็ในระยะสั้นกับระยะกลาง ส่วนราคาน้ำมันดิบ (เส้นสีแดง) ระยะสั้นอ่อนตัว แต่ระยะกลางยังเป็นแนวโน้มขาขึ้นอยู่ ตีความได้ว่าในระยะต่อไปราคาทองคำอาจร่วงต่อได้ ตอนนี้ไม่น่าใช่เวลาเก็บทอง ส่วนราคาน้ำมันดิบอาจไปต่อได้ทั้งที่ดอลลาร์ สรอ แข็งค่าเนื่องจากน้ำหนักของปัจจัยพิเศษอาจมากกว่าน้ำหนักของค่าเงินดอลลาร์ สรอ


อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลสำคัญ เมื่อ 14/03/2012 



ดัชนีตลาดหุ้นสำคัญในโลก เมื่อ 14/03/2012 

Wednesday, March 14, 2012

13/03/2012 * ทองคำลงต่อ

ค่าเงินวันนี้ 14/03/2012 (รายงานวันเทรดที่ 13/03/2012)


วันที่ 13 ตลาดหุ้นตลาดหุ้นขึ้นแรงทั้งสามภูมิภาค SET index 1153.56 จุด (+0.29%) ต่างชาติยังซื้อสุทธิ 265 ล้านบาท

ตลาดฝั่งยุโรปส่วนใหญ่ปิดบวกกันกว่า +1% ทางด้านฝั่งอเมริกาดูจะขึ้นแรงกว่ายุโรปเสียอีก ดัชนี DAX ของเยอรมนี +1.4% และดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (DJI) +1.7% ขณะนี้ดัชนี DAX ของเยอรมนีกำลังทดสอบ 7,000 จุดอยู่ ส่วน DJI นั้นผ่าน 13,000 จุดมาแล้ว แต่ยังต้องดูว่าผ่านแล้วดัชนีไปต่อได้หรือไม่ เพราะการปิดเหนือ 13,000 จุดเพียงวันเดียวยังบอกอะไรไม่ได้มาก

อัตราแลกเปลี่ยนเมื่อวันที่ 13 เงินดอลลาร์ สรอ ขึ้นแรง usd index อยู่ในกรอบ 79.7 ถึง 80.3 จุด เงินสกุลยุโรปส่วนใหญ่อ่อนค่าลง ยูโร -0.61% ฟรังก์สวิส -0.8% โครน -0.5% แต่ที่แข็งค่าขึ้นก็มี ได้แก่เงินปอนด์ของอังกฤษ +0.4% และเงินโครนา +0.4%

ทางด้านเงินสกุลเอเชียแปซิฟิกมีทั้งอ่อนค่าและแข็งค่า ออสเตรเลียดอลลาร์ +0.05% ส่วนดอลลาร์สิงคโปร์ +0.05% เช่นกัน วันนี้เงินเยนอ่อนค่า -0.9% ส่วนเงินบาททรงตัว

กลุ่มโลหะมีค่าราคาร่วง ทองคำ -2.0% (หลุดจาก 1700 ดอลลาร์ สรอ/ทรอยออนซ์ลงมาอีกแล้ว) โลหะเงิน -0.8% ส่วนโลหะอุตสาหกรรมขึ้นราคา ทองแดง +1.6% กลุ่มพลังงานราคาก็แพงขึ้น น้ำมันดิบ wti +0.3% น้ำมันดิบเบรนต์ +0.6% ส่วนสินค้าเกษตรราคาดีขึ้นเล็กน้อย ดัชนีอยู่ที่ 79.22 จุด (+0.7%)

บ่ายนี้ (14/03/2012) ดัชนีดอลลาร์ สรอ (USD index) อยู่ที่ 80.4 จุด ยูโร 1.304 ดอลลาร์ สรอ/ยูโร เงินเยน 83.14 เยน/ดอลลาร์ สรอ เงินบาท 30.73 บาท/ดอลลาร์ สรอ น้ำมันดิบ wti 106.4 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล น้ำมันดิบเบรนต์ 126 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล ทองคำ 1670 ดอลลาร์ สรอ/ทรอยออนซ์

วันนี้ตลาดหุ้นเอเชียส่ออาการแปลก ครึ่งเช้าสดใสกันทุกตลาด ส่วนภาคบ่ายนี้ตลาดหุ้นจีนลงแรง -2.6% ฉุดดัชนีหั่งเส็งของฮ่องกงให้ร่วงลงมาด้วย ตลาดอินเดียก็เปิดสวยแต่อ่อนตัวลงมาตลอดเวลา

ยางพาราตลาดโตคอมของญี่ปุ่นช่วงเช้าปรับตัวขึ้น ส่วนยางพาราไทย RSS3 ราคาไม่ค่อยไปไหนเนื่องจากเงินเยนอ่อนตัวแรง ผลจากอัตราแลกเปลี่ยนทำให้ยางพาราไทยราคาไม่เปลี่ยนมากนักแม้ว่ายางโตคอมจะขึ้น ส่วนช่วงบ่ายนี้ราคา RSS3 แดงแล้ว

ราคาทองคำทั้งในระยะสั้น (เส้นกรอบสีน้ำเงินในภาพ) และระยะกลาง (เส้นกรอบสีดำ) ขณะนี้ในทางเทคนิคเป็นขาลงทั้งสองระยะ ระยะสั้นดูได้จากเส้นสีน้ำเงินที่ตีเส้นเป็นแนวโน้มขาขึ้นเอาไว้ เมื่อราคาทองคำหลุดจากกรอบแนวโน้มขาขึ้นก็หมายถึงน่าจะกลับทิศเป็นขาลงแล้ว ส่วนในระยะกลางราคาทองคำก็ยังเดินอยู่ในกรอบแนวโน้มขาลง ดังภาพต่อไปนี้



ขณะนี้ปัจจัยชี้วัดตลาดหุ้นและตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกว่าจะขึ้นต่อหรือลงอยู่ที่สภาพคล่อง มาตรการอัดฉีดเงินรอบสองของยุโรปจะส่งผลต่อสภาพคล่องในตลาดทุนอย่างไรต้องคอยติดตามดูกัน ตอนนี้ยังดูไม่ออก ดังนั้นจึงยังไม่ควรผลีผลาม


ดัชนีตลาดหุ้นสำคัญในโลก เมื่อ 13/03/2012 



อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลสำคัญ เมื่อ 13/03/2012   


Tuesday, March 13, 2012

12/03/2012

ค่าเงินวันนี้ 13/03/2012 (รายงานวันเทรดที่ 12/03/2012)


วันที่ 12 ตลาดหุ้นฝั่งเอเชียแปซิฟิกปิดแดงเกือบทุกตลาด ยกเว้นดัชนีหั่งเส็งของฮ่องกงที่ปิดเขียวได้ แต่ตลาดที่ปิดแดงก็ลงไม่มากนัก ส่วนใหญ่ลงไม่เกิน -1% ตลาดหุ้นไทย SET index 1150.18 จุด (-0.74%) ตลาดอยู่ในแดนบวกตั้งแต่เช้าแต่หลังจากนั้นค่อยๆอ่อนตัวลง ต่างชาติยังซื้อสุทธิ 458 ล้านบาท

ตลาดฝั่งยุโรปมีทั้งปิดแดงและปิดเขียว กรีซลงแรง -2.5% ทางด้านฝั่งอเมริกา ตลาดบราซิลอยู่ในแดนลบตลอดเวลาเทรดและปิดแดงในที่สุด ส่วนสหรัฐอเมริกาปิดเขียว ดัชนี DAX ของเยอรมนี +0.3% และดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (DJI) +0.3% เช่นกัน

อัตราแลกเปลี่ยนเมื่อวันที่ 12 เงินดอลลาร์ สรอ ค่อยๆอ่อนตัวลงตลอดทั้งวัน usd index อยู่ในกรอบ 79.8 ถึง 80.1 จุด เงินสกุลยุโรปส่วนใหญ่ทรงตัว

ทางด้านเงินสกุลเอเชียแปซิฟิกส่วนใหญ่อ่อนค่าลงเล็กน้อย ออสเตรเลียดอลลาร์ -0.6% ส่วนดอลลาร์สิงคโปร์ -0.5% วันนี้เงินเยนแข็งค่า +0.3% ส่วนเงินบาทอ่อนค่า -0.3%

กลุ่มโลหะ ทองคำ เงิน และทองแดง ราคาอ่อนตัวลงเล็กน้อย ทองคำ -0.6% ส่วนกลุ่มพลังงาน น้ำมันดิบ wti -0.9% น้ำมันดิบเบรนต์ -0.4% ส่วนสินค้าเกษตรราคาดีขึ้นเล็กน้อย ดัชนีอยู่ที่ 78.65 จุด (+0.5%)

เช้านี้ (13/03/2012) ดัชนีดอลลาร์ สรอ (USD index) อยู่ที่ 79.85 จุด ยูโร 1.316 ดอลลาร์ สรอ/ยูโร เงินเยน 81.57 เยน/ดอลลาร์ สรอ เงินบาท 30.64 บาท/ดอลลาร์ สรอ น้ำมันดิบ wti 106.6 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล น้ำมันดิบเบรนต์ 125.3 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล ทองคำ 1700 ดอลลาร์ สรอ/ทรอยออนซ์


ดัชนีตลาดหุ้นสำคัญในโลก เมื่อ 12/03/2012 



อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลสำคัญ เมื่อ 12/03/2012   


Monday, March 12, 2012

09/03/2012 ตลาดหุ้นทรงตัว

ค่าเงินวันนี้ 12/03/2012 (รายงานวันเทรดที่ 09/03/2012)


มาดูสรุปตลาดในรอบสัปดาห์กัน เมื่อสัปดาห์ที่แล้วประเด็นข่าวที่นำมาเล่นกันก็ประเด็นเดิมๆ แต่ว่ามีข่าวใหม่ๆ เรื่องทางฝั่งยุโรปยังขายได้อยู่ นั่นคือ กรีซสามารถสวอปหนี้ได้ อันหมายถึงเอาพันธบัตรใหม่ไปแลกกับพันธบัตรเก่า โดยที่เอกชนคือะนาคารและกองทุนต่างๆจำใจยอมให้แลกเพราะดีกว่าที่อาจไม่ได้อะไรเลย ตลาดหุ้นทั่วโลกจึงขึ้นรับข่าว ส่วนทางด้านสหรัฐอเมริกาก็ยังไม่มีข่าวเด่นอะไร ทางด้านโลกอาหรับมีข่าวอยู่หลายข่าว ตั้งแต่อิสราเอลบอกว่าพร้อมถล่มอิหร่านเพื่อยับยั้งโครงการนิวเคลียร์ สหรัฐอเมริกาก็บอกว่าอิสราเอลใจเย็นๆแต่ว่าเอาอาวุธใหม่ไป และพร้อมกับบอกว่าพร้อมจะยับยั้งอิหร่านเช่นกัน เอ๊ะ พูดยังไงๆอยู่ และล่าสุดนี้ก็มีข่าวรบกันที่ฉนวนกาซ่าระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ มีคนไทยรับบาดเจ็บด้วย ส่วนอิหร่านเองก็พยายามดิ้นรนค้าขายกับต่างประเทศเพราะต้องการกระแสเงินสดเนื่องจากตอนนี้ไม่สามารถทำธุรกรรมที่เป็นเงินดอลลาร์ สรอ กับเงินยูโร ได้เลย

ทางด้านตลาดหุ้น ภาพรวมในรอบสัปดาห์ ตลาดหุ้นทั่วโลกส่วนใหญ่ปรับตัวลดลงแต่ก็ไม่ได้รุนแรงมากนัก ตลาดหุ้นสเปนและอาร์เจนตินาลงแรงกว่าเพื่อน -3.3% ส่วนตลาดหุ้นที่บวกได้มีน้อย ได้แก่ เวเนซุเอลา +4% ส่วนตลาดหุ้นซาอุดิอารเยีบและปากีสถานปรับขึ้นประมาณ 2% น่าสังเกตตลาดหุ้นเวเนฯช่วงนี้ผันผวนมากขึ้น ตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา -0.43% ตลาดหุ้นเยอรมนี -0.6% ตลาดหุ้นไทยทั้งสัปดาห์ปรับตัว -0.55% หุ้นในกลุ่ม SET50 ถูกขายออกไปบ้าง เดิมสัปดาห์ที่แล้วถืออยู่ 44 ตัว ปลายสัปดาห์นี้ถืออยู่ 42 ตัว

ตลาดตราสารหนี้ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลมีปรับตัวทั้งขึ้นและลงใกล้ จำนวนประเทศก็เคียงกัน พันธบัตรของไทยผลตอบแทนเพิ่มขึ้น 0.02 จุด

ทางด้านตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ สัปดาห์ที่ผ่านมานี้จับทิศทางไม่ถูกเช่นเดิม กลุ่มสินค้าเดียวกันยังไปคนละทาง สินค้าเกษตรเด่นสุดในแง่ความผันผวนโกโก้ +3.3% ข้าวสาลี +2.6% กาแฟ -7.7% ทองคำตลอดสัปดาห์นิ่ง น้ำมันดิบเบรนต์ +1.9% ส่วน น้ำมันดิบ wti +0.7%

สำหรับภาพรวมของอัตราแลกเปลี่ยน สัปดาห์ที่ผ่านมานี้เงินตราส่วนใหญ่อ่อนค่าลงเนื่องจากดอลลาร์ สรอ แข็งค่าขึ้น เงินสกุลอเมริกาใต้กับยุโรปอ่อนค่ามากกว่าเพื่อน ได้แก่ เงินเรียลของบราซิล -3.1% ยูโร -0.6% ฟรังก์สวิส โครน โครนา อ่อนค่าลงไป -1.8% ที่แข็งค่ามากที่สุดคือเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย +1.5% เงินเยนอ่อนค่า -1.8% เงินบาท +0.11% ดอลลาร์แคนาดาแข็งค่าขึ้น น่าสนใจทีเดียว

ในระยะสั้นตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาทรงตัว ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์รอทดสอบ 13,000 จุดอีก



ในระยะสั้นดัชนีตลาดหุ้นเยอรมนีกำลังทำสามยอด (tripple top) ทดสอบ 7,000 จุด



ตลาดหุ้นไทยทรงตัว



สำหรับเช้า 12/03 นี้ น้ำมัน wti 107 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล น้ำมันดิบเบรนต์ 125.6 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล ทองคำ 1710 ดอลลาร์ สรอ/ทรอยออนซ์ เงินยูโร 1.311 ยูโร/ดอลลาร์ สรอ เงินเยน 82.34 เยน/ดอลลาร์ สรอ เงินบาท 30.58 บาท/ดอลลาร์ สรอ




Sunday, March 11, 2012

เช้าวันหยุดกับลุงแมวน้ำ ปลูกต้นรางจืดสลายพิษกันดีกว่า


วันนี้เป็นเช้าวันหยุด ลุงแมวน้ำตื่นแต่เช้าเช่นเคย เช้านี้ลุงแมวน้ำเดินชมสวนเล่น เห็นไม้เลื้อยต้นหนึ่งจึงนึกขึ้นมาได้ว่าควรจะชวนพวกเราปลูกกันเอาไว้

ไม้ต้นนี้มีชื่อว่า รางจืด ปกติพรรณไม้มักมีชื่อท้องถิ่นหลายชื่อ รางจืดก็เช่นกัน ยังมีชื่อท้องถิ่นอื่นๆอีกหลายชื่อ เช่น กำลังช้างเผือก เครือเขาเขียว ขอบชะนาง ยาเขียว(ภาคกลาง)คาย รางเย็น (ยะลา) จอลอดิเออ ซั้งกะ ปั้งกะล่ะ พอหน่อเตอ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ดุเหว่า (ปัตตานี) ทิดพุด (นครศรีธรรมราช) น้ำนอง (สระบุรี) ย่ำแย้ แอดแอ (เพชรบูรณ์)แต่ชื่อกำลังช้างเผือกนี่อย่าไปสับสนกำกับกำลังช้างสาร เพราะว่ากำลังช้างเผือกกับกำลังช้างสารเป็นสมุนไพรคนละตัวกัน

รางจืดนั้นปัจจุบันอยู่ใบัญชียาหลักของชาติเชียว นั่นหมายความว่ามีงานวิจิจัยรองรับมากพอควรแล้ว พิสูจน์ว่าเห็นผลจริง สามารถใช้เป็นยาอย่างได้ผล เช่นเดียวกับสมุนไพรอื่นๆในบ้านเราอีกหลายตัวที่อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ เช่น ฟ้าทะลายโจร ขมิ้นชัน ฯลฯ

ว่านรางจืดนั้นมีสรรพคุณแก้พิษ ฤทธิ์ของรางจืดสามารถทำลายพิษของยาฆ่าแมลงได้ ลุงแมวน้ำไม่อยากใช้คำว่าล้างพิษเพราะว่าใช้คำนี้กันเฝือมาก ฟังดูแล้วชวนให้เข้าใจว่าเป็นยาวิเศษ แต่ลุงแมวน้ำอยากให้มองอย่างเป็นวิทยาศาสตร์มากกว่า สมุนไพรที่ได้ผลควรมีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์รองรับ และอธิบายได้ในระดับหนึ่งว่าทำไมจึงได้ผล

มีงานวิจัยกับผู้ที่ได้รับยาฆ่าแมลงในกลุ่มคาร์บาเมตและออร์แกโนฟอสเฟต พบว่าเมื่อได้กินรางจืดเข้าไปแล้วมีอัตราการรอดตายสูงขึ้น รวมทั้งมีรายงานว่าสามารถใช้ได้กับพิษของแมงดาทะเลอีกด้วย ซึ่งกลไกการทำลายพิษนี้ยังไม่ทราบชัด แต่สันนิษฐานว่าน่าจะไปกระตุ้นการสร้างเอนไซม์โคลีนเอสเทอเรส (cholinesterase) อันเป็นเอนไซม์ที่ร่างกายผลิตขึ้นมาเพื่อทำลายสารพิษที่เข้ามาในร่าง เมื่อร่างกายมีโคลีนเอสเทอเรสมากขึ้นก็สามารถทำลายพิษได้ดีขึ้น ดังนั้นสาเหตุที่เหตุใดรางจืดสามารถช่วยให้ผู้ป่วยรอดตายจากสารพิษได้ก็น่าจะเป็นเพราะไปกระตุ้นให้ร่างกายทำลายสารพิษได้ดีขึ้นนั่นเอง

รางจืดเป็นไม้เลื้อย ปลูกได้ง่าย สามารถขยายพันธุ์ได้ด้วยการเพาะเมล็ด ตอนกิ่ง ปักชำ ได้หมด สามารถปลูกในกระถางขนาดเล็ก เช่น กระถางขนาด 6 นิ้ว หรือ 8 นิ้วก็ได้ ดังนั้นผู้ที่อาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียมที่มีพื้นที่น้อยก็ยังสามารถปลูกได้ หน้าตาของต้นรางจืดก็ดังที่เห็นในรูป ใบรีๆเหมือนหูวัว ดอกสีม่วงอ่อน ที่เห็นในภาพใหญ่เป็นต้นที่ลุงแมวน้ำปลูกเอาไว้เองในสวน แต่ต้นโทรมไปหน่อย ไม่ค่อยน่าดูนัก จึงเอาภาพที่หาได้จากอินเทอร์เน็ตที่เห็นได้ชัดมาลงเป็นภาพเล็กอีกที

ทีนี้ก็มาถึงเรื่องการใช้งาน ปกติการแก้พิษควรเอาใบหรือรากของรางจืดมากินหลังได้รับพิษเฉียบพลัน เช่น เกษตรกรไปพ่นยาในไร่มาแล้วเกิดอาการจากพิษยาฆ่าแมลง ก็รีบเอาใบสดมาต้มกิน ส่วนผู้ที่อยู่ในเมืองโอกาสได้รับยาฆ่าแมลงเยอะๆแบบเฉียบพลันคงไม่มี จะมีก็แต่การได้รับยาฆ่าแมลงที่ติดมากับผักผลไม้แบบสะสมทีละน้อยมากกว่า สำหรับลุงแมวน้ำนั้นใช้วิธีเด็ดใบสดมากินสัปดาห์ละ 5 ใบ ไม่ต้องมาก แค่นั้นก็พอ กินเป็นประจำ รวมทั้งลุงแมวน้ำยังเผื่อเอาไว้ด้วยว่าหากมีหมาแมวโดนยาเบื่อจะลองเอาไปช่วยดู ยังไม่มีรายงานว่าได้ผลหรือไม่แต่ก็น่าทดลองดู

จากสรรพคุณดังกล่าวและการปลูกที่ง่ายดาย ลุงแมวน้ำจึงเห็นว่าเป็นสมุนไพรที่น่าจะมีไว้ประจำบ้านหรือประจำห้องพักในคอนโด ยังมีสมุนไพรที่มีประโยชน์และเลี้ยงได้ง่ายแม้แต่ในพื้นที่เล็กๆอีกหลายชนิด ลุงแมวน้ำจะค่อยๆเอามาฝากในวันหยุดต่อๆไป

Friday, March 9, 2012

08/03/2012 * วันนี้ต่างชาติขายสุทธิ

ค่าเงินวันนี้ 09/03/2012 (รายงานวันเทรดที่ 08/03/2012)


วันที่ 8 ตลาดหุ้นฝั่งเอเชียแปซิฟิกเขียวขจี ส่วนใหญ่ปิดบวกกันกว่า 1% ญี่ปุ่นแรงสุด ดัชนีนิกเกอิ +2.0% ตลาดหุ้นไทย SET index 1168.31 จุด (+1.31%) ตลาดอยู่ในแดนบวกตั้งแต่เช้าแต่สุดท้ายกลายเป็นว่าต่างชาติขายสุทธิ 1667 ล้านบาท วันนี้ต่างชาติขายสุทธิเป็นวันแรกหลังจากที่ซื้อสุทธิต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน

ตลาดฝั่งยุโรปปิดเขียวกันถ้วนหน้าเช่นกัน กรีซบวกแรง +3.3% ทางด้านฝั่งอเมริกาตลาดก็เขียวเช่นกันทั้งบราซิลและสหรัฐอเมริกา ดัชนี DAX ของเยอรมนี +2.5% ส่วนดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (DJI) +0.55%

อัตราแลกเปลี่ยนเมื่อวันที่ 8 เงินดอลลาร์ สรอ ไหลลงตลอดทั้งวัน usd index อยู่ในกรอบ 79.1 ถึง 79.7 จุด เงินสกุลยุโรปแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยประมาณ +1.0% ใกล้เคียงกันทุกสกุลหลัก ไม่ว่าจะเป็นเงินยูโร ฟรังก์สวิส โครน และโครนา

ทางด้านเงินสกุลเอเชียแปซิฟิกส่วนใหญ่แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ออสเตรเลียดอลลาร์ +0.6% ส่วนดอลลาร์สิงคโปร์ +0.5% เงินเยนอ่อนตัว -0.6% ส่วนเงินบาทแข็ง +0.6%

กลุ่มโลหะ ทองคำดีขึ้น +1.1% พยายามจะกลับมายืนเหนือ 1700 ดอลลาร์ สรอให้ได้ น้ำมันดิบ wti +0.6% น้ำมันดิบเบรนต์ +1.1% ส่วนสินค้าเกษตรอ่อนตัว ดัชนีอยู่ที่ 79.95 จุด (ทรงตัว)

วันนี้ (09/03/2012) ดัชนีดอลลาร์ สรอ (USD index) อยู่ที่ 79.15 จุด ยูโร 1.327 ดอลลาร์ สรอ/ยูโร เงินเยน 81.57 เยน/ดอลลาร์ สรอ เงินบาท 30.53 บาท/ดอลลาร์ สรอ น้ำมันดิบ wti 106.8 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล น้ำมันดิบเบรนต์ 125.5 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล ทองคำ 1700 ดอลลาร์ สรอ/ทรอยออนซ์

แนวโน้มขาขึ้นของ ดอลลาร์ สรอ เริ่มมีกำลัง การที่น้ำมันดิบเด้งขึ้นมาเมื่อวานอย่าเพิ่งย่ามใจ อะไรๆก็ไม่แน่นอน น้ำมันดิบเริ่มเสียกำลังด้านขาขึ้นไปบ้างแล้ว ลำพังทางเทคนิคของน้ำมันดิบเองน่าจะยังเป็นขาขึ้น แต่ควรรอดูสถานการณ์ของเงินดอลลาร์ สรอ ไปก่อน


อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลสำคัญ เมื่อ 08/03/2012   




ดัชนีตลาดหุ้นสำคัญในโลก เมื่อ 08/03/2012 


Thursday, March 8, 2012

06/03/2012 - 07/03/2012 * จับตาเงินดอลลาร์ สรอ

ค่าเงินวันนี้ 07/03/2012 (รายงานวันเทรดที่ 06/03/2012 และ 07/03/2012)


เมื่อวันที่ 6 ตลาดหุ้นไทยทำการ ส่วนวันที่ 7 นั้นหยุดทำการ ส่วนตลาดอื่นๆยังเปิดทำการในวันที่ 7 ลุงแมวน้ำขอรายงานสรุปรวมสองวันไปเลย

วันที่ 6 ตลาดหุ้นฝั่งเอเชียแปซิฟิก ยุโรป และอเมริกา ปิดแดงกันถ้วนหน้า DAX ของเยอรมนี -3.5% ส่วนดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ของ สรอ ลงไป -1.6% ฯลฯ ทองคำร่วงต่อ -1.8% น้ำมันดิบทั้งเบรนต์และไนเมกซ์ร่วงเช่นกัน ประมาณ -1.5% ดัชนี Set index ปิดที่ 113.16 (-0.4%) ซึ่งถือว่าลงน้อย ต่างชาติยังซื้อสุทธิประมาณ 586 ล้านบาท

วันที่ 7 ตลาดหุ้นฝั่งเอเชียยังลงต่อ ส่วนยุโรปกลายเป้นว่ามีรีบาวด์ ปิดเขียวกันถ้วนหน้าทางด้านฝั่งอเมริกาตลาดก็เขียวเช่นกัน ดัชนี DAX ของเยอรมนี +0.57% ส่วนดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (DJI) +0.61% ทองคำรีบาวด์ขึ้นมาบ้างแต่ยังต่ำกว่า 1700 ดอลลาร์ สรอ อยู่ น้ำมันดิบกลับดีดกลับแรงกว่า แทบจะกลับมาที่เดิมของวันก่อนหน้า

อัตราแลกเปลี่ยนเมื่อวันที่ 7 เงินดอลลาร์ สรอ แกว่งตัวในกรอบแคบตลอดทั้งวัน usd index อยู่ในกรอบ 79.6 ถึง 79.9 จุด เงินสกุลยุโรปแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยประมาณ +0.2% ใกล้เคียงกันทุกสกุลหลัก เงินยูโร ฟรังก์สวิส และโครนา ส่วนโครนแข็งค่า +0.9%

ทางด้านเงินสกุลเอเชียแปซิฟิกส่วนใหญ่แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ออสเตรเลียดอลลาร์ +0.3% ส่วนดอลลาร์สิงคโปร์ +0.4% เงินเยนอ่อนตัว -0.4% ส่วนเงินบาทแข็ง +0.3%

กลุ่มโลหะ ทองคำดีขึ้น +0.8% น้ำมันดิบ wti +1.6% น้ำมันดิบเบรนต์ +2.0% ส่วนสินค้าเกษตรอ่อนตัว ดัชนีอยู่ที่ 77.87 จุด (-1.5%)

วันนี้ (08/03/2012) ดัชนีดอลลาร์ สรอ (USD index) อยู่ที่ 79.77 จุด ยูโร 1.314 ดอลลาร์ สรอ/ยูโร เงินเยน 81.29 เยน/ดอลลาร์ สรอ เงินบาท 30.7 บาท/ดอลลาร์ สรอ น้ำมันดิบ wti 106.0 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล น้ำมันดิบเบรนต์ 124.2 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล ทองคำ 1684 ดอลลาร์ สรอ/ทรอยออนซ์

แนวโน้มขาขึ้นของ ดอลลาร์ สรอ เริ่มมีกำลัง การที่น้ำมันดิบเด้งขึ้นมาเมื่อวานอย่าเพิ่งย่ามใจ อะไรๆก็ไม่แน่นอน น้ำมันดิบเริ่มเสียกำลังด้านขาขึ้นไปบ้างแล้ว ลำพังทางเทคนิคของน้ำมันดิบเองน่าจะยังเป็นขาขึ้น แต่ควรรอดูสถานการณ์ของเงินดอลลาร์ สรอ ไปก่อน


อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลสำคัญ เมื่อ 07/03/2012   




ดัชนีตลาดหุ้นสำคัญในโลก เมื่อ 07/03/2012 


Tuesday, March 6, 2012

05/03/2012 * น้ำมันดิบและสินค้าเกษตรมีโอกาสไปต่อ, ตัวอย่างการทำอาร์บิทราจทองคำ

ค่าเงินวันนี้ 06/03/2012 (รายงานวันเทรดที่ 05/03/2012)


เมื่อวันที่ 5 ตลาดหุ้นฝั่งเอเชียแปซิฟิกส่วนใหญ่ปิดแดง มีปิดเขียวบ้าง ได้แก่ ตลาดหุ้นมาเลเซียและนิวซีแลนด์ ส่วนที่ปิดแดงก็แดงมากแดงน้อยต่างกันไป อย่างเช่นสิงคโปร์ลงน้อยสุด แค่ 0.06% ที่จริงเรียกว่าทรงตัวน่าจะดีกว่า ส่วนตลาดหุ้นอินเดียลงมากสุด -1.6% ฯลฯ ดัชนี Set index ปิดที่ 1157.95 (-0.62%) ต่างชาติยังซื้อสุทธิประมาณ 1833 ล้านบาท

ตลาดหุ้นฝั่งยุโรปส่วนใหญ่ปิดแดง เทรดกันในย่านแดงตลอดเวลา ทางด้านฝั่งอเมริกาตลาดปิดแดงเช่นกัน ดัชนี DAX ของเยอรมนี -0.8% ส่วนดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (DJI) -0.1%

อัตราแลกเปลี่ยนเมื่อวันที่ 5 เงินดอลลาร์ สรอ แกว่งตัวในกรอบแคบตลอดทั้งวัน usd index อยู่ในกรอบ 79.25 ถึง 79.60 จุด เงินสกุลยุโรปไม่พร้อมใจกันอีก มีทั้งอ่อนค่าและแข็งค่า เงินยูโร +0.2% ฟรังก์สวิส -0.3% และโครนา +0.3% ส่วนโครนแข็งค่า -0.2%

ทางด้านเงินสกุลเอเชียแปซิฟิกส่วนใหญ่อ่อนค่า ออสเตรเลียดอลลาร์ -0.6% ส่วนดอลลาร์สิงคโปร์ -0.44% ส่วนเงินบาทอ่อนค่า -0.23% มียกเว้นคือเงินเยน วันนี้เยนแข็งค่า +0.44%

กลุ่มโลหะอ่อนตัว ทองคำอ่อน -0.2% เงินลงมากหน่อย -1.5% ทองแดง -1.0% ส่วนสินค้าเกษตรทรงตัว

วันนี้ (06/03/2012) ตอนนี้เวลาประมาณเที่ยง ดัชนีดอลลาร์ สรอ (USD index) อยู่ที่ 79.45 จุด ยูโร 1.319 ดอลลาร์ สรอ/ยูโร เงินเยน 81.41 เยน/ดอลลาร์ สรอ เงินบาท 30.71 บาท/ดอลลาร์ สรอ วันนี้เงินบาทอ่อนตัวลงไปอีก น้ำมันดิบ wti 106.6 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล น้ำมันดิบเบรนต์ 123.6 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล ทองคำ 1074 ดอลลาร์ สรอ/ทรอยออนซ์

ทองคำป้วนเปี้ยนอยู่แถว 1700 ดอลลาร์ สรอ ยังไม่ไปไหนหลังจากร่วงลงมาแรง ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบกลับขึ้นเอาๆ ปกติสองย่างนี้ราคาตามกัน เพราะน้ำมันดิบราคาแพงทำให้เงินเฟ้อ และทองคำก็เป็นสินทรัพย์ต้านเงินเฟ้อ ต้องคอยดูว่าราคาน้ำมันดิบจะลงมาตามราคาทองคำ หรือราคาทองคำจะวิ่งขึ้นไปหาราคาน้ำมันดิบ ตอนนี้ตอบยากเหมือนกัน เพราะราคาทองคำดูยาก

หากพิจารณาเฉพาะราคาน้ำมันดิบเองด้วยการวิเคราะห์ทางเทคนิค ขณะนี้ราคาน้ำมันดิบอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น แต่ทว่าย้ำมันดิบเบรนต์ (BZ) ราคามาอยู่ที่ระดับฟิโบนาชชี 100% แล้ว ส่วนน้ำมันดิบ wti ยังครึ่งๆกลางๆ ไม่ได้อยู่ที่ระดับฟิโบนาชชีสำคัญเส้นใด คอยดูอีกนิดหนึ่งว่าน้ำมันดิบเบรนต์จาผ่านด่านได้หรือไม่ หากผ่านไปได้ราคาน้ำมันดิบคงไปต่อได้อีก

สินค้าเกษตร กลุ่มสินค้าเกษตรในภาพรวม แนวโน้มขาขึ้นเริ่มมีกำลังดังภาพต่อไปนี้



ยางพาราเกิดสัญญาณขายแล้ว แถมยังหลุดชายธงลงมาด้านล่าง แต่ลุงแมวน้ำคาดว่าสัญญาณขายครั้งนี้น่าจะเป็นสัญญาณหลอก false signalและราคายางพาราน่าจะลงไม่นาน



ตัวอย่างการทำอาร์บิทราจทองคำ


วันนี้มีดูเรื่องอาร์บิทราจกันอีกหน่อย วันนี้ช่องราคาน่าสนใจเลยอยากให้ดูตัวอย่างจากสถานการณ์จริงกัน ลองดูยางพารากันก่อน ดังภาพต่อไปนี้



จากภาพ เส้นกราฟเส้นบนเป็นส่วนต่างของราคายางพารา RSS3 กับราคายางโตคอม ความแตกต่างของราคายางเหลือไม่มาก ยางไทยแพงกว่ายางโตคอมอยู่ 3.3 บาทเท่านั้น แบบนี้ไม่ใช่จังหวะที่ทำอาร์บิทราจเพราะช่องราคาแคบ แต่เป็นช่วงเวลาที่รอจังหวะปิดสัญญาทำกำไรมากกว่า (หากทำอาร์บิทราจไปก่อนหน้านี้)

ทีนี้ลองมาดูราคาฟิวเจอร์สทองคำตลาดโคเมกซ์ (GC) กับฟิวเจอร์สทองคำไทย (GF) กันดูบ้าง ดังภาพต่อไปนี้



จะเห็นว่าจากสถิติช่วงนี้ GF มักแพงกว่า GC (GC ที่เแปลงเป็นเงินบาทแล้ว) ไม่เกิน 800 บาท พอแพงกว่ากัน 800 บาทแล้วช่องราคาก็จะเริ่มแคบเข้าหากัน แต่ก็มีครั้งหนึ่งที่พิเศษคือช่องราคากว้างถึงพันกว่าบาท หมายความว่าสมมติว่าหากจะทำอาร์บิทราจ ควรรอเมื่อราคาต่างกันเกิน 800 บาทก็น่าจะพิจารณาทำอาร์บิทราจได้ โดยชอร์ต GF และลอง GC แล้วรอให้ช่องราคาแคบเข้าหากันจากนั้นเราก็ปิดสัญญาทำกำไร หากจะทำก็ควรทำในเวลากลางคืน ไม่ใช่เพราะว่ากลางคืนอากาศเย็นสบาย แต่เป็นเพราะว่าตอนกลางคืนทั้งตลาด TFEX และ COMEX มีช่วงเปิดพร้อมกัน การทำอาร์บิทราจควรทำทั้งสองตลาดในเวลาใกล้เคียงกัน

โอกาสพลาดพลั้งก็มี เพราะหากลงมือที่ช่องราคาประมาณ 800 บาท หากช่องราคาถ่างออกไปถึงกว่า 1000 บาท (เหมือนดังสถิติที่เคยเกิดมา) ผู้ทำอาร์บิทราจก็อาจขาดทุนได้ ดังนี้เป็นต้น

นี่เป็นเพียงการยกตัวอย่าง เห็นมีผู้สนใจถามกันมาหลายราย ลุงแมวน้ำไม่ได้เชียร์ให้ทำอาร์บิทราจ รวมทั้งลุงแมวน้ำก็ไม่ได้ทำด้วยเพราะลุงแมวน้ำเป็นเพียงแมวน้ำนักลงทุนรายย่อย ทำไปก็ไม่คุ้ม แต่เคยใช้ spread บ้าง แบบว่าลองทำดูขำๆ แล้ววันหลังจะเล่าเรื่องการทำ spread ให้ฟัง




Monday, March 5, 2012

02/03/2012 * สัญญาณซื้อเกิดนานกว่าสองเดือนแล้ว, สรุปสถานการณ์ในรอบสัปดาห์

ค่าเงินวันนี้ 05/03/2012 (รายงานวันเทรดที่ 02/03/2012)


วันนี้ลุงแมวน้ำมาตอนบ่ายเลย จะมีใครอยู่รออ่านหรือเปล่าก็ไม่รู้ ช่วงนี้งานมากจริงๆ ต้องขออภัยในความไม่สะดวก

มาดูสรุปตลาดในรอบสัปดาห์กันดีกว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้วประเด็นข่าวที่นำมาเล่นกันเห็นจะมีอยู่สามเรื่อง คือเรื่องในโลกอาหรับ ยุโรป และสหรัฐอเมริกา ส่วนทางเอเชียไม่ค่อยมีอะไรเป็นประเด็นที่กระทบตลาดหุ้นเท่าไรนัก นอกจากเรื่องบริษัทยักษ์ใหญ่ทางอิเล็กทรอนิกส์ของญี่ปุ่นประกาศล้มละลาย

ทางด้านยุโรปนั้นช่วงนี้ได้กำลังใจมาโขจากการที่ธนาคารกลางของยุโรปอัดฉีดสภาพคล่องเข้ามาอีก 5.29 แสนล้านยูโร นับเป็นเงินจำนวนมหาศาลทีเดียว สภาพคล่องที่มากมายขนาดนี้ทำให้เงินยูโรอ่อน ส่งผลให้เงินดอลลาร์ สรอ และเงินสกุลเอเชียรวมทั้งเงินบาทแข็งค่า ในขณะเดียวกันกรีซถูกลดอันดับเครดิตลงอีกเนื่องจากการปรับโครงสร้างหนี้ของกรีซที่ออกพันธบัตรใหม่ไปแลกพันธบัตรเดิมหรือที่เรียกว่าการสวอปพันธบัตรนั้นบริษัทจัดอันดับเครดิตถือว่าเกิดการผิดนัดชำระหนี้แล้ว

ทางด้านสหรัฐอเมริกาไม่มีข่าวที่มีน้ำหนักมากนัก จะมีก็เรื่องเบอร์นันกี ประธานธนาคารกลางของ สรอ ที่ไม่แสดงท่าทีอะไรว่าจะอัดฉีดเศรษฐกิจของ สรอ ในรูป QE3 ตลาดหุ้น สรอ ในรอบสัปดาห์จึงไม่หวือหวาอะไร

ส่วนทางโลกอาหรับนั้น กรณีพิพาทระหว่างอิหร่านกับโลกตะวันตกยังไม่คลี่คลาย มิหนำซ้ำยังมีข่าวลือเรื่องท่อส่งน้ำมันของซาอุดิอาระเบียรั่วอีก ทำให้ราคาน้ำมันดิบไม่ค่อยยอมลง

ตลาดตราสารหนี้ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลในย่านเอเชียโดยรวมแล้วเพิ่มขึ้น ส่วนผลตอบแทนพันธบัตรในย่านยุโรปกลับลดลง โดยจะเห็นได้ชัดในกลุ่มสแกนดิเนเวียกับเยอรมนีที่ผลตอบแทนลดลงไปพอควร ส่วนของกรีซนั้นผลตอบแทนเพิ่มขึ้นอยู่แล้วเพราะถูกลดอันดับเครดิต

ทางด้านตลาดหุ้น ภาพรวมในรอบสัปดาห์ ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นอันเป็นผลจากสภาพคล่องที่มีมากในโลก ตลาดหุ้นที่ขึ้นแรงที่สุดคือเวเนซุเอลา (+8.6%) รองลงมาเป็นตลาดหุ้นในกลุ่มอาหรับ อาทิ สหรัฐอาหรับอิมิเรตส์ (+4.7%) ซาอุดิอาระเบีย (+4.0%) แม้แต่ตลาดหุ้นอิสราเอลก็ยังขึ้นไป +2.5% ตลาดที่ลงแรงๆไม่มี ที่ลงแรงที่สุดในรอบสัปดาห์คืออินเดียก็แค่ -1.6% ตลาดหุ้นไทยทั้งสัปดาห์ปรับตัว +1.7%

ทางด้านตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ สัปดาห์ที่ผ่านมานี้จับทิศทางไม่ถูก ขนาดกลุ่มเดียวกันยังไปคนละทาง ทองคำร่วง -3.75% ขณะเดียวกันอะลูมิเนียมขึ้น +1.9% ข้าวสาลีลง -3.2% แต่ถั่วเหลืองขึ้น +3.6% เป็นต้น ตลอดสัปดาห์สินค้าเกษตรปรับตัวขึ้นประมาณ +1.0% น้ำมันดิบ WTI ร่วง -2.8% น้ำมันดิบเบรนต์ร่วง -1.5%

สำหรับภาพรวมของอัตราแลกเปลี่ยน สัปดาห์ที่ผ่านมานี้เงินตราส่วนใหญ่อ่อนค่าลงเนื่องจากดอลลาร์ สรอ แข็งค่าขึ้น เงินสกุลยุโรปอ่อนค่ามากกว่าเพื่อน ได้แก่ ยูโร ฟรังก์สวิส โครน โครนา อ่อนค่าลงไป -2.0% เงินเยนอ่อนค่า -1.0% เงินบาท -0.9% สังเกตดูจากกราฟเห็นว่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย ดอลลาร์สิงคโปร์ และดอลลาร์แคนาดาแข็งค่าขึ้น เงินมาเลเซีย ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ ก็แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย


บ่ายนี้ (05/03/2012) ดัชนีดอลลาร์ สรอ (USD index) อยู่ที่ 79.4 จุด ยูโร 1.318 ดอลลาร์ สรอ/ยูโร เงินบาท 30.7 บาท/ดอลลาร์ สรอ

น้ำมันดิบ wti เช้านี้อยู่ที่ 106.9 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล น้ำมันดิบเบรนต์ 123.8 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล ราคาทองคำ 1710 ดอลลาร์ สรอ/ทรอยออนซ์

ขณะนี้ถือว่า SETI สามารถผ่านจุดยอดคลื่นเดิมที่ 1144.44 จุดมาได้แล้วและยังยืนอยู่ได้ แต่อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ SETI เกิดสัญาณซื้อมานานถึง 127 วันปฏิทิน (คือรวมวันหยุด) แล้ว หากคิดเฉพาะวันเทรดก็เกิดสัญญาณซื้อไปแล้ว 87 วันเทรด และเฉลี่ยตลาดหุ้นทั่วโลกขณะนี้เกิดสัญญาณซื้อไปแล้วนาน 68 วันปฏิทินหรือ 50 วันเทรด ซึ่งก็นานพอควรแล้ว ดังนั้นต้องระวังการกลับทิศแนวโน้มไว้เสมอ


กราฟแสดงความสัมพันธ์ของอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินสำคัญบางสกุล




ตารางหุ้น ฟิวเจอร์ส และกองทุนรวม และค่าสถิติต่างๆ

Saturday, March 3, 2012

เช้าวันหยุดกับมัฟฟินเว้นกรรม มัฟฟินธัญพืชทุเรียน



เช้านี้เป็นเช้าวันหยุดอันสดใส อากาศยามเช้าตรู่เย็นสบาย แถวโรงละครสัตว์ของลุงแมวน้ำมีเสียงนกจ้อกแจ้กจอแจทีเดียว ปกติลุงแมวน้ำไม่เคยโพสต์นอกวันเทรดเลย ครั้งนี้เป็นครั้งแรก แต่เราต้องลอง ต้องเรียนรู้ อะไรที่เป็นเรื่องดีๆก็สามารถริเริ่มได้ ลองทำดูได้ จริงไหม

วันนี้ลุงแมวน้ำตื่นแต่เช้า ยังไม่สว่างดีเลย วันหยุดมาใช้ชีวิตสบายๆกันดีกว่า ไม่มีกำไรขาดทุน ไม่มีราคาหุ้น ไม่มีกราฟ ไม่มีการวิเคราะห์ทางเทคนิค เอาความคิดเรื่องการลงทุนออกจากสมองไปชั่วคราว ลุงแมวน้ำเอาผ้ากันเปื้อนคาดพุง ควงตะหลิวเข้าครัว เอ... ไม่ใช่สิ จะทำมัฟฟินคงไม่ต้องควงตะหลิว เผลอไป ^_^

วันนี้ลุงแมวน้ำทำมัฟฟินมาให้กินกัน เป็นมัฟฟินสุขภาพ คือมัฟฟินธัญพืชทุเรียน ลุงแมวน้ำไปได้ความคิดจากขนมไหว้พระจันทร์ ลองชิมขนมไหว้พระจันทร์ไส้ทุเรียนก็คิดว่าเข้าท่า เลยเอามาลองทำเป็นมัฟฟินดู คิดว่ารสชาติน่าจะไปกันได้เช่นกัน

มัฟฟินนี้เป็นมัฟฟินเจ ไม่มีผลิตภัณฑ์จากสัตว์เลย จะเรียกให้เท่ว่ามัฟฟินเว้นกรรมก็ได้ กินแล้วไม่เบียนเบียนชีวิตอื่น จิตใจเราเองก็พลอยเป็นสุขที่ลดการเบียนเบียนลง ที่ลุงแมวน้ำมักบอกว่าชอบกินปลา ก็เป็นแมวน้ำก็ต้องกินปลาใช่ไหม ที่จริงพูดขำๆไปอย่างนั้นเอง ปกติลุงแมวน้ำกินเนื้อสัตว์น้อยมาก เนื้อปลาก็กินนิดหน่อย เฉลี่ยแล้วกินเนื้อกินปลาสัปดาห์ละมื้อหรือสองมื้อเท่านั้น และกินไม่มากด้วย แค่พอหล่อเลี้ยงชีวิต ส่วนมื้ออื่นๆลุงแมวน้ำกินผัก เห็ด และผลไม้ กินเห็ดนี่ดี ไม่มียาฆ่าแมลงตกค้าง ต่างจากผัก เพราะการทำฟาร์มเห็ดเอายาฆ่าแมลงพ่นเห็ดไม่ได้ เห็ดจะไม่งอก ผู้บริโภคก็ปลอดภัยไปด้วย นอกจากนี้มัฟฟินนี้ยังเป็นมัฟฟินที่มีไขมันต่ำ อาหารนอกบ้านที่เรากินกันทุกวันนี้ลุงแมวน้ำเห็นว่าใส่น้ำมันมากเหลือเกิน น้ำมันก็แพงแต่ทำไมดูอาหารอะไรก็เห็นแต่มันเยิ้มไปหมด วิถีชีวิตแบบชาวเมืองส่วนใหญ่จึงมีไขมันในเลือดสูงไง

มัฟฟินธัญพืชทุเรียนของลุงแมวน้ำนี้ส่วนที่เป็นแป้งประกอบด้วยแป้งสาลี ข้าวกล้องไรซ์เบอรี่ (riceberry rice) แป้งถั่วเหลือง จมูกข้าวหอมมะลิ ส่วนที่เป็นน้ำตาลก็ใช้น้ำตาลจากตาลโตนด ไม่ได้ใช้น้ำตาลทราย เพื่อให้ได้กลิ่นหอมของตาลโตนดด้วย อีกอย่างคือน้ำตาลจากตาดโตนดใช้กรรมวิธีทำแบบพื้นบ้าน ไม่ฟอกสี

ส่วนที่เป็นไขมันลุงแมวน้ำใช้น้ำมันจากธัญพืช นั่นคือน้ำมันรำข้าว ส่วนประกอบอื่นก็คืองาดำ งาขาว และงาอะไรอีกอย่างจำชื่อไม่ได้แล้ว ได้มาจากบนดอยทางภาคเหนือ นอกจากนี้ก็ยังมีเมล็ดทานตะวัน และทุเรียน ทุเรียนนี่ก็เป็นทุเรียนพื้นบ้านของนราธิวาส จำชื่อไม่ได้เหมือนกัน เมล็ดใหญ่ เนื้อน้อย แต่กลิ่นหอมแรง เหมาะสำหรับใช้ทำขนม

ส่วนประกอบสำคัญของมัฟฟินที่ลุงแมวน้ำอยากพูดถึงเป็นพิเศษนั่นก็คือข้าวกล้องไรซ์เบอรี่ ข้าวไรซ์เบอรีนี้เป็นข้าวพันธุ์ผสมระหว่างข้าวหอมนิลกับข้ามหอมมะลิ 105 ลักษณะพิเศษของข้าวนี้คือมีสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มโพลีฟีนอลอยู่สูง รวมทั้งมีธาตุเหล็กสูงด้วย อีกทั้งมีดัชนีน้ำตาล (glycemic index) ไม่สูง ถือเป็นข้าวที่มีคุณสมบัติดีมาก หากินได้ค่อนข้างยากเพราะเกษตรกรที่ปลูกยังน้อย อีกทั้งยังต้องปลูกแบบเกษตรอินทรีย์อีกด้วย จึงยังมีผู้ปลูกไม่มากนัก ส่วนจมูกข้าวที่ใช้ก็มีสารแกมมาออไรซานอล (gamma orizanol)


หลังจากที่ทำเสร็จแล้วจะได้มัฟฟินสีโกโก้ อันเป็นสีที่เกิดจากสารต้านอนุมูลอิสระสีม่วงเข้มในข้าวไรซ์เบอรี ลุงแมวน้ำมีรูปเปรียบเทียบให้ดูระหว่างมัฟฟินวานิลาที่ทำในสัปดาห์ที่แล้ว กับมัฟฟินธัญพืชทุเรียนเว้นกรรมในสัปดาห์นี้ สีต่างกันเห็นได้ชัดทีเดียว

สำหรับด้านคุณค่าทางอาหารนั้น มัฟฟิน 1 ชิ้น หนัก 70 กรัม มีไขมันประมาณ 3 กรัม เป็นไขมันอิ่มตัวเพียง 0.5 กรัมเท่านั้น และมีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว 1.5 กรัม จัดว่ามีไขมันน้อยมาก มีโปรตีนประมาณ 4.5 กรัม ซึ่งโปรตีนระดับนี้ก็พอๆกับในข้าวแกงจานเล็กหนึ่งจาน ให้พลังงาน 165 กิโลแคลรี ซึ่งต่ำมาก (มัฟฟินหรือเค้กทั่วไปที่น้ำหนักเท่ากัน 70 กรัมนี้มักให้พลังงาน 300 กิโลแคลรีขึ้นไป ขึ้นกับสูตร บางสูตรมีแคลอรีสูงถึง 400 หรือ 500 กิโลแคลอรีก็มี) นอกจากนี้ยังมีไกลซีมิกโหลด (glycemic load) 14.6 ถือว่าไม่สูงเมื่อเทียบกับน้ำหนักมัฟฟิน และมีปริมาณโซเดียมเพียง 90 มิลลิกรัม ผู้ที่คุมน้ำตาลและคุมปริมาณโซเดียมก็สามารถกินได้ อีกทั้งมีใยอาหาร (dietary fiber) ประมาณ 1.5 กรัม สูงทีเดียว รวมทั้งยังมี nondietary fiber ที่ช่วยในการขับถ่ายและดูดซับไขมันอีก

ตอนที่ทำเสร็จยังเป็นเวลาเช้าตรู่อยู่เลย ลุงแมวน้ำจึงนำมัฟฟินที่เสร็จใหม่ๆมากินกับกาแฟ กลิ่นมัฟฟินหอมแบบกลิ่นโกโก้ทั้งๆที่ไม่ได้ใส่โกโก้ลงไปเลย กลิ่นหอมนี้เจือด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆของข้าวหอม ไม่มีกลิ่นทุเรียนเลย ต่อเมื่อเคี้ยวมัฟฟินนั่นแหละ เมื่อเนื้อมัฟฟินละลายในปากแล้วจึงจะได้กลิ่นหอมของทุเรียนพื้นเมืองของนราธิวาส กินมัฟฟินสลับกับการดื่มกาแฟสดที่ไม่เติมนมหรือน้ำตาลใดๆ กลิ่นหอมและรสชาติละมุนลิ้นของมัฟฟินกับกลิ่นหอมเข้มของกาแฟต่างช่วยขับเน้นรสชาติของกันและกัน อูยยยยยย... น้ำลายไหลอีกแล้ว

พูดถึงรสชาติก็ต้องบอกว่าพอใช้ได้ แม้จะไม่อร่อยเลิศล้ำเพราะหวานไม่มาก ไม่มัน ไม่เค็ม เนื่องจากลุงแมวน้ำต้องการให้น้ำตาลต่ำ ไขมันต่ำ เกลือต่ำ แต่ก็คิดว่ารสชาติแบบนี้ภายใต้ข้อจำกัดด้านสุขภาพเช่นนี้ก็ถือว่าอร่อยใช้ได้ทีเดียว

ดิ่มกาแฟ กินมัฟฟิน ชมสวนยามเช้า ลุงปลูกกุหลาบดับเบิลดีไลต์ไว้ด้วย ดอกที่วางอยู่ข้างแก้วกาแฟนั่นแหละ กำลังบานหอมกรุ่นเชียว ความสุขเล็กๆ ไม่สิ้นเปลือง ไม่เบียดเบียนกัน และได้สุขภาพที่ดี แบบนี้แม้เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม ^_^

Friday, March 2, 2012

01/03/2012 * ตื่นทองอีกแล้ว เลือกลงทุนทองคำอะไรดี (1)

ค่าเงินเช้านี้ 02/03/2012 (รายงานวันเทรดที่ 01/03/2012)


เมื่อวันที่ 1 ตลาดหุ้นฝั่งเอเชียแปซิฟิกส่วนใหญ่ปิดแดง มีปิดเขียวบ้างอย่างเช่นตลาดหุ้นเกาหลีใต้และไทย ฯลฯ ดัชนี Set index ปิดที่ 1164.98 (+0.35%) ต่างชาติซื้อสุทธิประมาณ 2545 ล้านบาท

ตลาดหุ้นฝั่งยุโรปเปิดเขียว ตลาดสำคัญของยุโรปล้วนแต่ปิดสูงเกินกว่า +1% ทั้งสิ้น ทางด้านฝั่งอเมริกาตลาดก็ผันผวน บราซิลปิดเขียวแบบเปิดต่ำปิดสูง ส่วนตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาปิดเขียวในแบบเปิดสูงปิดต่ำ ดัชนี DAX ของเยอรมนี +1.25% ส่วนดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (DJI) +0.22% ดัชนี DJI วันนี้ยังกลับมายืนเหนือ 13,000 จุดไม่ได้

อัตราแลกเปลี่ยนเมื่อวันที่ 1 เงินดอลลาร์ สรอ แกว่งตัวในกรอบแคบมากตลอดทั้งวัน usd index อยู่ในกรอบ 78.65 ถึง 78.95 จุด เงินสกุลยุโรปไม่พร้อมใจกัน มีทั้งอ่อนค่าและแข็งค่า เงินยูโร -0.14% ฟรังก์สวิส -0.2% และโครนา -0.1% ส่วนโครนแข็งค่า +0.24%

ทางด้านเงินสกุลเอเชียแปซิฟิกส่วนใหญ่แข็งค่าขึ้น ออสเตรเลียดอลลาร์ +0.6% เงินเยน +0.2% ส่วนดอลลาร์สิงคโปร์ +0.2% ส่วนเงินบาทอ่อนค่า -0.15%

โลหะมีค่าคือทองคำและเงินในวันที่ 1 นี้ราคาดีดกลับขึ้นมาเล็กน้อยหลังจากที่ร่วงแรงในวันก่อนหน้านี้

เช้านี้ (02/03/2012) ดัชนีดอลลาร์ สรอ (USD index) อยู่ที่ 78.8 จุด เท่ากับเมื่อเช้าวาน ยูโร 1.331 ดอลลาร์ สรอ/ยูโร เงินบาท 30.5 บาท/ดอลลาร์ สรอ

น้ำมันดิบ wti เช้านี้อยู่ที่ 108.8 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล (+2.0%) น้ำมันดิบเบรนต์ 125.9 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล (+2.3%) ราคาทองคำ 1719 ดอลลาร์ สรอ/ทรอยออนซ์ (+0.5%) ส่วนดัชนีสินค้าเกษตร 79.72 จุด (-0.3%)

ขณะนี้ถือว่า SETI สามารถผ่านจุดยอดคลื่นเดิมที่ 1144.44 จุดมาได้แล้ว ในเชิงการวิเคราะห์ทางเทคนิค ขณะนี้ SETI อยู่ในแนวโน้มขาขึ้นที่มีกำลังพอสมควร เป้าหมายถัดไปของ SETI ตามการประเมินด้วยการวัดค่าฟิโบนาชชี (Fibonacci) คือประมาณ 1230 จุด



ตื่นทองอีกแล้ว เลือกลงทุนทองคำอะไรดี

เมื่อวันที่ 29/02/2012 ราคาทองคำปรับตัวลงแรง จากเกือบ 1800 ดอลลาร์ สรอ/ทรอยออนซ์ ร่วงลงมาเหลือ 1680 ดอลลาร์ สรอ/ทรอยออนซ์ (ราคาในระหว่างวัน) ในวันนั้นมีเหตุการณ์สำคัญอยู่สองอย่าง คือ ธนาคารกลางของยุโรปประกาศอัดฉีดสภาพคล่องให้แก่ประเทศที่ใช้เงินยูโรอีก 529,000 ล้านยูโร ผลจากข่าวการอัดฉีดนี้ทำให้เงินยูโรอ่อนลงแบบทันทีทันใดและดอลลาร์ สรอ ก็แข็งค่าขึ้นอย่างทันทีทันใดเช่นกัน ขณะเดียวกัน ราคาทองคำและโลหะเงินก็ร่วงลงมา

เหตุการณ์สำคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือ เบอร์นันกี ประธานธนาคารกลางของสหรัฐอเมริกา รายงานสภาพเศรษฐกิจต่อสภาคองเกรส โดยสรุปว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกายังไม่ดีนัก อัตราว่างงานแม้ดีขึ้นแต่ก็ยังสูงอยู่ และการฟื้นตัวเป็นไปอย่างเชื่องช้า แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรที่ส่อนัยว่าจะมีการอัดฉีดเงินรอบสามหรือที่เรียกว่า QE3 ทำให้ตลาดหุ้น สรอ อ่อนตัวในระหว่างวัน แต่ไม่น่ามีผลต่อราคาทองคำนัก ที่เห็นได้ชัดน่าจะเป็นผลจากเรื่องการอัดฉีดสภาพคล่องทางฝั่งยุโรปมากกว่า เพราะการใส่เงินหมุนเวียนในระบบในปริมาณมากย่อมทำให้ค่าเงินอ่อนลง

ในการวิเคราะห์ทางเทคนิค ในระยะสั้นๆเงินยูโรยังเป็นขาขึ้นอยู่ ส่วนดอลลาร์ สรอ ในระยะสั้นของเป็นขาลง แต่ทว่าในระยะที่ยาวออกไปกว่านี้ลุงแมวน้ำกลับมองว่าเงินดอลลาร์ สรอ เป็นขาขึ้น

และในเชิงการวิเคราะห์เทคนิคเช่นเดียวกัน ลุงแมวน้ำยังมองราคาทองคำในแนวโน้มระยะยาวว่าเป็นขาลง ส่วนในระยะสั้นนั้นเดิมทีมองเป็นขาขึ้น แต่ขณะนี้ราคาทองคำได้หลุดกรอบล่างของช่องราคาลงมาแล้ว ดังนั้นตอนนี้เป็นภาวะไร้ทิศทางอยู่ อาจกลับทิศเป็นขาลงหรือขึ้นต่อก็ยังต้องรอดูต่อไป ดังนั้น การลงทุนทองคำ ในช่วงนี้ควรระมัดระวัง รอดูไปก่อนจะดีกว่า

ลุงแมวน้ำติดตามตามข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์เห็นว่าแรงเชียร์ซื้อค่อนข้างมากทีเดียว หลายๆคนบอกว่าถึง 1,700 ดอลลาร์ สรอ ก็หลับตาซื้อไปเลย แต่หากวิเคราะห์ทางเทคนิคโดยไม่ใช้อคติ ราคาที่ร่วงลงมานี้ยังไม่ใช่จังหวะซื้อ ต้องรอดูสถานการณ์ไปก่อน สัญญาณขายก็เกิด โมเมนตัมก็ไม่มีแรง สัญญาณกลับทิศแนวโน้มก็มีให้เห็นหลายประการแล้ว ดังนั้นขณะนี้จึงยังไม่ใช่จังหวะซื้อ แม้แต่การลงทุนทองคำระยะยาวก็ยังไม่จำเป็นต้องรีบร้อนลงทุนในตอนนี้ ดูสถานการณ์ให้ชัดก่อนค่อยลงทุนก็ได้

แต่อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้ตื่นทองกัน หากลุงแมวน้ำไม่พูดอะไรเรื่องลงทุนทองคำเลยเดี่ยวจะเชย ก็ขอคุยเรื่องทองๆเสียหน่อยก็แล้วกัน เอาเป็นว่าหากจะเลือกลงทุนทองคำจะลงทุนในช่องทางไหนดี

ปัจจุบันการลงทุนทองคำสะดวกกว่าเมื่อก่อนมาก ก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่ปีหากต้องการลงทุนทองคำก็ต้องไปที่ร้านทอง หากไม่ซื้อเป็นทองคำแท่งก็ซื้อเป็นทองรูปพรร๊ แต่เดี๋ยวนี้มีช่องทางการลงทุนให้เลือกหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นกองทุนรวม ซึ่งยังแบ่งได้อีกว่าเป็นกองทุนรวมทองคำแบบทั่วไปหรือแบบ RMF ซึ่งกองทุนรวมทองคำนี้มีมากกว่า 20 กองทุน ลุงแมวน้ำยังนับไม่หมดเลย เยอะมากจริงๆ นอกจากนี้ก็ยังมีอีทีเอฟทองคำให้เลือกเทรดในกระดานหุ้นได้อีกถึง 5 ตัว

เมื่อมีทางเลือกเยอะแบบนี้แล้วจะเลือกลงทุนทองคำในช่องทางไหนดี ลุงแมวน้ำขอยกเรื่องปัจจัยด้านอัตราแลกเปลี่ยนมาให้พิจารณาเพื่อเเป็นแนวทางในการเลือก

ปกติราคาทองคำมักสวนทางกับเงินดอลลาร์ สรอ นั่นคือ หากเงินดอลลาร์ สรอ อ่อน ทองกมักขึ้น และหากเงินดอลลาร์ สรอแข็ง ทองคำก็มักราคาตก ทีนี้การลงทุนของนักลงทุนในไทย ไม่ว่าจะเป็นการซื้อทองคำแท่ง ซื้อกองทุนรวม หรือซื้อขายอีทีเอฟก็ตาม ต้องอิงราคาทองคำในต่างประเทศทั้งสิ้น ดังนั้นเรื่องปัจจัยของอัตราแลกเปลี่ยนจากเงินดอลลาร์ สรอกับเงินบาทจึงมีบทบาทสำคัญทีเดียว

โดยปกติหากราคาทองคำขึ้น เงินบาทมักจะแข็งตามไปด้วย (เพราะดอลลาร์ สรอ อ่อน) ดังนั้นหากนักลงทุนซื้อทองคำแล้วขายได้กำไร (คือซื้อถูกขายแพง ซื้อแพงขายถูกไม่เกี่ยว) แสดงว่าราคาทองคำและเงินบาทอยู่ในขาขึ้น ส่วนเงิน ดอลลาร์ สรอ อยู่ในขาลง ดังนั้นแม้นักลงทุนขายทองคำได้กำไรจากสวนต่างของราคา แต่ก็มักต้องขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน เพราะราคาทองคำที่ซื้อขายต้องคิดจากเงินดอลลาร์ สรอ ในขณะนั้นเสมอ

ทางเลือกที่ดีสำหรับการลงทุนทองคำขณะที่ทองคำอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นก็คือควรเลือกลงทุนในทองคำที่มีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเอาไว้ด้วย จะได้ไม่ได้ไปขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ลองมาดูตัวอย่างในภาพและตารางต่อไปนี้ไปก่อน แล้วพรุ่งนี้ลุงแมวน้ำจะมีเขียนต่ออีก วันนี้เวลาไม่พอ ลุงแมวน้ำต้องไปแสดงแล้ว ^^


กราฟแสดงราคาทองคำ (GC) ทองคำ ในระยะกลางทองคำเป็นแนวโน้มขาลง ส่วนระยะสั้นไร้ทิศทางเพราะเริ่มมีสัญญาณกลับทิศให้เห็นแล้ว



ราคาของทองคำมักสวนทางกับดอลลาร์ สรอ ภาพนี้แสดงราคาทองคำในช่องทางการลงทุนต่างๆ (เช่น ลงทุนฟิวเจอร์สทองคำ ลงทุนกองทุนทองคำ ลงทุนอีทีเอฟทองคำ ฯลฯ) ในขณะที่ดอลลาร์อ่อนตัว




ตารางแสดงตัวอย่างเปรียบเทียบการลงทุนทองคำในภาวะดอลลาร์สหรัฐอเมริกาเป็นแนวโน้มขาลง โดยเปรียบเทียบกับการลงทุนทองคำที่มีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเงินกับการลงทุนทองคำที่ไม่มีการป้องกันความเสี่ยง





ดัชนีตลาดหุ้นสำคัญในโลก เมื่อ 01/03/2012 




อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลสำคัญ เมื่อ 01/03/2012   


Thursday, March 1, 2012

29/02/2012

ค่าเงินเช้านี้ 01/03/2012 (รายงานวันเทรดที่ 29/02/2012)


เมื่อวันที่ 29 ตลาดหุ้นฝั่งเอเชียแปซิฟิกส่วนใหญ่ปิดเขียว ตลาดเอเชียเริ่มออกอาการผันผวนและมีทิศทางไม่ชัดเจน บางแห่งเปิดแรงแต่ปิดอ่อน บางแห่งเปิดอ่อน ต่อมาแรง แล้วก็อ่อนลงไปอีก บางแห่งก็เปิดอ่อนแต่ปิดแรง ดัชนี Set index ปิดที่ 1160.90 (+1.28%) ต่างชาติซื้อสุทธิประมาณ 3450 ล้านบาท

ตลาดหุ้นฝั่งยุโรปเปิดเขียวดูดี แต่มาอ่อนตัวกลางตลาดจนดัชนีติดลบ และปิดแดงเป็นส่วนใหญ่ในที่สุด ทางด้านฝั่งอเมริกาตลาดก็ผันผวน ดัชนีแกว่งอยู่ในแดนบวกและแดนลบสลับกันในระหว่างวัน บราซิลปิดเขียว ส่วนตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาปิดแดง ดัชนี DAX ของเยอรมนี -0.46% ส่วนดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (DJI) -0.41% ดัชนี DJI วันนี้หลุด 13,000 จุดลงมาแล้ว ยืนอยู่เหนือ 13,000 จุดได้วันเดียวก็หล่นลงมา

อัตราแลกเปลี่ยนเมื่อวันที่ 29 เงินดอลลาร์ สรอ ทรงตัวในเวลากลางวัน (เวลาบ้านเรา) เมื่อถึงตอนกลางคืนจึงเริ่มวิ่งขึ้น usd index อยู่ในกรอบ 78.1 ถึง 78.8 จุด เงินสกุลยุโรปอ่อนค่า เงินยูโรกับฟรังก์สวิส -1.0% ส่วนโครน -0.7% และโครนา -1.0%

ทางด้านเงินสกุลเอเชียแปซิฟิกมีทั้งแข็งค่า ทรงตัว กับอ่อนค่าลง ออสเตรเลียดอลลาร์ -0.3% เงินเยน -1.0% ส่วนดอลลาร์สิงคโปร์ทรงตัว ส่วนเงินบาทแข็งค่า +0.2%

เมื่อคืนสินค้าโภคภัณฑ์ค่อนข้างผันผวน น้ำมันดิบร่วงแรงแต่กลับวิ่งขึ้นมาตอนปลายตลาด สุดท้ายกลายเป็นราคาปรับตัวขึ้น เมื่อวันก่อนโลหะเงินขึ้นแรงราวๆ 4% วันนี้ทองคำร่วงแรง ลงไป -4.3% ในขณะที่โลหะเงินลงแรงกว่า คือ -6.7%

เช้านี้ (01/03/2012) ดัชนีดอลลาร์ สรอ (USD index) อยู่ที่ 78.8 จุด ยูโร 1.333 ดอลลาร์ สรอ/ยูโร เงินบาท 30.27 บาท/ดอลลาร์ สรอ

น้ำมันดิบ wti เช้านี้อยู่ที่ 107.1 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล (+0.5%) น้ำมันดิบเบรนต์ 123.0 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล (+0.9%) ราคาทองคำ 1701 ดอลลาร์ สรอ/ทรอยออนซ์ (-4.5%) ส่วนดัชนีสินค้าเกษตร 79.98 จุด (-0.3%)

ขณะนี้ตลาดหุ้นเป็นขาขึ้นอย่างต่อเนื่องมานานพอสมควรแล้ว ทั้งๆที่ปัจจัยพื้นฐานที่เป็นปัจจัยลบรุมเร้าอยู่ ที่เป็นเช่นนี้เพราะสภาพคล่องล้นโลก โดยเฉพาะยุโรปที่ภาครัฐอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบมากมาย เปรียบกับเมื่อปีที่แล้วเหมือนกับว่าเมื่อปีที่แล้วแต่ละคนมีเงินแต่ไม่ยอมใช้จ่าย แม้เงินในโลกมีมากแต่ก็เกิดภาวะเงินตึงตัว แต่มาต้นปีนี้กลับเอาเงินออกมาใช้จ่ายกัน เงินจึงหมุนสะพัดไปในตลาดทุนต่างๆทั่วโลก สภาพคล่องที่ล้นเหลือทำให้เงินเหล่านี้เป็นเงินที่เก็งกำไรแบบฉาบฉวย มาเร็วไปเร็ว ตอนนี้ส่วนใหญ่ทำตัวตามตลาด ตลาดขึ้นก็ขอไปด้วย แต่ว่าแต่ละรายพร้อมทิ้งของเพื่อเอาตัวรอดกันทั้งนั้น


อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลสำคัญ เมื่อ 29/02/2012   



ดัชนีตลาดหุ้นสำคัญในโลก เมื่อ 29/02/2012 


Wednesday, February 29, 2012

28/02/2011 * ตลาดส่วนใหญ่ไร้ทิศทาง

ค่าเงินเช้านี้ 29/02/2012 (รายงานวันเทรดที่ 28/02/2012)


เมื่อวันที่ 28 ตลาดหุ้นฝั่งเอเชียแปซิฟิกส่วนใหญ่ปิดเขียว ดัชนีตลาดสำคัญในเอเชียอ่อนตัวตอนเช้าและค่อยๆดีขึ้น ดัชนี Set index ปิดที่ 1146.26 (+1.0%) ต่างชาติซื้อสุทธิประมาณ 223 ล้านบาท

ตลาดหุ้นฝั่งยุโรปเปิดเขียวดูดี แต่มาอ่อนตัวกลางตลาดจนดัชนีติดลบ และกลับมาปิดเขียวได้ในที่สุด ทางด้านฝั่งอเมริกา บราซิลปิดเขียว ส่วนตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาตอนเปิดตลาดลบแต่ค่อยๆดีขึ้นจนปิดบวกได้ ดัชนี DAX ของเยอรมนี +0.56% ส่วนดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (DJI) +0.2% ดัชนี DJI สามารถกลับมายืนเหนือ 13,000 จุดได้อีกครั้งหนึ่งหลังจากที่ไม่ได้เห็นตัวเลขระดับนี้มานานหลายปีแล้วตั้งแต่วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์

อัตราแลกเปลี่ยนเมื่อวันที่ 28 เงินดอลลาร์ สรอ อ่อนตัวอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เช้า (เวลาบ้านเรา) usd index อยู่ในกรอบ 78.2 ถึง 78.6 จุด เงินสกุลยุโรปแข็งค่า เงินยูโรกับฟรังก์สวิส +0.5% ส่วนโครน +0.9% และโครนา +0.7%

ทางด้านเงินสกุลเอเชียแปซิฟิกส่วนใหญ่แข็งค่าขึ้นแต่เป็นอัตราที่น้อยกว่าสกุลยุโรป ออสเตรเลียดอลลาร์ +0.1% เงินเยน +0.2% ส่วนดอลลาร์สิงคโปร์ +0.4% ส่วนเงินบาท +0.5%

เมื่อคืนสินค้าโภคภัณฑ์ค่อนข้างผันผวน น้ำมันดิบร่วงแรง ทั้งน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (WTI, CL) และน้ำมันดิบเบรนต์ (Brent, BZ) ราคาปรับลดลงราว -2.0% ส่วนทองคำขึ้นราคาไป +0.7% ในขณะที่โลหะเงินเล่นแรง ขึ้นไป +4.0% ทีเดียว สินค้าเกษตรก็ปรับตัวขึ้น +1.0% ทั้งๆที่ราคาน้ำมันดิบลดลง

เช้านี้ (29/02/2012) ดัชนีดอลลาร์ สรอ (USD index) อยู่ที่ 78.25 จุด ยูโร 1.346 ดอลลาร์ สรอ/ยูโร เงินบาท 30.35 บาท/ดอลลาร์ สรอ

น้ำมันดิบ wti เช้านี้อยู่ที่ 106.4 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล (-1.8%) น้ำมันดิบเบรนต์ 121.7 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล (-1.9%) น้ำมันดิบราคาอ่อนตัวลงค่อนข้างเร็ว ราคาทองคำ 1787 ดอลลาร์ สรอ/ทรอยออนซ์ (+0.7%) ส่วนดัชนีสินค้าเกษตร 80.22 จุด (+0.7%)

ตอนนี้ดูแนวโน้มระยะกลางได้ยากแล้ว อะไรๆก็เข้าสู่ภาวะไร้ทิศทางไปเสียทั้งนั้น ช่วงนี้ควรตามแนวโน้มระยะสั้นไปเรื่อยๆก่อน นักลงทุนประเภทตามแนวโน้มที่ไม่ได้ใช้ตามระบบสัญญาณซื้อขายควรรอดูเฉยๆเพราะการเทรดตามแนวโน้มระยะสั้นโอกาสได้กำไรมีน้อย ส่วนผู้ที่เทรดด้วยสัญญาณซื้อขายก็ว่าไปตามสัญญาณแต่ต้องกัดฟันอดทนกับสัญญาณหลอก คงได้เสียเงินกับสัญญาณหลอกค่อนข้างแน่ รอบนี้จะเจอสัญญาณหลอกกี่ครั้งก็ไม่รู้


อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลสำคัญ เมื่อ 28/02/2012 



ดัชนีตลาดหุ้นสำคัญในโลก เมื่อ 28/02/2012 


Tuesday, February 28, 2012

27/02/2012 * เงินยูโรมีแนวโน้มแข็งค่า, ทองคำยังไร้ทิศทาง

ค่าเงินเช้านี้ 28/02/2012 (รายงานวันเทรดที่ 27/02/2012)


เมื่อวันที่ 27 ตลาดหุ้นฝั่งเอเชียแปซิฟิกส่วนใหญ่ปิดแดง ดัชนีตลาดสำคัญในเอเชียอ่อนตัวตั้งแต่เช้า ดัชนี Set index ปิดที่ 1135.04 (-1.0%) ต่างชาติซื้อสุทธิประมาณ 619 ล้านบาท

ตลาดหุ้นฝั่งยุโรปปิดแดงเป็นส่วนใหญ่ แต่ปรับลงกันไม่มากนัก โดยช่วงต้นและกลางตลาดลงหนักกว่า -1% เพราะที่ประชุมกลุ่ม G-20 เลื่อนการพิจารณาการเพิ่มทุนให้แก่ไอเอ็มเอฟ แต่มาดีขึ้นตอนท้ายตลาดจนปิดลบไม่มากนัก ทางด้านฝั่งอเมริกา บราซิลปิดแดง ส่วนตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาตอนเปิดตลาดลบหนักแต่ค่อยๆดีขึ้นจนปิดลบเพียงเล็กน้อย ดัชนี DAX ของเยอรมนี -0.22% ส่วนดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (DJI) -0.01%

อัตราแลกเปลี่ยนเมื่อวันที่ 27 เงินดอลลาร์ สรอ ปรับตัวในกรอบแคบ usd index อยู่ในกรอบ 78.4 ถึง 78.7 จุด เงินสกุลยุโรปอ่อนค่าลงเล็กน้อย เงินยูโรกับฟรังก์สวิส -0.4% ส่วนโครนกับโครนา -0.6%

ทางด้านเงินสกุลเอเชียแปซิฟิกส่วนใหญ่แข็งค่าขึ้น ออสเตรเลียดอลลาร์ +0.6% เงินเยน +0.8% ส่วนดอลลาร์สิงคโปร์ทรงตัว ส่วนเงินบาทอ่อนค่า -0.3%

เช้านี้ (28/02/2012) ดัชนีดอลลาร์ สรอ (USD index) อยู่ที่ 78.5 จุด ยูโร 1.341 ดอลลาร์ สรอ/ยูโร เงินบาท 30.47 บาท/ดอลลาร์ สรอ

น้ำมันดิบ wti เช้านี้อยู่ที่ 107.9 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล (-2.0%) น้ำมันดิบเบรนต์ 123.3 ดอลลาร์ สรอ/บาเรล (-1.7%) น้ำมันดิบราคาอ่อนตัวลงค่อนข้างเร็ว ราคาทองคำ 1765 ดอลลาร์ สรอ/ทรอยออนซ์ ส่วนดัชนีสินค้าเกษตร 79.50 จุด (+1.0%)

วันนี้ลุงแมวน้ำนำกราฟมาให้ดูหลายภาพ มาดูกราฟกัน


ภาพรวมของอัตราแลกเปลี่ยน เงินเยนอ่อนค่าค่อนข้างมาก กลายเป็นเงินสกุลแข็งอันดับสามไปแล้ว โดยเสียตำแหน่งให้แก่ออสเตรเลียดอลลาร์



เงินยูโรอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นแต่โมเมนตัมยังไม่มากนัก กำลังของแนวโน้มขาขึ้นยังอ่อนอยู่ ต้องตามดูไปอีกระยะหนึ่งว่าจะเป็นขาขึ้นได้จริงหรือไม่



ราคาทองคำ (GC) ยังไม่ไปไหน ขณะนี้อยู่ในภาวะไร้ทิศทาง แนวต้านเดิมอยู่ที่ประมาณ 1795 ดอลลาร์ สรอ/ทรอยออนซ์ 




ขณะนี้ตลาดหุ้น อัตราแลกเปลี่ยน ทองคำ น้ำมันดิบ สินค้าเกษตร ยางพารา มีความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไปจากเดิม ยกตัวอย่างเช่น หากเงินยูโรค่าขึ้นแข็ง เงินดอลลาร์ สรอ ควรจะอ่อนค่าลง แต่เยนก็ถูกแทรกแซงให้อ่อนค่ามากทำให้ดอลลาร์ สรอ แข็งค่าขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่แย้งกัน หรืออย่างเช่นเมื่อดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ราคาน้ำมันดิบกับสินค้าเกษตรควรจะอ่อนตัว แต่ราคาน้ำมันดิบกลับสูงขึ้นเพราะเหตุการณ์เฉพาะในตะวันออกกลาง ฯลฯ ดังนั้นในช่วงนี้ควรให้น้ำหนักกับความสัมพันธ์คู่ต่างๆน้อยลง ควรใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคของหุ้นหรือสินค้าตัวนั้นเป็นหลักดีกว่า




อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลสำคัญ เมื่อ 27/02/2012



ดัชนีตลาดหุ้นสำคัญในโลก เมื่อ 27/02/2012