Monday, March 28, 2011

25/03/2011 มองเศรษฐกิจและการลงทุนปี 2011 (13)


วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 1037.73 จุด เพิ่มขึ้น 3.34 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้มีสัญญาณขาย TRUE และมีสัญญาณซื้อ AOT, SCB ขณะนี้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งหมด 36 ตัว

กลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

ด้านตลาดต่างประเทศ วันนี้ตลาดหุ้นทั่วโลกส่วนใหญ่ปิดเขียว อินเดียปรับตัวขึ้นแรงหลังจากที่ร่วงไปหลายวันจากการประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ


มองเศรษฐกิจและการลงทุนปี 2011 (13)

วันนี้คงเป็นตอนสุดทายสำหรับบทความชุดนี้ ใช้เวลานำเสนอต่อเนื่องบ้างไม่ต่อนเนื่องบ้าง รวมแล้วเป็นเวลานาน 3 เดือน

สำหรับในตอนนี้ลุงแมวน้ำจะเสนอตลาดหุ้นกลุ่มที่สามอันเป็นกลุ่มสุดท้าย นั่นคือ ตลาดหุ้นที่ควรหลีกเลี่ยงหรือควรพิจารณาเป็นอย่างยิ่งหากจะเข้าลงทุน


กลุ่มที่ 3 ตลาดหุ้นที่ควรเลี่ยงหรือพิจารณาให้รอบคอบ

ตลาดหุ้นในกลุ่มนี้เป็นตลาดที่ลุงแมวน้ำมองว่าอยู่ในคลื่น B ซึ่งคลื่น B นี้แม้เป็นคลื่นใหญ่ก็สามารถเทรดได้ แต่ก็ควรต้องเทรดตั้งแต่ต้นคลื่น หากคลื่นดำเนินไปมากแล้วความเสี่ยงจะมีสูงเนื่องจากคลื่น B แมะจะเป็นคลื่นขาขึ้นแหมือนกับคลื่น 5 แต่ก็เป็นเพียง corrective wave ซึ่งไปได้ไม่ไกลเท่ากับคลื่น 5 อันเป็น motive wave


ตลาดหุ้นในกลุ่มคลื่น B (สหรัฐอเมริกา ยุโรป)


ตลาดหุ้นในกลุ่มคลื่น B นี้ที่ขอกล่าวถึงอันดับแรกเลยก็คือตลาดหุ้นของสหรัฐอเมริกา ดังภาพต่อไปนี้




ดังที่ลุงแมวน้ำเคยบอกเอาไว้ว่าในทางเทคนิคแล้ว หากลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาอยู่ในคลื่น B ดัชนีดาวโจนส์ก็คงไปได้ไม่เกิน 14,200 จุด

นอกจากตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาที่อยู่ในคลื่น B แล้ว ตลาดหุ้นในกลุ่มยุโรปโดยเฉพาะกลุ่มยูโรโซน (ยุโรปที่ใช้เงินสกุลยูโรร่วมกัน) และอังกฤษก็น่าจะอยู่ในคลื่น B เช่นเดียวกัน ดังภาพต่อไปนี้ซึ่งเป็นภาพดัชนีตลาดหุ้นของเยอรมนี



ในกลุ่มยุโรปเองนั้นยังมีกราฟดัชนีตลาดหุ้นอีกหลายลักษณะ เช่น ในกลุ่มพวกที่มีปัญหาเศรษฐกิจมาก นั่นคือ อิตาลี สเปน กรีก โปรตุเกส ไอร์แลนด์ จะมีกราฟในลักษณะต่อไปนี้




ที่เห็นในภาพเป็นกราฟตลาดหุ้นกรีซ ซึ่งในทางเทคนิคคงต้องบอกว่าอยู่ในคลื่น A ซึ่งยังไม่จบ หรือกำลังอยู่ในคลื่น C ก็เป็นไปได้ (เนื่องจากคลื่น B มีขนาดเล็ก จึงจบลงและต่อด้วยคลื่น C เร็ว)

ในความเห็นของลุงแมวน้ำ กลุ่มยุโรปในกลุ่มยูโรโซนพึ่งพิงกันค่อนข้างสูง รวมทั้งใช้เงินสกุลเดียวกัน ความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจต่างกัน หากเกิดอะไรขึ้นอาจพาเซไปทั้งกลุ่ม ดังนั้นลุงแมวน้ำจึงจัดให้ประเทศในกลุ่มยูโรโซนเป็นกลุ่มที่สามในภาพรวมเนื่องจากส่วนใหญ่อยู่ในคลื่น B



ตลาดหุ้นที่มีรูปแบบกราฟซับซ้อนหรือนับคลื่นยาก

นอกจากนี้แล้วยังมีบางประเทศที่ดูกราฟแล้วนับคลื่นได้ยาก ลุงแมวน้ำก็จัดอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย ยกตัวอย่างเช่นกราฟตลาดหุ้นสโลวีเนียในยุโรปกลางซึ่งลักษณะเป็นภูเขาลูกเดียวโดดๆ ดูแล้วยังนับคลื่นใหญ่ไม่ถูก ดังนี้



นอกจากนี้ยังมีอีก เช่น ไต้หวัน



ขณะนี้ไต้หวันอยู่ในคลื่นอะไรก็บอกได้ยาก จึงยังบอกไม่ได้ว่าน่าลงทุนหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีอีกหลายตลาดที่ไม่เป็นไปตามรูปแบบพื้นฐาน อย่างเช่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย ลุงแมวน้ำก็ว่านับคลื่นได้ยาก กลุ่มที่นับคลื่นได้ยากหรือนับไม่ถูกนี้ลุงแมวน้ำคงไม่อาจบอกได้ว่าไม่น่าลงทุน เป็นแต่ว่าดูไม่ออกเสียมากกว่า ดังนั้นหากต้องการลงทุนควรพิจารณาให้รอบคอบด้วยปัจจัยประกอบอื่นๆ


มีคำถามที่น่าสนใจอีกคำถามหนึ่ง นั่นก็คือ ตลาดหุ้นที่อยู่ในกลุ่มคลื่น 3 หรือคลื่น 5 เมื่อไรจะจบคลื่น ลุงแมวน้ำคงต้องตั้งสมมติฐานเป็น 2 ประการ คือ

สมมติฐานประการแรก หากตลาดหุ้นแต่ละประเทศไม่อิงกับตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา พูดง่ายๆว่าตลาดใครตลาดมัน หากเป็นกรณีนี้จะจบเมื่อไรคงต้องแล้วแต่ปัจจัยของแต่ละประเทศเอง ซึ่งการใช้การวัดทางเทคนิคอาจช่วยบอกได้บ้างว่าน่าจะไปจบที่ดัชนีเท่าไร

สมมติฐานประการที่สอง ตลาดหุ้นแต่ละประเทศอิงกับตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา หากเป็นกรณีนี้ตลาดสหรัฐอเมริกาจบคลื่น B เมื่อไรตลาดอื่นก็จบเช่นกัน ใครอยู่คลื่น 3 ก็จบคลื่น 3 ใครอยู่คลื่น 5 ก็คงจบคลื่น 5 หน้าตาคลื่นอาจดูแปลกๆได้ เช่น เป็นคลื่นที่จบแบบ failed wave คือไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามปกติ เช่น คลื่น 5 อาจต่ำกว่าคลื่น 3 เป็นต้น

ตลาดหุ้นทั่วโลกอิงกับสหรัฐอเมริกาหรือไม่นั้นน่าสนใจ ลุงแมวน้ำกำลังเตรียมข้อมูลอยู่ เอาไว้เสร็จแล้วจะนำมาคุยกันต่อไป




24/03/2011

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 1034.39 จุด เพิ่มขึ้น 6.85 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้มีสัญญาณซื้อ BBL, KBANK, LH, TMB ขณะนี้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งหมด 35 ตัว

กลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้มีสัญญาณซื้อฟิวเจอร์สของ BBL, LH, QH

ด้านตลาดต่างประเทศ วันนี้ตลาดหุ้นทั่วโลกส่วนใหญ่ปิดเขียว ทำให้ดัชนีหลายตัวเกิดสัญญาณซื้อขึ้น อาทิ ดัชนีกลุ่มยุโรปเหนือ (Nordic Europe Index, E3DOW) ดัชนีกลุ่มอาเซียน (ASEAN Index) ดัชนีกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets Index, W5DOW)

ในระดับประเทศ วันนี้ดัชนีตลาดหุ้นแอฟริกาใต้ (ZADOWD) และอินโดนีเซีย (JKSE) เกิดสัญญาณซื้อ






Friday, March 25, 2011

23/03/2011

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 1027.54 จุด เพิ่มขึ้น 8.40 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้มีสัญญาณซื้อ CPN, GLOW ขณะนี้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งหมด 31 ตัว ระยะนี้หุ้นขึ้นแต่บางวันก็ไม่ค่อยมีวอลุ่ม อีกทั้งหุ้นที่เกิดสัญญาณซื้อเพิ่มไม่มาก แสดงว่าหุ้นขึ้นด้วยตัวนำดัชนีเพียงไม่กี่ตัว

ในระยะสั้นดัชนี SET กลับตัวเป็นขาขึ้น แต่ยังไม่แน่ใจว่าขาขึ้นนี้เป็นการรีบาวด์ในขาลง (reactive wave) หรือว่าเป็นขาขึ้นในขาขึ้น (motive wave) อาจต้องรอดูไปถึงสัปดาห์หน้า

กลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย ยางพาราขึ้นติดเพดานเป็นวันที่สี่

ด้านตลาดต่างประเทศ วันนี้ตลาดหุ้นทั่วโลกปิดคละเคล้ากันไป มีทั้งปิดเขียวและปิดแดง ตลาดหุ้นอียิปต์เริ่มเปิดทำการอีกครั้งหลังจากหยุดมานานเกือบเดือนเนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบ




Wednesday, March 23, 2011

22/03/2011 * CL, การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรวันดา





วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 1019.14 จุด ลดลง 0.79 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้มีสัญญาณขาย BBL ขณะนี้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งหมด 29 ตัว

กลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย ราคาน้ำมันดิบ (CL) กลับพุ่งขึ้นมาอีก

ด้านตลาดต่างประเทศ วันนี้ตลาดหุ้นทั่วโลกปิดคละเคล้ากันไป มีทั้งปิดเขียวและปิดแดง ตลาดด้านอเมริกาและยุโรปส่วนใหญ่ปิดแดง ส่วนตลาดด้านเอเชียส่วนใหญ่ปิดเขียว

ด้านราคาน้ำมันดิบ (CL) ปรับตัวสูงขึ้นมาอีก ลองดูกราฟน้ำมันดิบต่อไปนี้



ดังที่ลุงแมวน้ำเคยบอกว่าขณะนี้ CL อยู่ในคลื่นลูกใดระหว่างคลื่น 5 กับคลื่น B ยากตอบได้เนื่องจากดูก้ำกึ่ง แต่ความเห็นของลุงแมวน้ำโน้มเอียงไปทางที่ว่าขณะนี้อยู่ในคลื่น 5 มากกว่า

ขณะนี้ราคาน้ำมันดิบมาป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆระดับ fibonacci ที่ 61.8% หรือที่ราวๆ 104 ดอลลาร์/บาเรล หากเป็นคลื่น 5 ราคาน้ำมันอาจปรับตัวย่อลงมาบ้างเนื่องจากถึงระดับ fibonacci จากนั้นคงทะยานขึ้นต่อไปอีก โดยราคาอาจไปถึง 215 ดอลลาร์/บาเรล อันเป็นระดับ fibonacci 161.8% อย่าคิดว่าราคาน้ำมันดิบจะพุ่งสูงขนาดนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ทั้งนี้เพราะตลาดฟิวเจอร์สมีส่วนในการเก็งกำไร ทำให้ราคาสินค้าแกว่งตัวขึ้นแรงลงแรง โดยดูได้จากราคายางพาราที่ผ่านมา แต่ราคาน้ำมันในครั้งนี้ไม่ใช่ขึ้นแล้วยืนได้ แต่เป็นการขึ้นแรงเพื่อไปจบคลื่น 5 หลังจากนั้นราคาน้ำมันจะเข้าสู่คลื่นขาลง A-B-C

ผลจากราคาน้ำมันที่ขึ้นอย่างรุนแรงในคลื่น 5 จะเป็นอย่างไร อนาคตเป็นเรื่องที่เราไม่รู้ แต่หากดูจากอดีต เมื่อราคาน้ำมันขึ้น หุ้นในกลุ่มพลังงานมักได้รับอานิสงส์ ดัชนีตลาดหลักทรัพย์จะดีขึ้นเนื่องจากหุ้นพลังงานเป็นตัวนำ แต่หากราคาน้ำมันยังขึ้นต่อไป เมื่อสูงถึงระดับหนึ่งตลาดจะกลายเป็นตอบสนองในทางลบเพราะมองว่าราคาน้ำมันที่สูงเกินไปเป็นเครื่องบั่นทอนเศรษฐกิจ ดังนั้นเมื่อถึงจุดนั้นความคิดของตลาดจะเปลี่ยนและตลาดหุ้นจะกลายเป็นปรับตัวลงสวนทางกับราคาน้ำมัน

ลุงแมวน้ำคาดว่าราคาน้ำมันดิบคงปรับตัวขึ้นไปอีกเรื่อยๆ ไม่ว่าสถานการณ์ในโลกอาหรับและลิเบียจะเป็นอย่างไรก็ตาม


แถมท้ายสำหรับวันนี้ ลุงแมวน้ำเอาภาพสงครามกลางเมืองมาให้ดู 2 ภาพ ภาพบนเป็นเหตุการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในประเทศรวันดา (Rwanda) ที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2537 (1994) อันเป็นเหตุการณ์ที่ชนเผ่าฮูตู (Hutu) ซึ่งเป็นชนหมู่มากในประเทศรวันดาไล่เข่นฆ่าชนเผ่าทุตซี (Tutsi) ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อย เหตุการณ์ไล่ล่าเข่นฆ่าดำเนินไปประมาณ 3 เดือน ประเมินกันว่ามีผู้เสียชีวิตมากถึง 800,000 ถึง 1,000,000 คน โดยเหตุการณ์ในครั้งนั้นสหประชาชาติไม่เข้าระงับยับยั้งความรุนแรงที่เกิดขึ้น รายละเอียดดูได้จาก การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรวันดา

ในตอนนั้นยังไม่มีสังคมสื่อสารออนไลน์และชุมชนออนไลน์เช่นในวันนี้ ข่าวเรื่องรวันดาเป็นข่าวต่างประเทศที่กินเนื้อที่ข่าวไม่มากนักในหน้าหนังสือพิมพ์ โลกในยุคนั้นกว้างใหญ่กว่าในยุตนี้ การนำเสนอข่าวยังไม่ฉับไว ดังนั้นเรื่องในประเทศรวันดา ทวีปแอฟริกาจึงดูเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่สามารถสร้างอารมณ์ร่วมแก่ผู้เสพข่าวได้มากเท่ากับการใช้สื่อในสมัยนี้ แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ลุงแมวน้ำก็ติดตามข่าวนี้ด้วยความสนใจและรู้สึกเศร้าสลดใจกับจำนวนผู้เสียชีวิตอันมากมายที่เข่นฆ่ากันอย่างไม่หยุดยั้ง

มาในปี 2554 (2011) กองกำลังสหประชาชาติเข้าโจมตีกองทัพของรัฐบาลลิเบียโดยให้เหตุผลว่าเพื่อยับยั้งการเข่นฆ่าสังหารระหว่างกองกำลังของรัฐบาลและกองกำลังของประชาชนในลิเบีย ประเด็นที่น่าคิดซึ่งลุงแมวน้ำอยากฝากไว้ขบคิดพิจารณาก็คือ อะไรคือความแตกต่างของสองเหตุการณ์นี้ ทำไมสหประชาชาติจึงไม่ใช้กองกำลังเข้าระงับเหตุการณ์ในรวันดาเพื่อรักษาชีวิตของคนจำนวนมากมายเอาไว้ แต่กลับสามารถใช้กองกำลังเข้าโจมตีกองทัพของรัฐบาลลิเบีย




21/03/2011

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 1019.93 จุด เพิ่มขึ้น 16.64 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย ขณะนี้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งหมด 30 ตัว

กลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

วันนี้ตลาด TFEX มีผลิตภัณฑ์ฟิวเจอร์สเพิ่มขึ้นมาอีก 16 ตัว เป็น stock futures หรือฟิวเจอร์สที่อ้างอิงกับหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง สำหรับฟิวเจอร์สของหุ้นนี้ลุงแมวน้ำขอติดตามสักประมาณ 1-2 เดือนแล้วจะเลือกเฉพาะตัวที่มีปริมาณซื้อขายพอสมควรและสามารถเทรดได้เข้ามาไว้ในรายงาน หากไม่มีการซื้อขายหรือมีน้อยมากก็ไม่น่าเทรด

ด้านตลาดต่างประเทศ วันนี้ตลาดหุ้นทั่วโลกส่วนใหญ่ปิดเขียว นำโด่งโดยเปรู ตามมาด้วยชิลีและสเปน ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ของประเทศโปแลนด์ สเปน และโปรตุเกสเกิดสัญญาณซื้อ





Monday, March 21, 2011

18/03/2011 * มองเศรษฐกิจและการลงทุนปี 2011 (12)

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 1003.29 จุด เพิ่มขึ้น 0.94 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้มีสัญญาณขาย TMB ขณะนี้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งหมด 30 ตัว

กลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

ด้านตลาดต่างประเทศ วันนี้ตลาดหุ้นทั่วโลกส่วนใหญ่ปิดเขียว อินเดียร่วงจากการประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ส่วนจีนนั้นในตอนท้ายวันมีประกาศสั่งให้ธนาคารกันสำรองเพิ่มอีก คงต้องดูผลกระทบในวันถัดไป ด้านสหประชาชาติมีมติให้ใช้กำลังทหารเข้าแทรกแซงประเทศลิเบีย

ช่วงนี้เหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวาย ตลาดยางพาราราคาแกว่งยิ่งกว่าคลื่นในทะเล หลังจากที่ราคาดำดิ่งลงติดฟลอร์มาหลายวัน ก็กลับมารีบาวด์และราคาติดเพดานมา 3 วันติดกันแล้ว แต่เท่าที่ดูจากปริมาณซื้อขาย ผู้ที่เปิดสัญญาด้านชอร์ตเอาไว้คงพอปิดสัญญาและออกได้ คงไม่ต้องถูกขังติดต่อกันหลายวัน ราคาเพดานและพื้นของฟิวเจอร์ส์ยางพารา RSS3 ในขณะนี้อยู่ที่ 7 บาท คือขึ้นหรือลงได้สูงสุดไม่เกิน 7 บาทต่อวันซึ่งหมายความว่าลงทุนไป 1 สัญญาเงินอาจงอกหรือหดได้ถึงวันละ 35,000 บาท

ทางด้านราคาทองคำ (GC) ช่วงนี้ราคาแกว่งมากเช่นกัน ตั้งแต่เหตุการณ์ภัยพิบัติที่ญี่ปุ่นราคาทองก็ร่วงลงมา ทั้งนี้ เนื่องจากเงินเยนแข็งค่าขึ้น (ปกติหากเงินเยนแข็งราคาทองคำจะลง) ประกอบกับนักลงทุนประเมินกันว่าในภาวการณ์เช่นนี้ประเทศญี่ปุ่นต้องการเงินมาฟื้นฟูประเทศ ดังนั้นจึงไม่ใช่เวลาที่จะมาถือทองแต่ต้องถือเงินสด รวมทั้งอาจมีการขายทองออกมาเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินสดอีกด้วย ดังนั้นราคาทองคำจึงร่วง แต่วันนี้เอง ราคาทองคำกลับพุ่งขึ้นอีก น่าจะเป็นเนื่องจากข่าวที่สหประชาชาติมีมติแทรกแซงลิเบียและเตรียมส่งกองกำลังเข้าไป

จะเห็นว่าการขึ้นลงของราคาหุ้นหรือสินค้าล้วนแต่เกี่ยวพันกับปัจจัยมากมาย ดังนั้นการวิเคราะห์ด้วยปัจจัยพื้นฐานจึงมีความยากอยู่ที่ว่านำเอาปัจจัยอะไรมาพิจารณาบ้าง และจะให้น้ำหนักปัจจัยไหนเท่าไร ผลกระทบต่อราคาเป็นเท่าไร บางปัจจัยก็มีน้ำหนักต่างกันในระยะเวลาที่ต่างกัน ยากที่ใครจะคำนวณได้อย่างถูกต้อง

การขึ้นลงของราคาเป็นผลจากอารมณ์ของนักลงทุนที่ตอบสนองต่อข่าวสารมากกว่าผลจากปัจจัยพื้นฐาน อารมณ์ของนักลงทุนก็มีหลากหลาย ดังนั้นภายใต้ภาวการณ์ที่อารมณ์ตลาดรุนแรงและไม่แน่นอนเช่นนี้ การเก็งกำไรระยะสั้นด้วยการกะเก็งอารมณ์ตลาดอาจพลาดพลั้งได้ง่าย หรือแม้แต่การเก็งกำไรระยะสั้นด้วยเครื่องมือทางเทคนิคระยะสั้นก็ยังทำได้ยาก



มองเศรษฐกิจและการลงทุนปี 2011 (12)


ในตอนที่แล้วลุงแมวน้ำคุยถึงตลาดหุ้นในกลุ่มที่ 2 คือกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง โดยกล่าวถึงกลุ่มละตินอเมริกาไปแล้ว วันนี้เรามาดูตลาดหุ้นในกลุ่มที่ 2 นี้กันต่อ


กลุ่มที่ 2 ตลาดหุ้นที่มีความเสี่ยงสูง


ทวีปอเมริกา

แคนาดา

มาดูกราฟตลาดหุ้นของแคนาดากัน ดังภาพต่อไปนี้



แม้ว่าประเทศแคนาดาจะอยู่ในกลุ่มตลาดที่พัฒนาแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่น่าจะอยู่ในคลื่น B เหมือนกับสหรัฐอเมริกาและยุโรป แต่เนื่องจากแคนาดามีทรัพยากรธรรมชาติมาก เศรษฐกิจจึงค่อนข้างมั่นคง ประกอบกับพัฒนาการของตลาดหุ้นค่อยเป็นค่อยไป ไม่หวือหวามาก ประกอบกับจากภาพข้างบนก็แยกแยะได้ยากว่ายอดคลื่นที่ผ่านมาเป็นคลื่น 3 หรือ 5 กันแน่ ดังนั้นจึงบอกได้ยากว่าปัจจุบันอยู่ในคลื่น 5 หรือคลื่น B กันแน่ หากเป็น 5 คลื่น 5 นี้ก็มีโอกาสไปได้อีกไกล หากเป็นคลื่น B ก็คงใกล้จบคลื่นแล้ว ลุงแมวน้ำมองค่อนไปทางปัจจุบันเป็นคลื่น 5 มากกว่า ดังนั้นจึงจัดให้อยู่ในกลุ่มน่าลงทุนแต่ความเสี่ยงสูงเนื่องจากเผื่อการนับคลื่นผิด


ยุโรปตะวันออก

ทางด้านยุโรปตะวันออก (ยุโรปนี้มีวิธีจัดแบ่งกลุ่มที่นิยมกันอยู่สองแบบ คือ แบบหนึ่งแบ่งเป็นยุโรปตะวันตก ยุโรปกลาง และยุโรปตะวันออก กับอีกแบบหนึ่งแบ่งเป็นยุโรปตะวันตกกับตะวันออก ลุงแมวน้ำใช้แบบหลัง) ในทางปัจจัยพื้นฐานถือว่าเป็นกลุ่มตลาดเกิดใหม่ที่มีแนวโน้มแจ่มใสทีเดียว อาทิ โปแลนด์ สาธารณรัฐเชค ฮังการี ฯลฯ ซึ่งไม่ได้อยู่ในกลุ่มยูโรโซน สำหรับโปแลนด์ เชค และฮังการีนั้นในทางเทคนิคก็ถือว่ากราฟดัชนีตลาดหุ้นอยู่ใน คลื่น 5 แต่ไม่ใช่ต้นคลื่น โดยเฉพาะโปแลนด์เนื่องจากดัชนีอยู่ในระดับหลายหมื่นจุดแล้ว ถือว่าเดินทางมาไกลแล้ว ก็น่ากลัวอยู่เหมือนกัน







ทวีปแอฟริกา

แอฟริกาใต้

เมื่อจบทวีปอเมริกาแล้วก็มาดูทางด้านทวีปแอฟริกากันบ้าง ประเทศที่เนื้อหอมเป็นที่หมายปองของนักลงทุนต่างชาติเนื่องจากมีความมั่งคั่งด้านทรัพยากรธรรมชาติและโอกาสในการลงทุน นั่นก็คือประเทศแอฟริกาใต้ ลองดูกราฟต่อไปนี้



จากภาพ เห็นได้ค่อนข้างชัดว่าตลาดหุ้นของแอฟริกาใต้อยู่ในคลื่น 5 แต่เนื่องจากไม่ใช่ต้นคลื่นแล้ว ไม่มีใครรู้ว่าคลื่นนี้จะจบที่ใด จึงถือว่ามีความเสี่ยงสูงกว่ากลุ่มที่ 1


เอเชีย

จากทวีปแอฟริกาก็มาที่ทวีปเอเชีย ทวีปนี้มีหลายประเทศที่ลุงแมวน้ำจัดให้อยู่ในกลุ่มที่ 2 นี้

รัสเซีย

ดูกราฟตลาดหุ้นรัสเซีย



ตลาดหุ้นรัสเซียน่าจะอยู่ในคลื่น 5 เท่าที่ลุงแมวน้ำติดตามข่าวสารมา กองทุนหลายแห่งหลีกเลี่ยงการลงทุนในรัสเซียแม้จะดูว่าเป็นตลาดที่ยังมีโอกาสทำกำไรได้ ทั้งนี้ ก็เนื่องจากปัญหาด้านธรรมาภิบาล หากตลาดไม่โปร่งใสอะไรก็เกิดขึ้นได้


อินเดีย

ตอนนี้อินเดียมีปัญหาเรื่องการเจริญเติบโตที่รวดเร็วเกินไป เงินเฟ้อและค่าครองชีพสูงกำลังเป็นปัญหาหนักอกของรัฐบาลอินเดีย



ส่วนทางด้านตลาดหุ้นนั้น จากกราฟลุงแมวน้ำประเมินว่าน่าจะอยู่ในคลื่น 5 และไม่ใช่ต้นคลื่นแล้ว


อินโดนีเซีย

ดูกราฟตลาดหุ้นอินโดนีเซียดังต่อไปนี้



ลุงแมวน้ำประเมินว่าอยู่ในคลื่น 5 ซึ่งดำเนินไปไกลมากแล้ว ไม่รู้ว่าจะจบคลื่นช้าเร็วเพียงใด


ปากีสถาน


ตลาดหุ้นปากีสถานก็เป็นตลาดเกิดใหม่ที่เนื้อหอมอีกตลาดหนึ่ง ดูจากกราฟแล้วน่าจะอยู่ในคลื่น 5 หากเปรียบเทียบกับกราฟของอินเดียและอินโดนีเซียแล้วนับว่าเป็นคลื่น 5 ที่ไปไกลน้อยกว่าตลาดทั้งสอง ความเสี่ยงจึงดูน่าจะน้อยกว่า


ศรีลังกา



ตลาดหุ้นศรีลังกาเป็นตลาดที่ลุงแมวน้ำประเมินว่าน่าจะอยู่ในคลื่น 3 ไม่ใช่คลื่น 5 เหมือนตลาดอื่นๆที่ผ่านมา ทว่าแม้จะเป็นคลื่น 3 แต่ว่าก็ไปไกลมากแล้ว หากจบคลื่น 3 เมื่อไรก็เป็นคลื่น 4 ที่อาจลงลึกและแกว่งตัวกินเวลานานกว่าจะเข้าคลื่น 5 ดังนั้นด้วยความที่เป็นคลื่น 3 จึงน่าลงทุน แต่ด้วยความที่เป็นคลื่น 3 ที่ไปไกลแล้วจึงถือว่ามีความเสี่ยงสูง


อิสราเอล

ประเทศสุดท้ายในกลุ่มเอเชียและเป็นประเทศสุดท้ายในกลุ่ม 2 นี้ลุงแมวน้ำขอเสนอประเทศอิสราเอล



ประเทศอิสราเอลไม่ใช่เรื่องไกลตัว ขณะนี้บ้านเราก็มีกองทุนตราสารหนี้ประเทศอิสราเอลออกขาย ตลาดหุ้นของประเทศอิสราเอลอยู่ในคลื่น 5 เท่าที่ดูจากพัฒนาการของคลื่นถือว่าตลาดแห่งนี้มีพัฒนาการที่มั่นคง ไม่หวือหวาเกินไป แต่ก็มีความเสีย่งสูงเนื่องจากเป็นคลื่น 5 ที่ไม่ใช่ระยะต้นคลื่นแล้ว


สำหรับตลาดในกลุ่ม 2 ก็คงมีเพียงเท่านี้ ลุงแมวน้ำตั้งข้อสังเกตว่ากองทุนที่เป็นกองทุนลงทุนในตลาด BRIC หรือว่าลงทุนในตลาดบราซิล รัสเซีย อินเดีย และจีนนั้น มีเพียงตลาดจีนเท่านั้นที่อยู่ในกลุ่มที่ 1 ส่วนอีกสามประเทศลุงแมวน้ำจัดอยู่ในกลุ่มที่ 2 ความเสี่ยงดูจะไม่เท่ากัน





Friday, March 18, 2011

17/03/2011 * Currencies, กัมมันตภาพรังสี กัมมันตรังสี กับความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน




วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 1002.35 จุด ลดลง 5.78 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้มีสัญญาณขาย AOT, KBANK, MAKRO, SCB ขณะนี้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งหมด 31 ตัว

กลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ฟิวเจอร์สของก๊าซธรรมชาติ (NG) เกิดสัญญาณซื้อ

ด้านตลาดต่างประเทศ วันนี้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวกระจัดกระจาย ทางฝั่งอเมริกากับยุโรปส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้น ทางฝั่งแอฟริกากับเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง ดัชนีตลาดหุ้นอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์เกิดสัญญาณขาย ดัชนีกลุ่มอาเซียน (ASEAN) ก็เกิดสัญญาณขาย

ตลาดหุ้นทั่วโลกเด้งขึ้นวันหนึ่ง เด้งลงวันหนึ่ง ผันผวนเอาการ ปัจจัยหลายๆอย่างผสมปนเปกันจนยุ่งไปหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสภาพเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา วิกฤตหนี้ของหลายประเทศในกลุ่มยุโรป ความไม่สงบในโลกอาหรับ และปัญหาวิกฤตนิวเคลียร์ในญี่ปุ่น ดังนั้นหากวิเคราะห์เชิงปัจจัยพื้นฐานคงปวดหัวเนื่องจากประเมินไม่ถูกว่าปัจจัยอะไรมีน้ำหนักมากน้อยเพียงใด ทางสายปัจจัยทางเทคนิคเองก็คงปวดหัวไม่แพ้กันเพราะตลาดในช่วงนี้มีการแกว่งตัวแรง อีกทั้งยังไม่มีทิศทางชัดเจน หากไม่มีแนวโน้มหรืออยู่ในภาวะไร้ทิศทางพวกสายเทคนิคก็เหนื่อยเช่นกัน

ทางด้านค่าเงิน ลองดูภาพต่อไปนี้




จะเห็นว่าในระยะสั้นๆที่ผ่านมาเงินเยนของญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้นมาอย่างรวดเร็วซึ่งเป็นไปตามคาดเนื่องจากมีเงินไหลกลับเข้าประเทศญี่ปุ่น ในขณะที่เงินดอลลาร์ออสเตรเลียกับดอลลาร์แคนาดาอ่อนค่าอย่างรวดเร็วเช่นกัน เงินบาทไทยกับดอลลาร์สิงคโปร์เปลี่ยนแปลงแข็งค่าไม่มากนัก ในขณะที่ทองคำอ่อนค่าลงไปบ้างแต่ไม่มากเช่นกัน แสดงให้เห็นภาพของการเคลื่อนย้ายทุนได้ค่อนข้างชัด


กัมมันตภาพรังสี กัมมันตรังสี กับความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน


ช่วงนี้ไม่ว่าเราจะอ่านหนังสือพิมพ์หรือดูข่าวช่องใดก็ล้วนหนีไม่พ้นข่าวสารที่เกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่น เริ่มแรกเป็นประเด็นแผ่นดินไหวและสึนามิเป็นหลัก แต่ว่าต่อมาเป็นระเด็นเกี่ยวกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าโรงไฟฟ้าพลังปรมาณูก็กลับกลายเป็นประเด็นร้อนแทน

เท่าที่ลุงแมวน้ำติดตามข่าวสารดู เรื่องโรงไฟฟ้านั้นเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับศัพท์เทคนิค ดังนั้นจะเห็นว่าการรายงานข่าวเกี่ยวกับเรื่องรังสีนั้นใช้คำสับสนปนเปกกันไปหมด ไม่ว่าจะเป็นกัมมันตรังสี สารกัมมันตรังสี สารกัมมันตภาพรังสี โรงไฟฟ้าระบิด แถมยังตามมาด้วยประเด็นร้อนระลอกหลัง นั่นคือ การเอายาทาแผลเบตาดีนทาที่ลำคอเพื่อป้องกันรังสี กับเรื่องราวอื่นๆอีกหลายเรื่องที่เกี่ยวกับเรื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมา ไดอิจิ (Fukushima Daichi) แห่งนี้

ลุงแมวน้ำนอกจากมีหัวทางคำนวณบ้างนิดหน่อยแล้ว ในยามว่างหลังจากการแสดงยังชอบอ่านพวกเรื่องวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอีกด้วย ดังนั้นก็พอจะมีความรู้ทางวิทยาศาสตร์ติดปลายครีบอยู่บ้าง เห็นว่าบางเรื่องเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนอันเนื่องมาจากการใช้คำศัพท์ที่สับสน ประกอบกับเรื่องทางเทคนิคนั้นคนทั่วไปอาจยังขาดความเข้าใจ จึงทำให้วิตกกังวลไปโดยใช่เหตุ ดังนั้นวันนี้ลุงแมวน้ำจึงขอคุยเกี่ยวกับเรื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์บ้างเพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนขึ้น

สารกัมมันตรังสีและกัมมันตภาพรังสี เหมือนกันหรือแตกต่างกัน

ก่ออื่นเรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับคำศัพท์ที่เกี่ยวกับรังสีกันก่อน ศัพท์ที่สำคัญที่ปรากฏในข่าวและมักทำให้ผู้อ่านเข้าใจคลาดเคลื่อนมีอยู่ 2 คำ นั่นคือ สารกัมมันตรังสี และกัมมันตภาพรังสี

เรามาดูคำว่าสารกัมมันตรังสีกันก่อน สารกัมมันตรังสีนั้นเป็นสสารหรือว่าเป็นสิ่งที่มีตัวตนและจับต้องได้ หากเปรียบเทียบก็คงเปรียบเทียบได้กับก้อนถ่าน (ถ่านหุงข้าว ไม่ใช่ถ่านไฟฉาย) ที่ลุกไหม้อยู่ ตัวก้อนถ่านที่ลุกไหม้นั้นเปรียบได้กับสารกัมมันตรังสี

ส่วนกัมมันตภาพรังสีนั้นเป็นพลังงานที่แผ่ออกมาจากตัวสารกัมมันตรังสี หากสารกัมมันตรังสีเปรียบได้กับถ่านที่ลุกไหม้ กัมมันตภาพรังสีก็เปรียบได้กับความร้อนที่แผ่ออกมาจากก้อนถ่านนั่นเอง

โดยปกติกัมมันตภาพรังสีซึ่งเป็นพลังงานนั้นเราสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ เปรียบเหมือนกับความร้อนจากก้อนถ่าน หากเอามือไปอังห่างๆเราจะรู้สึกถึงความร้อน แและหากเอามือไปอังใกล้ๆ ความร้อนอาจทำให้ผิวหนังไหม้ได้ แต่เมื่อเราถอนมือออกมา ความร้อนนั้นก็สลายคลายไปจากมือของเรา ไม่ได้ติดอยู่ที่มือเรา ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่าพลังงานความร้อนนั้นส่งผลต่อมือของเราได้ แต่พลังงานนั้นไม่ได้ตกค้างที่มือของเรา ฉันใดก็ฉันนั้น กัมมันตภาพรังสีที่เป็นพลังงานนั้นมีผลต่อเนื้อเยื่อแต่ไม่ได้ตกค้างในเนื้อเยื่อ ดังนั้นเราจึงเอามาทำประโยชน์ได้ เช่น อาหารฉายรังสี ผลไม้ฉายรังสี แหนมฉายรังสี ฯลฯ พวกนี้คือการเอาอาหารไปรับพลังงานกัมมันตภาพรังสีอันเป็นการถนอมอาหารให้มีอายุยาวนานขึ้น ซึ่งเมื่อฉายเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ไม่มีพลังงานตกค้างแต่อย่างใด อาหารจะไม่มีกัมมันตภาพรังสีตกค้าง สามารถรับประทานได้อย่างวางใจ

ทีนี้มารู้จักกับสารกัมมันตภาพรังสีบ้าง ซึ่งลุงแมวน้ำเปรียบเหมือนกับก้อนถ่านที่ลุกแดง สารกัมมันตรังสีนี้คือสสาร มีตัวตน ไม่ใช่พลังงาน แต่ส่งพลังงานออกมาได้เรื่อยๆ ดัังนั้นหากเราเอาสารกัมมันตรังสีใส่กระเป๋าเสื้อเอาไว้ก็เหมือนกับการเอาก้อนถ่านลุกแดงใส่กระเป๋าเสื้อเอาไว้นั่นเอง มันจะปล่อยความร้อนออกมาเผาไหม้ผิวเนื้อของเราไปเรื่อยๆโดยไม่ยอมหยุด จนกว่าตัวมันจะมอดไหม้หมดก้อนไปเองนั่นแหละพลังงานความร้อนจึงจะหมดไป หากถ่านก้อนนั้นต้องลุกไหม้หลายเดือนกว่าจะเผาไหม้หมดก็เท่ากับเราโดนความร้อนแผดเผาอยู่ที่หน้าอกอยู่นานนับเดือนนั่นเอง รวมทั้งหากสมมติว่าเราเอาถ่านลุกไหม้นี้ไปใส่ในผักผลไม้ มันก็จะให้ความร้อนอยู่ในผลไม้นั่นเอง เมื่อเรากินผลไม้ลงไป ถ่านนี้ก็จะไปลุกไหม้ต่ออยู่ในร่างกายของเรา เผาตับไตไส้พุงของเราต่อไป

เรื่องของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์นั้นสิ่งที่เรากลัวกันก็คือการที่สารกัมมันตรังสีซึ่งมีลักษณะเป็นฝุ่นเม็ดเล็กๆรั่วไหลออกมา ฝุ่นกัมมันตรังสีเหล่านี้มีบางส่วนที่มีอายุยาวนานนับสิบปี มันจะปล่อยพลังงานหรือกัมมันตภาพรังสีออกมาเรื่อยๆ ดังนั้นหากฝุ่นเหล่านี้กระจายอยู่ในบรรยากาศ มันจะตกลงไปในแหล่งน้ำ คนและสัตว์จะหายใจเข้าไป พืชจะดูดเข้าไป ดังนั้นชีวิตและสิ่งแวดล้อมจะปนเปื้อนด้วยสารกัมมันตรังสี เมื่อเรากินอาหาร กินผัก ดื่มน้ำ หายใจ ก็จะได้รับฝุ่นกัมมันตรังสีเหล่านี้เข้าไปในร่าง ซึ่งเมื่อใดมีมันเข้าไปในร่างกายมันก็ทำหน้าที่เป็นสารก่อมะเร็งนี่เอง

ดังนั้นที่หลายๆประเทศเข้มงวดกับอาหารนำเข้าที่มีแหล่งกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่นนั้นที่กลัวก็เพราะกลัวว่าฝุ่นกัมมันตรังสีจะปนเปื้อนอยู่ในอาหารนั่นเอง


โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ระเบิด

คำนี้ใช้ได้ไม่ผิด แต่คนทั่วไปอาจเข้าใจความหมายผิดไป การระเบิดของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์นี้ไม่ได้หมายถึงว่าโรงไฟฟ้านี้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่แล้วปลดปล่อยพลังงานอันมหาศาลออกมาเหมือนดังระเบิดนิวเคลียร์ที่กวาดทำลายทั้งชีวิตและสิ่งก่อสร้างไปจนหมดสิ้น แต่การระเบิดของโรงไฟฟ้าที่พูดถึงกันนี้เกิดจากสาเหตุอื่นๆที่ยังไม่ทราบชัด เช่น แต่เปรียบเทียบได้กับกาต้มน้ำที่ปิดฝาแน่น พอน้ำเดือดก็ดันจนฝาระเบิดกระด็นออกมา หรือเปรียบได้กับแก๊สหุงต้มที่รั่วแล้วติดไฟกลายเป็นเปลวเพลิงและมีแรงระเบิด จะเป็นทำนองนั้น ประเด็นที่กลัวกันก็คือแรงระเบิดจะพาเอาฝุ่นกัมมันตรังสีปลิวออกมาด้วย


เบตาดีนทาลำคอป้องกันพิษจากสารกัมมันตรังสี

เรื่องหลอกกันทางฟอร์เวิร์ดเมล์เรื่องนี้ทำได้เนียนมากเพราะมีเหตุผลเข้าเค้าทีเดียว

เรื่องนี้บอกเอาไว้ว่าหากได้รับฝุ่นกัมมันตรังสีจำพวกไอโอดีนกัมมันตรังสีเข้าไป มันจะไปสะสมที่ต่อมไทรอยด์ที่ในลำคอ หนทางที่จะทำให้ไอโอดีนกัมมันตรังสีไม่ไปสะสมที่ต่อมไทรอยด์ก็คือการชิงรับไอโอดีนปกติเข้าไปเสียก่อน ซึ่งในเบตาดีนนั้นมีสารประกอบไอโอดีนอยู่ ชื่อยาก็ลงท้ายด้วยอะไรดีนๆ ยิ่งฟังดูเข้าเค้า

เรื่องนี้ไม่จริง การทาเบตาดีนไม่ได้ช่วยอะไรเลย นอกจากจะทำให้คอเหลืองและทำให้คนอื่นรู้ว่าเราโดนหลอก


ฝนตก อากาศหนาวในช่วงสองสามวันมานี้เกิดจากการระเบิดของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในญี่ปุ่น และส่งผลกระทบต่อภูมิอากาศ

นี่ก็มีหลายคนที่เชื่อ แต่เรื่องนี้ก็ไม่มีมูลความจริง การระเบิดที่โรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ ไดอิจิ นั้นเปรียบเหมือนถังแก๊สระเบิดดังที่ได้กล่าวไปแล้ว รวมทั้งปรากฏการณ์แผ่นดินไหวในทะเลนอกชายฝั่งของประเทศญี่ปุ่นที่ผ่านมาก็ไม่ได้ส่งผลต่อภูมิอากาศในช่วงนี้เลย หากภูเขาไฟระเบิดและพ่นเถ้าถ่านปริมาณมากออกมาปกคลุมท้องฟ้าเอาไว้ กรณีนั้นจึงมีผลกระทบต่อภูมิอากาศ อากาศที่หนาวเย็นละฝนที่ตกลงมาในช่วงสองสามวันมานี้เป็นความเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ เกิดจากมวลอากาศที่มีความกดอากาศสูงจากประเทศจีนพัดเข้ามา ส่วนที่ว่าเหตุใดในช่วงนี้ภูมิอากาศจึงแปรปรวนมาก อากาศอันหนาวเย็นนี้ไม่ได้เกิดเฉพาะในประเทศไทย แต่เกิดในภูมิภาคต่างๆทั่วโลก ในยุโรป สหรัฐอเมริกา ก็ล้วนแต่มีอุณหภูมิลดลง ซึ่งสาเหตุของความแปรปรวนเป็นเรื่องที่นักวิทยาศาสตร์ต้องศึกษากันต่อไป แต่ไม่ได้มาจากแผ่นดินไหวนอกชายฝั่งญี่ปุ่นและโรงไฟฟ้านิวเคลียร์





Thursday, March 17, 2011

16/03/2011 * DJI, DX, DBA

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 1008.13 จุด เพิ่มขึ้น 5.03 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้มีสัญญาณขาย LH, THAI ขณะนี้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งหมด 35 ตัว

กลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ฟิวเจอร์สของ BBL เกิดสัญญาณขาย

กองทุนอีทีเอฟ EEM (iShares MSCI Emerging Markets Index ETF) ซึ่งเป็นกองทุนในสหรัฐอเมริกาที่อ้างอิงกับดัชนี MSCI Emerging Markets Index ซึ่งเป็นดัชนีอ้างอิงเดียวกับกองทุนตลาดเกิดใหม่หลายๆกองทุนในประเทศไทย

ด้านตลาดต่างประเทศ วันนี้ตลาดด้านหุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้นบ้างตามแรงรีบาวด์ของตลาดหุ้นญี่ปุ่นซึ่งรีบาวด์ขึ้นไปประมาณ 5% แต่อย่างไรก็ดี สถานการณ์เรื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ยังไม่มีความชัดเจน


สำหรับตลาดหุ้นของสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นพี่ใหญ่ของตลาดหุ้นทั่วโลก แม้ว่าจะเกิดสัญญาณขายอยู่ แต่จากการนับคลืนประกอบกับสัญญาณทางเทคนิคอื่นๆ ลุงแมวน้ำยังคงความเห็นเดิม คือดัชนีดาวโจนส์ (DJI) น่าจะยังไม่จบคลื่น 3 (สีน้ำตาล)



ทางด้านค่าเงินดอลลาร์ ดัชนีดอลลาร์ สรอ (DX) แม้จะเป็นสัญญาณขายอยู่ แต่ลุงแมวน้ำก็ยังไม่เปลี่ยนความเห็น นั่นคือ ยังเห็นว่าอยู่ในคลื่น 2 (สีน้ำเงิน) และกำลังเข้าสู่คลื่น 3 (สีน้ำเงิน) ซึ่งเป็นระดับคลื่นใหญ่ซึ่งคงกินเวลานานพอควร



ทางด้านสินค้าเกษตรในกลุ่มข้าวโพด ข้าวสาลี ถั่วเหลือง ฝ้าย โกโก้ กาแฟ กองทุนอีทีเอฟ DBA ที่ลงทุนในสินค้าเกษตรดังกล่าวแม้จะอยู่ในสัญญาณขาย แต่ลุงแมวน้ำประเมินว่ายังไม่น่าจบคลื่น 3 (สีน้ำตาล) ดังนั้นจึงมีโอกาสไปต่อได้อีก








15/03/2011

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 1003.10 จุด ลดลง 19.79 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้มีสัญญาณขาย BAY, BBL, DCC ขณะนี้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งหมด 37 ตัว

กลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ฟิวเจอร์สของดัชนีดาวโจนส์ (DJ) เกิดสัญญาณขาย เนื่องจากลุงแมวน้ำประมเมินว่าตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกายังเป็นขาขึ้นอยู่ ดังนั้นจึงทำเพียงปิดสัญญาซื้อ (cover long position) แต่ยังไม่ได้เปิดสัญญาขาย

พันธบัตรอายุ 30 ปีของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา (US) ก็เกิดสัญญาณซื้อ หลังจากที่เมื่อวานพันธบัตรอายุ 5 ปี เกิดสัญญาณซื้อไป

ดัชนีอื่นๆวันนี้มีสัญญาณเกิดขึ้นหลายประการ ดัชนีตลาดหุ้นในกลุ่มประเทศเอเชีย (P3DOW) ใต้เกิดสัญญาณขาย ดัชนีกลุ่มตลาดเกิดใหม่ในเอเชียก็เกิดสัญญาณขาย รวมทั้งดัชนีตลาดเกิดใหม่ของทั้งโลก (W5DOW) ก็เกิดสัญญาณขาย

ดัชนีพลังงานของโลก (Global Oil & Gas Index, W1ENE) และดัชนีสินค้าโภคภัณฑ์ (Global Commodity Index, DJUBS) ก็เกิดสัญญาณขาย

เงินเยนของญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้น

การที่พันธบัตรของรัฐบาลอเมริกันทั้งระยะกลาง (5 ปี) และระยะยาว (10 ปี) เกิดสัญญาณซื้อ ตีความหมายได้หลายอย่าง เช่น หมายถึงว่านักลงทุนมองว่าแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยจะยังไม่ขึ้นในเร็วๆนี้หรือแม้แต่มองว่าอัตราดอกเบี้ยอาจปรับลดลง หรืออาจนักลงทุนมองว่าตลาดหุ้นมีความเสี่ยงจึงย้ายเงินลงทุนมาลงทุนในพันธบัตรแทน หากเป็นกรณีจากเงินลงทุนเข้าประเทศมักพักในตราสารหนี้ระยะสั้น ไม่ใช่ระยะกลางหรือยาว ซึ่งต้องไปดูที่อัตราดอกเบี้ยตั๋วเงินคลัง (treasury bill) และค่าเงินดอลลาร์ด้วย

ด้านตลาดต่างประเทศ วันนี้ตลาดด้านหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลงเกือบทุกประเทศ ญี่ปุ่นปรับตัวลงแรงต่อเนื่องจากเมื่อวานโดยลงไปอีกประมาณ 10% โดยสาเหตุยังมาจากอุบัติภัยในประเทศญี่ปุ่นแต่ว่าในวันนี้โลกไม่ได้จับตาที่ประเด็นผลกระทบทางเศรษฐกิจแล้ว แต่ประเด็นร้อนที่เป็นปัญหาหนักเฉพาะหน้ายิ่งกว่าเรื่องเศรษฐกิจก็คือเรื่องสารกัมมันตรังสีรั่วไหลออกมาจากโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ของญี่ปุ่น หากสกัดกั้นไม่ได้จะส่งผลประทบต่อสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยในวงกว้างอย่างรุนแรง




Wednesday, March 16, 2011

14/03/2011

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 1022.89 จุด เพิ่มขึ้น 15.83 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้มีสัญญาณซื้อ BANPU, PTTAR, PTTCH ขณะนี้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งหมด 40 ตัว

กองทุนอีทีเอฟ CHINA เกิดสัญญาณขาย

กลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้น้ำตาล (SB) เกิดสัญญาณขาย ลุงแมวน้ำจึงปิดสัญญาซื้อไปแต่ไม่ได้เปิดสัญญาขายเนื่องจากยังมองตลาดน้ำตาลทรายเป็นขาขึ้นอยู่ พันธบัตรอายุ 5 ปีของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา (FV) ก็เกิดสัญญาณซื้อ ส่วนฟิวเจอร์ส BANPU ในตลาด TFEX ก็เกิดสัญญาณซื้อ

ทางด้านทองคำแกว่งตัวแรงวันหนึ่งขึ้น อีกวันหนึ่งลง มองแนวโน้มในระยะสั้นได้ยาก

ด้านตลาดต่างประเทศ วันนี้ตลาดด้านหุ้นทั่วโลกปรับตัวแบบตัวใครตัวมัน ญี่ปุ่นปรับตัวลงแรงประมาณ 6% เนื่องจากอุบัติภัยแผ่นดินไหวและสึนามิที่ทำให้อารมณ์ของนักลงทุนหวั่นกลัวว่าจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของญี่ปุ่น นอกจากนี้ปัญหาเรื่องความปลอดภัยของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ถูกสึนามิกวาดเข้าใส่จนระบบหล่อเย็นของเตาปฏิกรนิวเคลียร์เสียหายทำให้นักลงทุนกังวลว่าหากควบคุมสถานการณ์ไม่ได้และสารกัมมันตรังสีเกิดรั่วไหลออกมาสู่ภายนอกจะทำให้เกิดความเสียหายหนักยิ่งขึ้นไปอีก

แต่อย่างไรก็ดี นักลงทุนก็มีหลายกลุ่ม พวกที่หวาดกลัวก็มี พวกที่หาช่องทางทำกำไรจากหุ้นกลุ่มที่ได้รับอานิสงศ์จากวิกฤตก็มี ยกตัวอย่างเช่นในตลาดญี่ปุ่นเองแม้ตลาดโดยรวมจะตกไปในราว 6% แต่ว่าหุ้นในกลุ่มก่อสร้างบางตัวปรับตัวขึ้นถึง 20% เลยทีเดียวเนื่องจากนักลงทุนประเมินว่าหลังความเสียหายต้องมีการก่อสร้างและซ่อมแซมครั้งใหญ่

ตลาดหุ้นไทยเองก็เช่นกัน กลุ่มพลังงาน ก่อสร้าง และอาหาร บางตัวก็ปรับตัวขึ้นเพราะการเก็งกำไรกันว่าจะได้รับอานิสงส์หลังจากอุุบัติภัยในครั้งนี้

ช่วงนี้ตลาดคาดเดาได้ยาก หลายๆเรื่องไม่เป็นไปอย่างที่คิดว่าควรจะเป็น ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเกิดอุบัติภัยในญี่ปุ่น โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ในญี่ปุ่นเกิดความเสียหาย นักวิเคราะห์ประเมินกันว่าญี่ปุ่นคงต้องนำเข้าพลังงานเพื่อชดเชยกับกำลังผลิตที่ขาดหายไป ดังนั้นราคาน้ำมันดิบน่าจะปรับตัวสูงขึ้น สินค้าพวกอาหารก็น่าจะมีราคาสูงขึ้น รวมทั้งทองคำน่าจะปรับตัวลดลง รวมและเงินเยนน่าจะแข็งค่าขึ้นเนื่องจากมีการระดมเงินกลับเข้าประเทศญี่ปุ่น

แต่ในขณะนี้ เงินเยนแข็งค่าขึ้นจริง ส่วนราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง ราคาสินค้าเกษตรก็ปรับตัวลดลง และทองคำราคาพุ่งขึ้นมา สิ่งที่ลุงแมวน้ำอยากบอกก็คือ หลายปีมานี้ตลาดทั่วไปไม่ว่าที่ใดในโลกมีความผันผวนสูง อีกทั้งมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันในด้านปัจจัยพื้นฐานอย่างซับซ้อนจนสุดที่เราจะประเมินได้ครอบคลุมทั้งหมด ดังนั้นการกะเก็งอะไรก็ตามจึงมีโอกาสคลาดเคลื่อนหรือผิดพลาดได้ง่าย การพยากรณ์ล่วงหน้ามีโอกาสผิดพลาดมาก การตามแนวโน้มจะปลอดภัยกว่า





Tuesday, March 15, 2011

11/03/2011 * มองเศรษฐกิจและการลงทุนปี 2011 (11)

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 1007.06 จุด ลดลง 12.16 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้มีสัญญาณขาย CPN และมีสัญญาณซื้อ TUF ขณะนี้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งหมด 37 ตัว

กลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

ด้านตลาดต่างประเทศ วันนี้ตลาดด้านเอเชียส่วนใหญ่ปิดในแดนลบเนื่องจากข่าวแผ่นดินไหวใหญ่ในญี่ปุ่นที่มีจุดกำเนิดในทะเลซึ่งตามมาด้วยสึนามิหรือคลื่นยักษ์ถล่มชายฝั่งของญี่ปุ่น ส่งผลให้หลายเมืองได้รับความเสียหายอย่างหนัก ทำให้นักลงทุนหวั่นวิตกว่าอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของญี่ปุ่นซึ่งชะลอตัวอยู่แล้ว ปัจจัยทางจิตวิทยาทำให้ดัชนีของตลาดหุ้นในแถบเอเชียปรับตัวลดลง

แม้วันนี้ตลาดจะปรับตัวลงมาแต่กลับไม่มีสัญญาณซื้อขาย ทั้งนี้ เนื่องจากหลายประเทศ รวมทั้งประเทศญี่ปุ่นเอง ต่างก็เกิดสัญญาณขายไปก่อนหน้านี้แล้ว เรื่องภาวการณ์ตลาดหุ้นตกนั้นอาจคงอยู่ต่อไปอีกหลายวันเนื่องจากช่วงนี้มีเหตุการณ์ต่างๆมากมายเกิดขึ้นล้วนส่งเป็นปัจจัยทางจิตวิทยาที่ส่งผลต่อตลาดหุ้นทำให้เกิดอาการฝุ่นตลบและแกว่งตัวขึ้นแรงลงแรง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความไม่สงบในตะวันออกกลาง ปัญหาหนี้ในยุโรป ตลอดจนปัญหาภัยพิบัติในญี่ปุ่นซึ่งอาจตามมาด้วยปัญหาความปลอดภัยด้านนิวเคลียร์อีกเนื่องจากมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่เสียหายจากแผ่นดินไหว ดังนั้นนักลงทุนควรหนักแน่น เทรดตามแนวโน้มโดยใช้สัญญาณซื้อขายกำกับอย่างเคร่งครัด

ลองมาดูข่าวนี้กัน หากอ่านไม่ถนัดให้คลิกที่ภาพเพื่อดูภาพในขนาดขยาย



ช่วงนี้ยางพาราร่วงแบบติดฟลอร์ไม่มีแรงรับมาพักหนึ่งแล้ว ไม่ใช่แต่นักลงทุนในฟิวเจอร์สที่ขาดทุน แม้แต่เกษตรกรที่ลงทุนในยางพาราจริงๆก็ได้รับความเสียหาย ดังตัวอย่างจากข่าวที่ลุงแมวน้ำนำมาให้ดูกันนี้ เป็นความจริงที่ต้องยอมรับกันว่าตลาดฟิวเจอร์สนั้นมีทั้งคุณและโทษ คุณก็คือช่วยในการประกันความเสี่ยงรวมทั้งการวางแผนการผลิต ส่วนโทษก็คือทำให้เกิดการเก็งกำไรกันจนเลยเถิดไปด้วยอำนาจของความโลภ ผลของการมีตลาดฟิวเจอรส์ทำให้ราคาสินค้าตัวนั้นมีการเก็งกำไรกันสูงขึ้นและราคาขึ้นลงแรงยิ่งขึ้น ประกอบกับหากสินค้าตัวในอยู่ในคลื่นใหญ่ 3, 4 หรือคลื่น 5 ราคาจะยิ่งผันผวนรุนแรง

ตลาดหุ้น ตลาดฟิวเจอร์ส รวมทั้งในภาคเศรษฐกิจจริง ล้วนแล้วแต่มีนักลงทุนที่เสียหายและหาทางออกไม่ได้ทั้งสิ้น ลุงแมวน้ำผ่านปี พ.ศ. 2537 ที่ตลาดหุ้นขึ้นไปถึง 1,700 จุดมา และเห็นว่าหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง ไม่มีใครช่วยใครได้นอกจากแต่ละคนต้องพึ่งตนเอง

หนทางที่จะเอาตัวรอดและมีความสุขจากการลงทุนนั่นก็คือต้องมีเมตตา ความเมตตาทำให้เราห็นแก่ผู้อื่น รวมทั้งทำให้ตนเองรู้จักพอประมาณ อย่าลืมว่าแม้เราจะอยู่ในระบบทุนนิยมแต่ว่าเราก็เป็นทุนนิยมที่มีหัวใจเอื้ออาทรต่อผู้อื่นได้ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเลือกทางเดินอย่างไร



มองเศรษฐกิจและการลงทุนปี 2011 (11)

สืบเนื่องจากเรื่องที่ลุงแมวน้ำเขียนเอาไว้ข้างบน วันนี้เรามามองเศรษฐกิจและการลงทุนกันต่อ และเนื่องจากมุมมองของลุงแมวน้ำที่นำเสนอผ่านมานั้นเป็นมุมมองในภาพใหญ่หรือว่ามองในระดับคลื่นใหญ่ ดังนั้นแม้ว่าตลาดหุ้นจะผันผวนหลังเหตุการแผ่นดินไหวใหญ่ในญี่ปุ่นเกิดขึ้นแต่นั่นเป็นผลทางจิตวิทยา ส่วนผลกระทบในภาพใหญ่นั้นคงยังไม่มีใครบอกได้ในขณะนี้เนื่องจากยังเร็วเกินไป คงต้องรอดูกันไปอีกระยะหนึ่ง แต่ลุงแมวน้ำประเมินว่าผลกระทบในเชิงภาพใหญ่หรือว่าในระดับคลื่นใหญ่ไม่น่ามีอะไรเปลี่ยนแปลง ยกตัวอย่างเช่นว่า ที่ลุงแมวน้ำเคยมองเอาไว้ว่าตลาดหุ้นของญี่ปุ่นอยู่ในคลื่นใหญ่ 2 เข้าสู่ 3 จนบัดนี้ก็ยังมองเช่นเดิม


กลุ่มที่ 2 ตลาดหุ้นที่มีความเสี่ยงสูง

ในตอนก่อนๆ เราดูตลาดหุ้นที่น่าลงทุนกันไปแล้ว วันนี้เรามาคุยกันต่อว่าตลาดหุ้นที่มีความเสี่ยงสูงในสายตาของลุงแมวน้ำมีอะไรบ้าง

ตลาดหุ้นที่มีความเสี่ยงสูงนี้ลุงแมวน้ำหมายถึงตลาดที่อยู่ในคลื่นใหญ่ 5 ซึ่งไม่ใช่ต้นคลื่นแล้วด้วย อาจกำลังอยู่ในช่วงกลางคลื่นหรือปลายคลื่น ดังนั้นแม้ว่าคลื่น 5 ใหญ่นั้นยังลงทุนได้ แต่ความที่ไม่ได้อยู่ในช่วงต้นคลื่น ดังนั้นจึงมีความเสี่ยงที่ว่าคลื่นนี้จะจบเมื่อไรไม่มีใครรู้ อาจจะจบในอีกไม่กี่วันข้างหน้าก็ได้ ดังนั้นลุงแมวน้ำจึงมองว่ามีความเสี่ยงสูง

ตลาดหุ้นที่มีความเสี่ยงสูงนี้ส่วนใหญ่ได้แก่ตลาดของประเทศในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ทั้งหลายนั่นเอง


ทวีปอเมริกา กลุ่มละตินอมริกา (เมกซิโก บราซิล เปรู เวเนซุเอลา โคลอมเบีย ฯลฯ)

ประเทศในกลุ่มละตินอเมริกาล้วนแต่เป็นตลาดเกิดใหม่ ส่วนใหญ่ถูกนักลงทุนต่างชาติเข้าไปลงทุนและกอบโกยกำไรกันจนปรุไปหมดแล้ว ดัชนีทะยานเป็นหลักหมื่นจุด แม้ว่าจะอยู่ในคลื่นใหญ่ 5 แต่ก็พร้อมจะจบคลื่นได้ทุกเมื่อ ลองมาดูกราฟของตลาดหุ้นบางประเทศในกลุ่มนี้กัน

ตลาดที่เนื้อหอมและพูดถึงกันมากในกลุ่มอเมริกาใต้ก็คือบราซิล ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดเกิดใหม่ที่นักลงทุนทั่วโลกจัดให้อยู่ในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ที่มีอนาคตสดใส นั่นคือกลุ่ม BRIC อันไดแก่ บราซิล รัสเซีย อินเดีย และจีน แต่ในความเห็นของลุงแมวน้ำที่น่าจะสดใสไปได้อีกหลายปีคงมีอยู่แต่เพียงจีนเท่านั้นเนื่องจากเพิ่งอยู่ในต้นคลื่น ส่วนบราซิลนั้นดูอันตราย



ต่อมาก็เป็นเปรู




ตามด้วยเวเนซุเอลา ดังภาพต่อไปนี้




จากนั้นเป็นเมกซิโก ดังภาพต่อไปนี้




จากนั้นปิดท้ายกลุ่มละตินอเมริกาด้วยประเทศโคลอมเบียที่กำลังเนื้อหอม เก็งกำไรกันฝุ่นตลบ



(โปรดติดตามอ่านในวันต่อไป)



Monday, March 14, 2011

10/03/2011

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 1019.22 จุด เพิ่มขึ้น 2.21 จุด สวนทางกับตลาดทั่วโลก

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย ขณะนี้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งหมด 37 ตัว

กลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้มีสัญญาณซื้อ TTA และมีสัญญาณขายข้าวโพด (C) โกโก้ (CC) และฟิวเจอร์สของดัชนีนิกเกอิ (NK)

ด้านตลาดต่างประเทศ วันนี้ปิดแดงกันแทบทั่วโลก ดัชนีดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Index, DJI) ปรับตัวลดลงราว 1.8% และเกิดสัญญาณขาย ดัชนีหลายตัวเกิดสัญญาณขาย อาทิ ดัชนีในกลุ่มยุโรป (E2DOW) กลุ่มละตินอเมริกา (A3DOW) แคนาดา (GSPTSE) บราซิล (BVSP) เยอรมนี (DAX) ญี่ปุ่น (N225)

นอกจากนี้ ดัชนีอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา (US Real Estate Index, DJUSRE) ก็เกิดสัญญาณขาย

ดัชนีต่างๆเกิดสัญญาณขายพร้อมกันดูเป็นสัญญาณที่ไม่ค่อยดีเท่าไรนัก




Sunday, March 13, 2011

09/03/2011

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 1017.01 จุด ลดลง 1.56 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้มีสัญญาณซื้อ ADVANC, AOT, DCC, DTAC, KK ขณะนี้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งหมด 37 ตัว

กลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้มีสัญญาณซื้อ ADVANC และมีสัญญาณขายทองแดง (HG)

ด้านตลาดต่างประเทศ ตลาดยุโรปและสหรัฐอเมริกาส่วนใหญ่ปิดเขียว ตลาดเอเชียส่วนใหญ่ปิดแดง