Tuesday, February 22, 2011

21/02/2011 * มองเศรษฐกิจและการลงทุนปี 2011 (7)

วันนี้ตลาดในประเทศสหรัฐอเมริกาหยุด ดังนั้นข้อมูลในตารางบางรายการอาจเป็นข้อมูลของวันก่อนหน้านี้ โปรดสังเกตที่วันที่

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 995.87 จุด เพิ่มขึ้น 0.10 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้มีสัญญาณซื้อ HMPRO, RATCH ขณะนี้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งหมด 17 ตัว

กลุ่มฟิวเจอร์ส ฟิวเจอร์สของ SCB เกิดสัญญาณซื้อ

ด้านตลาดต่างประเทศ ส่วนใหญ่ตลาดปิดแดง ดัชนีของแอฟริกาใต้ (ZADOWD) เกิดสัญญาณซื้อและดัชนีของประเทศออสเตรย (ATX) เกิดสัญญาณขาย


มองเศรษฐกิจและการลงทุนปี 2011 (7)

ในตอนที่แล้วเราได้ไปพิจารณาในภาพกว้างหรือภาพใหญ่ของประเทศในย่านต่างๆ ยังเหลืออีกสองย่านที่เราจะไปพิจารณากัน นั่นคือ ทวีปแอฟริกาและตะวันออกกลาง

ข้อมูลในกลุ่มประเทศย่านแอฟริกาและตะวันออกกลางนี้ลุงแมวน้ำไม่มีฐานข้อมูลที่จะนำมาเขียนเป็นกราฟร่วมในภาพเดียวกันเพื่อเปรียบเทียบกันได้ คงมีเพียงกราฟของดัชนีตลาดหลักทรัพย์รายประเทศเท่านั้น เราไปดูในกลุ่มแอฟริกากันก่อน

กลุ่มประเทศในทวีปแอฟริกานั้นยังแบ่งออกเป็นภาค คือ แอฟริกาซีกเหนือที่จัดอยู่ในประเทศโลกอาหรับ เช่น อียิปต์ มอรอกโค ลิเบีย ตูนีเซีย ส่วนประเทศอื่นๆในแอฟริกาที่มีศักยภาพในการลงทุนและไม่ได้อยู่ในกลุ่มโลกอาหรับ ได้แก่ แองโกลา คองโก อิควิทอเรียลกีนี กานา เคนยา มาลี ไนจีเรีย แอฟริกาใต้ และแซมเบีย

กราฟของหลายๆประเทศที่กล่าวมานี้ลุงแมวน้ำคงหามาให้ดูไม่ได้ทั้งหมด คงเอามาดูกันเฉพาะที่บางประเทศเท่านั้น มาดูกราฟของประเทศแอฟริกาใต้กัน



ภาพที่เห็นข้างบนเป็นดัชนีตลาดหลักทรัพย์ของแอฟริกาใต้ในรอบสิบกว่าปี เลขสองหลักที่แกน X ของภาพเป็นเลขปี ค.ศ. เช่น Jan/98 ก็หมายเดือนเดือนมกราคม 1998 จะเห็นว่าดัชนีอยู่ในระดับ 30,000 กว่าจุด โดยดัชนีตลาดเติบโตอย่างรวดเร็วภายในช่วงสี่ห้าปีมานี้เอง สะท้อนให้เห็นถึงเงินลงทุนต่างชาติที่ไหลเข้าไปในประเทศนี้ การเก็งกำไรอย่างรุนแรงและภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอันเป็นผลพวงของการพัฒนาประเทศแบบก้าวกระโดด หากนับคลื่นคาดว่าปัจจุบันน่าจะอยู่ในคลื่น 5 ใหญ่ซึ่งคลื่น 5 นี้จะไปได้ไกลอีกเพียงใดก็ยากที่จะตอบได้




มาดูทางด้านประเทศอียิปต์บ้าง จากภาพด้านบน ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ของประเทศอียิปต์น่าจะจบคลื่น 5 ไปแล้ว ขณะนี้น่าจะกำลังอยู่ในคลื่นขาลงใหญ่ (A-B-C ใหญ่) ซึ่งกว่าจะจบคลื่น C ใหญ่คงอีกนาน ภายในปัี 2011 นี้กองทุนรวมที่เกี่ยวกับอียิปต์ควรรอดูไปก่อน


มาดูทางด้านกลุ่มตะวันออกกลางกันบ้าง ประเทศในกลุ่มตะวันออกกลางมีศักยภาพในการลงทุนมากน้อยต่างกัน ที่มีชื่อเป็นที่คุ้นหูก็ได้แก่ บาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตุรกี เลบานอน ซีเรีย รวมไปถึงอิสราเอลและจอร์แดน ลุงแมวน้ำคงนำภาพกราฟดัชนีมาให้ดูกันเฉพาะบางประเทศเท่านั้น

เริ่มต้นกันด้วยประเทศตุรกี ดังภาพต่อไปนี้



ประเทศตุรกีเป็นประเทศในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ที่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์เติบโตอย่างรวดเร็ว ภายในเวลาเพยีงสิบปีดัชนีตลาดเติบโตจากหลักพันไปหกหมื่นกว่า รุนแรงพอๆกับบราซิล ในช่วงที่ผ่านมาตุรกีถือว่าเป็นตลาดเกิดใหม่ที่เนื้อหอม นักลงทุนและกองทุนต่างๆเข้าไปเก็งกำไรกันอย่างดุเดือด ดูดัชนีก็น่าจะพอทราบได้

ในอดีตที่ผ่านมา ตุรกีมีอัตราเงินเฟ้อที่รุนแรงมาก เมื่อหลายปีก่อนคณะละครสัตว์ของลุงแมวน้ำเดินทางไปเปิดการแสดงยังต่างประเทศ ลุงแมวน้ำก็มีโอกาสติดสอยห้อยตามไปด้วยและได้ไปเดินเล่นรอเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินอิสตันบุลของตุรกี ในสมัยนั้นอัตราเงินเฟ้อรุนแรงมาก เงินลีรา (Lira) ของตุรกีด้อยค่าอย่างหนัก 1 ดอลลาร์ สรอ แลกได้ประมาณ 1,600,000 ลีรา (หนึ่งล้านหกแสน ไม่ได้พิมพ์ผิด) แฮมเบอร์เกอร์ราคาถูกที่สุดในร้านค้าภายในสนามบินราคาอันละ 1,800,000 ลีรา ถ้าแพงขึ้นมาหน่อยก็เป็นอันละ 2 ล้านหรือ 3 ล้านลีรา และภายในเวลาไม่นานราคาสินค้าก็ปรับเปลี่ยนเป็นแพงขึ้นไปอีกเพราะเงินเฟ้อทะยานอย่างรวดเร็ว ลุงแมวน้ำยังคิดเล่นๆว่าถ้าเอาเงินดอลลาร์ สรอ ไปแลกสัก 2-3 ดอลลาร์ ลุงแมวน้ำก็สามารถจับเงินล้านได้อย่างสบายๆ

เงินลีราในปัจจุบันเป็นเงินลีราใหม่ มีการปรับปรุงอัตราแลกเปลี่ยนเสียใหม่เพือให้เกิดความสะดวกในการใช้และแลกเปลี่ยน

ตลาดตุรกีน่าจะกำลังอยู่ในคลื่น 5 ใหญ่ จะจบเมื่อไรก็ไม่รู้ ถือได้ว่าอันตรายแล้ว

จากนั้นก็มาดูทางด้านประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลกอาหรับ ซาอุดิอารเบียกันบ้าง ดังภาพต่อไปนี้



กราฟดัชนีตลาดของซาอุดิอารเบียดูแปลกเนื่องจากนับแล้วไม่ได้ 1-2-3-4-5 เหมือนกับว่าคลื่น 3 กับ 5 ซ้อนอยู่ด้วยกัน คือเมื่อพุ่งถึงยอดคลื่นแล้วก็ดำดิ่งลงมาเลย

ดัชนีของซาอุดิอารเบียไหลลงมาจากสองหมื่นกว่าจุดเหลือสี่พันกว่าจุด ปัจจุบันอยู่ในระดับห้าพันกว่าจุด จากการนับคลื่นเหมือนกันจะจบคลื่น C ไปแล้ว ขณะนี้อาจจะกำลังอยู่ในคลื่น 1

ทางด้านสหรัฐอาหรับอิมิเรตส์หรือที่เรานิยมเรียกกันสั้นๆว่ายูเออี (UAE) ดังภาพต่อไปนี้


ดัชนีตลาด UAE ก็ดูไม่ปกติ ไม่เป็น 1-2-3-4-5 ให้เห็นชัดๆ หากคิดว่ายอดสูงยอดแรก (ปี 2005 ต่อ 2006) นั้นเป็นยอด 3 และ 5 ที่เกิดชิดกัน ปัจจุบันดัชนีตลาดของ UAE ก็น่าจะจบคลื่น C ไปแล้วและอยู่ในคลื่น 1-2

หรือหากมองว่ายอดคลื่นที่ปี 2007-2008 ไม่ใช่ยอดคลื่น B แต่ว่าเป็นยอดคลื่น 5 ที่เป็นคลื่นล้มเหลวหรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า failed wave 5 คือคลื่น 5 ที่ไม่สามารถไปสูงเกินกว่าคลื่น 3 ได้ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติ หากมองว่าเป็นกรณีหลังนี้ ปัจจุบันเราอาจยังไม่จบคลื่น C คงตองรอดูไปก่อนว่าเมื่อไรจะจบ แต่ในความเห็นของลุงแมวน้ำคิดว่าน่าจะเป็นกรณีแรกมากกว่า คือ เรากำลังอยู่ในคลื่น 1-2

(โปรดติดตามอ่านในวันถัดไป)




Monday, February 21, 2011

17/02/2011 - 18/02/2011

17/02/2011

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 995.57 จุด เพิ่มขึ้น 13.50 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้มีสัญญาณซื้อ BLA, CPN, IRPC, PS, PTTCH, TPIPL ขณะนี้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งหมด 17 ตัว

กลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

กองทุนรวมอีทีเอฟ TDEX, TFTSE เกิดสัญญาณซื้อ เป็นสัญญาณซื้อในภาวะไร้ทิศทาง (sideway trend) ในขณะที่ SET, SET50, S50 แนวโน้มด้านขาลง (down trend) มีกำลังมากกว่าด้านขาขึ้น สัญญาณซื้อนี้อาจเป้นสัญญาณหลอก

ด้านตลาดต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย กลุ่มตลาดพัฒนาแล้วกับตลาดเกิดใหม่ต่างก็มีทั้งที่ปิดเขียวและปิดแดง ไม่เห็นความสัมพันธ์ที่ชัดเจน

ช่วงนี้น้ำทันปาล์มมีราคาแพงมาก นอกจากแพงแล้วยังขาดตลาด ส่งผลให้น้ำมันพืชอื่นทุกขนิดขึ้นราคาตามไปด้วย ผู้ที่ชอบบริโภคอาหารทอดควรระวังเนื่องจากผู้ค้าของทอดมีแนวโน้มที่จะใช้น้ำมันทอดซ้ำแล้วซ้ำอีกนานขึ้นกว่าเดิม การใช้น้ำมันพืชทอดซำแล้วซ้ำอีกทำให้โมเลกุลของกรดไขมันในน้ำมันพืชแตกตัวกลายเป็นสารก่อมะเร็ง และยิ่งไปกว่านั้น ปัจจุบันมีพ่อค้าหัวใสออกตระเวณซื้อน้ำมันพืชใช้แล้วและนำกลับมากรองและฟอกสี ทำให้ได้น้ำมันที่เหลือง ใส เหมือนน้ำมันพืชที่ยังไม่เคยใช้ แต่แท้ที่จริงแล้วเป็นน้ำมันพืชมือสอง ซึ่งแม้จะดูเหลืองใสแต่ก็อุดมไปด้วยสารก่อมะเร็งไม่แพ้น้ำมันที่ทอดแล้วซึ่งขุ่นและดำ

ในการบริโภคอาหารทอด ผู้บริโภคไม่มีทางรได้เลยว่าน้ำมันที่ทอดนั้นใช้มามากน้อยเพียงใด มีสารก่อมะเร็งมากน้อยเพียงใด ดังนั้นทางที่ดีควรละการบริโภคของทอดลงในระยะที่น้ำมันปาล์มมีราคาแพง บริโภคอาหารนึ่ง ต้ม จะปลอดภัยกว่า






18/02/2011

วันนี้ตลาดหลักทรัพย์ของไทยหยุดทำการ

วันนี้น้ำมันดิบ (CL) เกิดสัญญาณซื้อ ลุงแมวน้ำมองจึงเปิดสัญญาณซื้อไป ดูพอร์ตจำลองแล้วหนักใจกับยอดขาดทุนสะสมของน้ำมันดิบ นี่เป็นพอร์ตจำลองลุงแมวน้ำจึงทนเทรดไปเรื่อยๆ หากเป็นพอร์ตจริงคงเปลี่ยนไปเทรดตัวอื่นนานแล้ว ไม่รอให้ขาดทุนหนักขนาดนี้




Thursday, February 17, 2011

16/02/2011 * มองเศรษฐกิจและการลงทุนปี 2011 (6)

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 982.07 จุด เพิ่มขึ้น 13.58 จุด หรือเพิ่มขึ้น 1.4% ในขณะที่ฟิวเจอร์ส S50 ปรับตัวเพิ่มถึง 2.6%

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้มีสัญญาณซื้อ BBL, DTAC, GLOW, SCB, TISCO ขณะนี้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งหมด 11 ตัว

กลุ่มฟิวเจอร์ส ข้าวไทย (BWR5) เกิดสัญญาณขาย


ด้านตลาดต่างประเทศ วันนี้ดัชนีตลาดทั่วโลกส่วนใหญ่ปิดเขียว ไม่ว่าจะเป็นโลกฝั่งตะวันตกหรือตะวันออก คงมีเพียงบางประเทศเท่านั้นที่ปรับตัวลดลง เช่น คูเวต เกาหลีใต้ เวียดนาม ฯลฯ

แม้ว่าวันนี้ตลาดจะขึ้นแรงทำให้นักลงทุนให้น้ำหนักไปในทางแนวโน้มขาขึ้นมากขึ้น แต่หากพิจารณาจากดัชนีต่างๆแล้วจะเห็นได้ชัดว่าน้ำหนักของตลาดขาขึ้นนั้นอยู่ในกลุ่มตลาดที่พัฒนาแล้วมากกว่า ลองพิจารณาจากตารางข้อมูลประจำวันที่ด้านล่างจะพบข้อเท็จจริงดังนี้

ตลาดหุ้นของสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปล้วนแต่เป็นสัญญาณซื้อ อีกทั้งเป็นสัญญาณซื้อที่เกิดขึ้นนานพอสมควรแล้วด้วย สหรัฐอเมริกาเกิดสัญญาณซื้อมาประมาณ 6 เดือนแล้ว ปกติหากป็นสัญญาณซื้อยาวนานขนาดนี้มักเป็นคลื่น 3 ย่อย ส่วนทางด้านสหภาพยุโรปเกิดสัญญาณซื้อมาแล้วประมาณ 1 เดือน

ตลาดหุ้นในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะฝั่งเอเชีย เป็นสัญญาณขายเกือบทั้งหมด ยกเว้นญี่ปุ่นกับจีน (จีนเกิดสัญญาณซื้อมาได้ 6 วัน ยังไม่แน่ว่าอาจเป็นสัญญาณหลอกก็ได้)

เมื่อดูตารางในหมวด Business Sectos จะเห็นว่าดัชนีในหมดธุรกิจต่างๆเป็นสัญญาณซื้อเกือบทั้งหมด ยกเว้นกลุ่มพลังงาน ดัชนีนี้ให้น้ำหนักไปทางตลาดที่พัฒนาแล้วเนื่องจากตลาดที่พัฒนาแล้วมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง

เมื่อพิจารณาค่า LIBOR-OIS spread กับค่า TED spread ซึ่งบ่งชี้ความตึงตัวของเงินดอลลาร์ สรอ จะเห็นว่ากราฟของค่าทั้งสองนี้เริ่มปรับตัวสูงขึ้น แสดงว่าความต้องการเงินดอลลาร์เริ่มมีมากขึ้น ต้องตามดูต่อไป หากสองค่านี้ปรับตัวสูงขึ้นไปอีกก็น่าจะมีการทยอยขายเงินลงทุนในรูปสกุลเงินต่างๆเพื่อแปลงเป็นสกุลดอลลาร์ สรอ


ดัชนี SET ของไทยแม้จะปรับตัวขึ้นแรงในวันนี้ แต่ยังไม่มีสัญญาณกลับทิศ ดังนั้นลุงแมวน้ำยังมีมุมมองเป็นแนวโน้มขาลงอยู่เช่นเดิม



มองเศรษฐกิจและการลงทุนปี 2011 (6)

วันนี้เรามาคุยกันเรื่องมุมมองด้านเศรษฐกิจและการลงทุนกันต่อ จากที่วันก่อนลุงแมวน้ำนำกราฟของตลาดหุ้นหลายประเทศในเอเชียมาให้ดูกันและเห็นว่าในภาพใหญ่แล้วตลาดส่วนใหญ่ทางฝั่งเอเชียยังอยู่ในคลื่น คลื่น 5 (หรือบางประเทศยังอาจเป็นคลื่น 4 อยู่) ยกเว้นญี่ปุ่นที่ไม่ใช่ กับฮ่องกงที่ดูแล้วไม่แน่ใจว่าปัจจุบันเป็นคลื่น 5 หรือคลื่น B กันแน่

วันนี้เรามาดูประเทศอื่นๆในเอเชียกันต่อ ดังภาพต่อไปนี้




ในภาพลุงแมวน้ำยังคงกราฟของดัชนีดาวโจนส์ (สหรัฐอเมริกา) กับเซนเซกซ์ (อินเดีย) เอาไว้เป็นดัชนีเปรียบเทียบ จากภาพจะเห็นว่าตลาดมาเลเซีย ฟิลลิปปินส์ เกาหลีใต้ และแม้แต่ออสเตรเลียก็น่าจะอยู่ในคลื่น 5 ซึ่งยังไม่จบคลื่น ยกเว้นไต้หวันที่กราฟของดัชนีมีรูปทรงไม่ค่อยปกติ ทำให้นับไม่ถูก จะเห็นว่าตลาดในฝั่งเอเชียหลายๆประเทศนั้นน่าลงทุนมากทีเดียวเนื่องจากยังอยู่ในคลื่นขาขึ้นอีกทั้งดัชนีตลาดยังไม่สูง บางประเทศก็อยู่หลักร้้อยจุด บางประเทศก็หลักพันจุดต้นๆ ดัชนีของเวียดนามก็ประมาณ 500 จุด และในปีนี้ลาวก็เปิดตลาดหุ้นไปแล้ว อีกไม่นานตลาดหุ้นกัมพูชาก็จะเปิดดำเนินการเช่นกัน

จากฝั่งเอเชียเราข้ามไปดูฝั่งทวีปอเมริกากันต่อ ลองดูภาพต่อไปนี้



เมื่อเห็นภาพแล้วหลายคนอาจแปลกใจ ดัชนีระดับหมื่นจุดสองหมื่นจุดเราก็ว่าสูงมากแล้ว มาดูดัชนีโบเวสปา (Bovespa) ของบราซิลที่เป็นระดับ 75,000 จุดแล้วดัชนีประเทศอื่นๆกลายเป็นขนมไปเลย

ในทวีปอเมริกานี้แบ่งตลาดออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มพัฒนาแล้วคือตลาดสหรัฐอเมริกากับแคนาดา ซึ่ง สหรัฐอเมริกานั้นลุงแมวน้ำตั้งสมมติฐานเอาไว้ว่าน่าจะกำลังอยู่ในคลื่น B ส่วนตลาดแคนาดานั้นพิจารณาจากดัชนี S&P/TSX Composite Index (TSX นั้นย่อมาจาก Toronto Stock Exchange) ซึ่งลุงแมวน้ำประเมินว่ากำลังอยู่ในคลื่น B เช่นกัน

ส่วนตลาดอีกกลุ่มในทวีปอเมริกาล้วนแต่เป็นตลาดเกิดใหม่หรือว่าตลาดของประเทศที่กำลังพัฒนา เช่นเม็กซิโก บราซิล อาร์เจนตินา ชิลี ปรู ฯลฯ ซึ่งล้วนแต่เคยเป็นประเทศอาณานิคมมาก่อน ดัชนีเหล่านี้ส่วนใหญ่น่าจะกำลังอยู่ในคลื่น 5

สำหรับดัชนีประเทศบราซิลนั้นดูน่ากลัวทีเดียว เห็นกราฟสวย ทรงสูง น่าจะทำกำไรได้งดงามจากตลาดหุ้นเช่นนี้ แต่แท้ที่จริงแล้วกราฟเช่นนี้สะท้อนถึงการเก็งกำไรกันอย่างไม่ลืมหูลืมตา ควบคู่ไปกับการพัฒนาและการลงทุนอย่างดุเดือด ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นทุนข้ามชาติที่เข้ามาลงทุนและตักตวงผลกำไรจากทรัพยากรในประเทศนั้นๆและนำกลับเข้าประเทศของตน ส่วนผลเสียของการพัฒนาก็ตกแก่คนในชาติ เช่น อัตราเงินเฟ้อที่สูงลิบลิ่ว ข้าวของแพงจนไม่มีกำลังซื้อ และสภาพความเป็นอยู่ที่แร้นแค้น ปัญหามลพิษจากอุตสาหกรรม ฯลฯ ลุงแมวน้ำไม่อยากให้เราดีใจและชมชอบทำกำไรกับตลาดที่กราฟชันแบบนี้เพราะมันเป็นตลาดที่โหดร้าย เมื่อขึ้นแรงก็ต้องลงแรง อยากให้ทำกำไรอย่างสบายใจกับตลาดที่ดัชนีค่อยๆขึ้นไปดีกว่า ดังที่ลุงแมวน้ำเคยบอกเอาไว้ว่าแม้เราจะอยู่ในโลกของทุนนิยมก็ตาม แต่เราก็สามารถเลือกที่จะเป็นทุนนิยมที่มีหัวใจเมตตาและเอื้ออาทรผู้อื่นได้

ลุงแมวน้ำยังเหลือภาพใหญ่อีกสองกลุ่ม นั่นคือ แอฟริกากับตะวันออกกลาง จากนั้นเราจะมาดูประเทศที่น่าลงทุนในความคิดของลุงแมวน้ำเป็นรายประเทศกัน ปัจจุบันกองทุนของไทยที่ลงทุนในต่างประเทศมีหลายกองทุนทีเดียว และในอนาคตจะยิ่งมากกว่านี้ ดังนั้นมุมมองต่อตลาดประเทศต่างๆจึงมีส่วนช่วยให้นักลงทุนที่สนใจลงทุนในกองทุนต่างประเทศดังกล่าว



15/02/2011

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 968.49 จุด เพิ่มขึ้น 1.42 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย ขณะนี้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งหมด 6 ตัว

กลุ่มฟิวเจอร์ส BBL เกิดสัญญาณซื้อ ทองคำนอก (GC) ก็เกิดสัญญาณซื้อ แต่ลุงแมวน้ำประเมินว่าราคาทองคำยังอยู่ในคลื่นขาลง ดังนั้นจึงปิดสัญญาขาย (cover short position) แต่ไม่ได้เปิดสัญญาซื้อ

วันนี้เงินดอลลาร์ออสเตรเลีย (Australian dollar) เกิดสัญญาณขาย ดัชนีกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ (DJUBS) เกิดสัญญาณขาย

กลุ่มกองทุนรวมอีทีเอฟ (ETF) ของไทย CHINA เกิดสัญญาณซื้อ ส่วนกองทุนรวมอีทีเอฟของต่างประเทศ GLD ซึ่งเป็นกองทุนทองคำ SPDR Gold Trust เกิดสัญญาณซื้อ ในขณะที่กองทุน DBO อันเป็นกองทุนน้ำมันเกิดสัญญาณขาย

ด้านตลาดต่างประเทศ วันนี้ดัชนีตลาดทั่วโลกมีทั้งที่ปิดเขียวและปิดแดงคละเคล้ากันไป ตลาดจีน กรีซ และเปรู ปรับลดค่อนข้างมาก



Tuesday, February 15, 2011

14/02/2011 * มองเศรษฐกิจและการลงทุนปี 2011 (5)

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 967.07 จุด เพิ่มขึ้น 17.50 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย ขณะนี้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งหมด 6 ตัว

กลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้เงินยูโร (Eurocurrency, EC) เกิดสัญญาณขาย

ด้านตลาดต่างประเทศ วันนี้ดัชนีตลาดทั่วโลกส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้น คาดว่าน่าจะเป็นเนื่องมาจากสถานการณ์ความวุ่นวายในประเทศอียิปต์สงบลงแล้ว ดัชนีตลาดของโปแลนด์และเวียดนามเกิดสัญญาณขาย

มองเศรษฐกิจและการลงทุนปี 2011 (5)

บทความเรื่อง มองเศรษฐกิจและการลงทุนปี 2011 นี้ลุงแมวน้ำเขียนตั้วแต่เดือนมกราคมแต่ก็ยังไม่จบเนื่องจากติดขัดเรื่องการปรับปรุงเว็บบล็อกและการเตรียมข้อมูลรายวันกับข้อมูลกราฟที่ต้องใช้เวลามาก ขณะนี้การปรับปรุงลงตัวมากขึ้นแล้ว ลุงแมวน้ำจึงพยายามนำเสนอบทความชุดนี้ต่อไป

ผู้ที่ยังไม่ได้อ่านตั้งแต่ต้นสามารถย้อนไปดูได้ตามลิงก์ค่อไปนี้

มองเศรษฐกิจและการลงทุนปี 2011 (1)
มองเศรษฐกิจและการลงทุนปี 2011 (2)
มองเศรษฐกิจและการลงทุนปี 2011 (3)
มองเศรษฐกิจและการลงทุนปี 2011 (4)

ในตอนต้นลุงแมวน้ำได้เกริ่นเอาไว้ว่าการพิจารณาแนวโน้มการลงทุนในประเทศต่างๆโดยดูจากดัชนีตลาดหลักทรัพย์นั้นไม่ได้สะท้อนภาพของเศรษฐกิจในระดับประชาชนของประเทศนั้นๆอย่างแท้จริงเพราะปัจจัยในเรื่องความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ คงเป็นการสะท้อนภาพเศรษฐกิจของกลุ่มทุนในประเทศนั้นๆเสียมากกว่า

ในตอนก่อนๆเราได้ดูกราฟของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกาและยุโรปกันไปแล้ว พอสรุปได้ว่าดัชนีตลาดที่พัฒนาแล้วน่าจะอยู่ในคลื่น B ดังภาพต่อไปนี้



คราวนี้ลองมาดูตลาดในทวีปเอเชียกันดูบ้าง ตลาดในทวีปเอเชียส่วนใหญ่เป็นตลาดเกิดใหม่ ยกเว้นญี่ปุ่นกับฮ่องกงซึ่งจัดเป็นตลาดพัฒนาแล้ว ลองดูภาพต่อไปนี้กัน


ที่เห็นในภาพนี้เป็นกราดัชนีตลาดหลักทรัพย์ของหลายประเทศในเอเชียโดยมีดัชนีดาวโจนส์ (DJI) ของสหรัฐอเมริกาเป็นดัชนีเปรียบเทียบ

เส้นสีแดง 2 เส้นคือเส้นสีแดงที่เป็นเส้นเต็มกับเส้นสีแดงที่เป็นเส้นประ แสดงดัชนีตลาดหั่งเส็ง (Hang Seng) ของฮ่องกง และดัชนีนิกเกอิ (Nikkei 225, N225) ของญี่ปุ่นตามลำดับ จะเห็นว่าดัชนีนิกเกอินั้นเป็นขาลงมาตั้งแต่ก่อนปี 1990 หรือว่าเป็นขาลงมานานกว่า 20 ปีมาแล้ว ส่วนดัชนีหั่งเส็งนั้นปัจจุบันเป็นคลื่น 5 หรือคลื่น B ก็ยังดูได้ยาก แต่ที่ลุงแมวน้ำอยากให้สังเกตก็คือดัชนีของสองตลาดนี้เป็นระดับหมื่นจุด และเป็นตลาดที่เกิดมาแล้วยาวนาน

เส้นสีชมพู (เส้นหนา) แสดงดัชนีเซนเซกซ์ (SENSEX) ของอินเดีย ดัชนีตลาดอินเดียนั้นก็เป็นระดับหมื่นจุดเช่นกัน ภายในช่วงเวลาเพียงสิบกว่าปีดัชนีตลาดอินเดียวิ่งจากระดับที่ต่ำกว่า 5,000 จุดไปถึงระดับ 20,000 กว่าจุด แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วของกลุ่มทุนในอินเดีย ถือเป็นตลาดเกิดใหม่ที่พัฒนาไปได้เร็วมาก จึงไม่น่าแปลกใจว่าภายในระยะเวลาสิบกว่าปีมานี้ประเทศอินเดียมีเศรษฐีใหม่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก แต่ขณะเดียวกันก็เป็นประเทศหนึ่งที่มีความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจของชนในชาติอยู่สูง จากการนับคลื่น ดัชนีเซนเซกซ์ขณะนี้น่าจะอยู่ในคลื่น 5

ที่เหลืออีก 5 ดัชนีของ 5 ประเทศ ได้แก่ ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต (Shanghai composite index, SSECI) ของจีน (ดัชนีของตลาดจีนที่ลุงแมวน้ำใช้มี 2 ดัชนี คือ SSECI กับ CSI 300 ซึ่ง SSECI นั้นมีข้อมูลยาวนานกว่า) ดัชนีสเตรทส์ไทมส์ (Straits Times Index) ของสิงคโปร์ ดัชนีจาการ์ตาคอมโพสิต (Jakarta composite index, JKSE) ของอินโดนีเซีย ดัชนี RTSI (ย่อมาจาก Russian Trading System Index) ของรัสเซีย และ SETI ของไทย ที่จริงยังมีดัชนีในย่านนี้ที่น่าสนใจอีกหลายประเทศ เช่น เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย แต่วันนี้เราดูกันเพียงเท่านี้ก่อน

จะเห็นว่าดัชนีของอีก 5 ประเทศที่เหลือเป็นดัชนีที่อยู่ในระดับต่ำ คือ ในระดับหลักร้อยจุดหรือไม่กี่พันจุด ซึ่งตลาดในเอเชียเหล่านี้เองที่เป็นตลาดเกิดใหม่ที่เนื้อหอมสำหรับนักลงทุนชาติต่างๆเนื่องจากดัชนียังอยู่ในระดับต่ำ โอกาสที่จะพัฒนายังมีอีกมาก เราลองมาดูภาพขยายกัน


ในภาพนี้ลุงแมวน้ำตัดดัชนีนิกเกอิและหั่งเส็งออกไป เพื่อจะได้เห็นดัชนีตลาดเกิดใหม่ได้ชัดเจนขึ้น และเพิ่มดัชนี RTSI ของรัสเซียเข้ามา จะเห็นว่าเมื่อพิจารณาในระดับคลื่นใหญ่แล้ว ตลาดจีน รัสเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย เกิดยอดคลื่นใหญ่ 3 ในปี 2008 แปลว่าขณะนี้ตลาดทั้งสี่น่าจะดำเนินอยู่ในคลื่น 5

ลักษณะคลื่นของตลาดจีน รัสเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซียนั้นน่าลงทุนทีเดียว เนื่องจากเริ่มเห็นลูกคลื่นเป็นรูปร่างชัดแล้ว คลื่นในปัจจุบันเป็นคลื่นขาขึ้นที่น่าจะมีความชันพอสมควร ซึ่งหมายความว่าให้ผลตอบแทนดี

ส่วนตลาด SET ของไทยนั้น เมื่อมองในระดับคลื่นใหญ่เทียบกับชาติอื่นๆแล้วตลาดไทยยังอยู่ในระดับคลื่น 1 คลื่น 2 เท่านั้น ซึ่งหมายความว่าโอกาสพัฒนายังมีอีกมาก ยอดคลื่นเดิมที่ระดับ 1,700 จุดที่นักลงทุนรายย่อยของไทยติดมาเป็นเวลานานหลายปีนั้นหากมองในภาพใหญ่เทียบกับชาติอื่นๆแล้วระดับ 1,700 จุดเป็นเพียงยอดเล็กๆเท่านั้น ยังมีเส้นทางให้เดินไปข้างหน้าได้อีกยาวไกล แต่ลุงแมวน้ำกล่าวเช่นนี้เมื่ออ่านแล้วอย่าเพิ่งรีบไปทุ่มซื้อหุ้นไทยกันเพราะปัจจัยที่เรายังไม่รู้ก็คือเรื่องของเวลา กว่าที่ดัชนี SETI จะพัฒนาไปเป็นระดับหลายพันจุดได้นั้นจะช้าหรือเร็วเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับศักยภาพของประเทศ หากศักยภาพน้อยก็พัฒนาไปได้ช้า นักลงทุนก็จะย้ายเงินลงทุนไปลงทุนในประเทศอื่นที่ให้ผลตอบแทนดีและเร็วกว่าเสียก่อน นักลงทุนต่างชาติก็นับคลื่นเป็น ใครๆก็นับคลื่นเป็น เมื่อมองในภาพแล้วจะเห็นว่าดัชนี SETI นั้นยังนับคลื่นได้ไม่ชัด ยังเป็นรูปแบบชามอ่างด้วยซ้ำไป (ต่างจากตลาดจีน รัสเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซียที่เห็นคลื่นได้ชัดแล้ว) ดังนั้นรอให้เข้าคลื่นใหญ่ 3 เสียก่อนจึงค่อยเข้ามาก็ได้ นี่คือปัจจัยด้านเวลา ดังนั้นแม้ว่าในภาพใหญ่ดัชนีของไทยยังมีโอกาสไปได้อีกไกลแต่ในการลงทุนของนักลงทุนก็ต้องพิจารณาภายในกรอบเวลาที่เหมาะสมกับตัวของเราด้วย

(โปรดติดตามอ่านต่อในวันถัดไป)





Monday, February 14, 2011

11/02/2011

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 9ภตใถึ จุด เพิ่มขึ้น 0.48 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้มีสัญญาณซื้อ BGH ขณะนี้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งหมด 6 ตัว

กลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ทองคำไทย (GF) เกิดสัญญาณซื้อ ลุงแมวน้ำมองว่าแนวโน้มใหญ่ยังเป็นคลื่นขาลงอยู่ ดังนั้นจึงปิดสัญญาขายไป ไม่ได้เปิดสัญญาซื้อ


ด้านตลาดต่างประเทศ วันนี้ดัชนีตลาดทั่วโลกส่วนใหญ่รีบาวด์ขึ้นมาบ้าง ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ของจีน CSI 300 เกิดสัญญาณซื้อ แต่ในขณะเดียวกันดัชนีในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (P1DOW) เกิดสัญญาณขาย สะท้อนให้เห็นว่าแนวโน้มใหญ่น่าจะยังเป็นคลื่นขาลงอยู่และ CSI 300 ที่เกิดสัญญาณซื้ออาจเป็นสัญญาณหลอก

ราคายางพารา (RSS3) ขึ้นต่อเนื่องไม่หยุด ตลาดขึ้นอย่าขายสวน เพราะแม้จะขึ้นมามากแล้วแต่ยังอาจไม่จบคลื่นแต่ยังไปต่อได้อีกเนื่องจากยังไม่มีสัญญาณกลับทิศใดๆ ประกอบกับราคาสินค้าเกษตรส่วนใหญ่ยังขึ้นอยู่ ราคายางพาราอาจไปต่อด้อีกพักใหญ่ ใครมีอยู่ก็ถือสัญญาไปเรื่อยๆ ไม่ต้องรีบร้อนทำอะไร แต่ราคาแถวนี้ไม่น่าสี่ยงซื้อแล้วเพราะหากประเมินพลาดจะขาดทุนอย่างหนัก หากใครยังไม่มีก็ไม่ควรเข้า




10/02/2011

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 949.09 จุด ลดลง 20.80 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้มีสัญญาณขาย BBL, BLA ขณะนี้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งหมด 5 ตัว

กลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

กองทุนอีทีเอฟ ENGY เกิดสัญญาณขาย

ด้านตลาดต่างประเทศ วันนี้ดัชนีตลาดทั่วโลกส่วนใหญ่ปิดแดง มีปิดเขียวได้เพียงบางตลาดเท่านั้น เช่น จีน ชิลี

ดัชนีในระดับภูมิภาคสองภูมิภาค นั่นคือ ยุโรปกลุ่มนอร์ดิก (E3DOW) และกลุ่มเอเชียใต้ (P3DOW) เกิดสัญญาณขาย เมื่อดูรายประเทศในเอเชียพบว่าตลาดฟิลิปปินส์ (PSEI), รัสเซีย (RTSI) ไต้หวัน (TWII)เกิดสัญญาณขาย เมื่อดูจากตารางจะเห็นว่าขณะนี้ประเทศในกลุ่มเอเชียส่วนใหญ่เป็นสัญญาณขาย เหลือเพียงญี่ปุ่นและเวียดนามที่เป็นสัญญาณซื้ออยู่ สะท้อนให้เห็นว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์ร่วงลงทั้งภูมิภาค





Friday, February 11, 2011

09/02/2011

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 969.89 จุด ลดลง 13.64 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้มีสัญญาณขาย PTT ขณะนี้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งหมด 7 ตัว

กลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้มีสัญญาณขาย PTT

ด้านตลาดต่างประเทศ วันนี้ดัชนีของตลาดเกาหลีใต้ (KS11) เกิดสัญญาณขาย เมื่อดูจากตารางจะห็นได้ชัดเจนว่าดัชนีของตลาดในกลุ่มสหรัฐอเมริกาและยุโรปซึ่งเป็นตลาดที่พัฒนาแล้วล้วนเป็นสัญญาณซื้ออยู่ ในขณะที่ดัชนีตลาดในกลุ่มอเมริกาใต้และเอเชียส่วนใหญ่เป็นสัญญาณขายอยู่ และจากกราฟสรุปความเคลื่อนไหวของตลาดในวันนี้จะเห็นว่าดัชนีของตลาดทั่วโลกโดยรวมปิดในแดนลบทั้งสิ้น ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ที่แปลกๆ เพื่อนนักลงทุนควรระมัดระวังการซื้อสวนตลาดหรือการช้อนซื้อ เนื่องจากตลาดุ้นของไทยยังอาจลงได้อีกมาก




Thursday, February 10, 2011

08/02/2011 * โครงการลงทุนสำหรับวัยหนุ่มสาวของลุงแมวน้ำ (3)

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 983.53 จุด ลดลง 2.10 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย ขณะนี้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งหมด 8 ตัว

กลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้มีสัญญาณขายน้ำตาล (SB, sugar#11)

ด้านตลาดต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย ตลาดหุ้นฝั่งอเมริกาและยุโรปส่วนใหญ่ปิดเขียว ส่วนตลาดฝั่งเอเชียปิดแดง ตลาดเกิดใหม่หรือ emerging market ดูไม่ค่อยดี ช่วงนี้ผันผวน ขึ้นแรงลงแรง โดยเฉพาะทางด้านเอเชีย ลองสังเกตจากกราฟดูว่าวันนี้ตลาดเวียดนามขึ้นแรง ตามมาด้วยตลาดแอผริกาใต้และอียิปต์ ในขณะที่ตลาดอินเดีย รัสเซีย ชิลี และเปรู ปรับตัวลงค่อนข้างมาก ที่ขึ้นแรงลงแรงล้วนแต่เป็นตลาดเกิดใหม่ทั้งสิ้น ส่วนตลาดที่พัฒนาแล้วดูค่อนข้างดี


โครงการลงทุนสำหรับวัยหนุ่มสาวของลุงแมวน้ำ (3)

เมื่อวานเราคุยกันถึงเรื่องสินค้าที่จะเทรดในโครงการลงทุน ฟิวเจอร์สของ KTB และ QH ถือว่าสอบผ่านแล้วใน 2 ประเด็น นั่นคือ ด้านราคาและสภาพคล่อง วันนี้เราจะมาพิจารณาอีก 2 ประเด็นที่เหลือ นั่นคือ รูปแบบทางเทคนิคหรือการพิจารณากราฟราคาในอดีต และประเด็นสุดท้ายก็คือการพิจารณาจังหวะเข้าลงทุน ซึ่งเราจะพิจารณาไปพร้อมๆกันเลย

ลองมาดูกราฟราคาของหุ้น KTB กันก่อน ดังภาพต่อไปนี้



จากการประเมินด้วยสายตา จะเห็นว่าการเกิดสัญญาณหลอกหรือ false signal ที่หลอกให้เราคืนกำไรนั้นมีอยู่บ้าง คือมีในระดับปกติที่พอเทรดได้ จะให้ไม่มีเลยคงเป็นไปไม่ได้ สัญญาณหลอกนี้หากมีมากดูจากกราฟด้วยสายตาก็จะมองออก แต่หากไม่แน่ใจว่าสัญญาณหลอกเกิดขึ้นมากน้อยเพียงใดต้องทดสอบด้วยการคำนวณจุดซื้อขายและคำนวณกำไรขาดทุนย้อนหลังเพื่อให้ทราบข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นเรื่องที่ใช้เวลา

สำหรับการนับคลื่นนั้น จากภาพยังนับไม่ออก ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ากำลังอยู่คลื่นไหน เนื่องจากเห็นภาพเพียงในกรอบเวลาจำกัด ลุงแมวน้ำจึงอนุมานเอาว่าหุ้น KTB นี้คล้อยตามดัชนี SET ซึ่งดัชนีขณะนี้น่าจะอยู่ในคลื่น A หรือไม่ก็คลื่น 4 ดังนั้นตาดว่า KTB ก็น่าจะอยู่ในคลื่น A หรือ คลื่น 4 เช่นกัน

สรุปว่าในแง่กราฟราคา KTB มีรูปแบบราคาที่ไม่แกว่งตัวรุนแรง ไม่เกิดสัญญาณหลอกบ่อยๆ สามารถเทรดได้ ส่วนในแง่ความเหมาะสมด้านจังหวะเวลา หากอยู่ในคลื่น A ก็เหมาะสมที่จะเทรดทางด้านขายหรือเปิดสัญญาขาย หากเป็นคลื่น 4 ก็ไม่ควรเทรด ไม่มีใครรู้คำตอบที่แท้จริง แต่ลุงแมวน้ำประเมินว่าน่าจะเป็นคลื่น A มากกว่า

ทีนี้มาดูกราฟราคาของ QH กันบ้าง ดังภาพต่อไปนี้


กราๆของ QH อาจจะดูง่ายกว่าอยู่บ้าง เมื่อดูรูปแบบของกราฟ พบมีรูปแบบพื้นฐาน ดูง่าย นั่นคือ นับคลื่น 1-2-3-4-5-a-b-c ได้ สัญญาณหลอกพอมีบ้าง พอจะเทรดได้ (กราฟที่มีรูปแบบพื้นฐาน จำแนกลูกคลื่นได้ไม่ยาก พวกนี้ถือว่าเทรดได้ หากกราฟมีรูปแบบราคาซับซ้อน แกว่งตัวแรง นับคลื่นไม่ถูก พวกนี้ไม่ค่อยน่าเทรดนักเนื่องจากโอกาสเกิดสัญญาณหลอกค่อนข้างสูง)

จากการนับคลื่นน่าจะอยู่ในคลื่น A ซึ่งสอดคล้องกับดัชนี SET ดังนั้นทางด้านจังหวะเวลาถือว่าเป็นจังหวะที่เหมาะสำหรับการเทรดในด้านขาย

สรุปว่าฟิวเจอร์สของหุ้น KTB และ QH มีคุณสมบัติผ่านทั้ง 4 ประการ สามารเลือกเข้าพอร์ตลงทุนได้ ดังนั้นเมื่อเกิดสัญญาณขายในวันที่ 24 มกราคม 2554 ซึ่งวันนั้นตลาดหุ้นไทยลงหนัก ทั้งดัชนี SET, SET50, S50 และหุ้นอีกจำนวนมากเกิดสัญญาณขาย ลุงแมวน้ำจึงเริ่มเข้าลงทุนด้วยการเปิดสัญญาขาย (open short position) ฟิวเจอร์ส KTB และ QH และถือว่าวันที่ 24 มกราคม 2554 นี้เป็นวันที่เริ่มต้นโครงการลงทุนสำหรับวัยหนุ่มสาว

สรุปผลการลงทุนเมื่อสิ้นเดือนมกราคม เป็นดังนี้

จะเห็นว่าพอร์ตลงทุนเริ่มมีกำไรแล้ว แต่อย่าเพิ่งชะล่าใจไป ยังคงต้องติดตามดูกันอีกนาน และต่อไปลุงแมวน้ำจะสรุปผลโครงการลงทุนให้ดูกันทุกเดือนเช่นเดียวกับโครงการลงทุนเพื่อการเกษียณอายุ

ข้อควรระวังที่สำคัญยิ่งก็คือ ลุงแมวน้ำทำโครงการนี้เพื่อแสดงให้เห็นการวางแผนและการดำเนินการลงทุนส่วนบุคคลโดยใช้ฟิวเจอร์สและตราสารตลาดทุนอื่นๆเข้าช่วย ผู้ที่จะลงทุนแบบนี้ได้ต้องมีความรู้เกี่ยวกับการลงทุน มีความรู้เกี่ยวกับอนุพันธ์ และต้องเคยฝึกฝนการเทรดอย่างเป็นระบบมาแล้ว ซึ่งความรู้ในส่วนพื้นฐานหล่านั้นลุงแมวน้ำไม่ได้พูดเอาไว้ในที่นี้เนื่องจากเนื้อที่ เวลา และข้อจำกัดอื่นอีกหลายอย่างทำให้ลุงแมวน้ำไม่สามารถอธิบายไปถึงรายละเอียดขั้นพื้นฐานได้

ฟิวเจอร์สนั้นเป็นตราสารที่อันตราย ต้องรู้จักใช้ ต้องรู้จักการระวังรักษาตัว ผู้ที่ฝึกใจ ฝึกวินัยในการลงทุนมาแล้วเป็นอย่างดีเท่านั้นจึงจะเทรดได้ประสบความสำเร็จ หากไม่ได้ผ่านการฝึกฝนมาแล้วโอกาสพังมีสูงมาก การฝึกวินัยการลงทุนนั้นคงสอนกันไม่ได้ทางเว็บบล็อก ต้องมีครูสอนจึงจะดี ดังนั้นหากผู้ใดที่อ่านบทความนี้และสนใจในการลงทุนเป็นโครงการเช่นนี้ หากเคยเทรดอย่างเป็นระบบมาแล้วก็สามารถนำไปประยุกต์ให้เหมาะกับตนเองได้ แต่หากยังไม่เคยฝึกการเทรดอย่างเป็นระบบมาก่อน ควรต้องไปเรียนรู้มาก่อน




Tuesday, February 8, 2011

07/02/2011 * โครงการลงทุนสำหรับวัยหนุ่มสาวของลุงแมวน้ำ (2)

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 985.63 จุด เพิ่มขึ้น 0.85 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้มีสัญญาณซื้อ BLA, ESSO, PTTAR, TOP ขณะนี้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งหมด 8 ตัว

กลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

ด้านตลาดต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย ตลาดหุ้นฝั่งอเมริกาและยุโรปส่วนใหญ่ปิดเขียว ส่วนตลาดฝั่งเอเชียปิดเขียวบ้างแดงบ้าง แต่ที่น่าสังเกตคือดัชนีหั่งเส็ง (Hang seng, HSI) ของฮ่องกงปรับตัวลงค่อนข้างมากต่างจากตลาดอื่นๆ


โครงการลงทุนสำหรับวัยหนุ่มสาวของลุงแมวน้ำ (2)

โครงการลงทุนสำหรับวัยหนุ่มสาวนี้ใช้เงินทุนจากการออมทั้งหมด 36,000 บาท โดยออมเดือนละ 1,000 บาท โดยเมื่อออมครบหนึ่งปีก็จะมีเงินออม 12,000 บาท ก็นำเงินมาลงทุนได้แล้ว ส่วนที่เหลือก็ทยอยออมต่อไป เมื่อมีจังหวะที่เหมาะค่อยนำส่วนที่ออมได้เพิ่มเติมนั้นมาลงทุน หากยังไม่มีจังหวะที่เหมาะสมก็ยังไม่ต้องทำอะไร ฝากธนาคารเอาไว้ก่อน

เงิน 12,000 บาทนี้ลงทุนอะไรได้บ้าง หากเป็นเมื่อสัก 10 ปีก่อนเงินเพียงนี้แทบจะลงทุนในตลาดหุ้นไม่ได้เลย แต่ในปัจจุบันโบรกเกอร์ต่างๆล้วนแต่ออกโครงการออมหุ้นออกมา เก็บเงินเพียงเดือนละ 1,000 บาทก็สามารถซื้อหุ้นได้ แต่สำหรับโครงการที่ลุงแมวน้ำจะทำนี้เป็นโครงการสำหรับผู้ลงทุนทำการเทรดเอง ไม่ได้ใช้โครงการออมหุ้นแต่อย่างใด

เนื่องจากเว็บบล็อกนี้เน้นที่การลงทุนในอนุพันธ์หรือว่าฟิวเจอร์ส ดังนั้นการวางแผนการลงทุนลุงแมวน้ำจึงมองหาฟิวเจอร์สที่เหมาะสมสำหรับโครงการลงทุนนี้เสียก่อน หากหาไม่ได้จึงค่อยไปพิจารณาอย่างอื่นต่อไป

ฟิวเจอร์สของดัชนี SET50 (S50) ก็ใช้เงินวางมาร์จินเริ่มต้น (initial margin, IM) สูงเกินงบลงทุน ฟิวเจอร์สของทองคำยิ่งไม่ต้องพูดถึง เกินงบลงทุนเหมือนกัน

มาดูทางด้านฟิวเจอร์สของหุ้นหรือที่เรียกว่า single stock futures กันบ้าง ฟิวเจอร์สของหุ้นในปัจจุบันมีอยู่ทั้งหมด 14 ตัว อ้างอิงกับหลักทรัพย์ 14 หลักทรัพย์ ซึ่งฟิวเจอร์สของหุ้นแต่ละตัวนั้นใช้เงินวางมาร์จินเริ่มต้นไม่เท่ากันหรือพูด่งายๆว่าแต่ละตัวราคาไม่เท่ากัน อีกทั้งฟิวเจอร์สของหุ้นนี้ไม่ใช่ว่าจะมีสภาพคล่องทุกตัว ในการเทรดเราจำเป็นต้องเลือกเทรดตัวที่มีสภาพคล่องพอสมควร มิฉะนั้นหากต้องการปิดสถานะจะทำไม่ได้ เหมือนกับหุ้นที่ไม่มีสภาพคล่อง หากต้องการขายหุ้นตัวนั้นก็ไม่สามารถทำได้เนื่องจากไม่มีคนซื้อ

จากการพิจารณาราคาและสภาพคล่อง ลุงแมวน้ำเลือกฟิวเจอร์สของหุ้นมาได้ 2 ตัว นั่นคือ ฟิวเจอร์สของหุ้น KTB กับ QH หากลงทุนใน KTB futures ต้องวางมาร์จิน 1,520 บาท ดังนั้นหากจะลงทุนในฟิวเจอร์สของ KTB ต้องเตรียมเงิน 9,044 บาท (ตามสูตร 3.5 เท่าของ IM + MM)

และหากต้องการลงทุนในฟิวเจอร์สของ QH ต้องวางมาร์จิน 380 บาท ซึ่งหมายความว่าต้องเตรียมเงินเอาไว้สำหรับการเทรด 2,261 บาท

หากต้องการลงทุนทั้งในฟิวเจอร์สของ KTB และ QH สองตัวต้องเตรียมเงินเท่ากับ 9,044 + 2,261 = 11,305 บาท ซึ่งยังอยู่ในงบลงทุน 12,000 บาท

การเทรดหุ้นหรือฟิวเจอร์สให้ประสบความสำเร็จนั้นขั้นตอนเริ่มต้นเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก การพิจารณาคัดเลือกฟิวเจอร์สที่จะเทรด รวมทั้งการเข้าเทรดในจังหวะเวลาที่เหมาะสม เหล่านี้จะเป็นปัจจัยไปสู่ความสำเร็จในการเทรด คำกล่าวที่กล่าวกันว่าเริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่งเป็นความจริงทีเดียวสำหรับการลงทุนในหุ้นหรือฟิวเจอร์ส

ฟิวเจอร์สของ KTB และ QH ถือว่าสอบผ่านแล้วใน 2 ประเด็น นั่นคือ ด้านราคาและสภาพคล่อง ยังมีอีก 2 ประเด็นที่เราต้องพิจารณาก็คือ รูปแบบทางเทคนิคหรือการพิจารณากราฟราคาในอดีต และประเด็นสุดท้ายก็คือการพิจารณาจังหวะเข้าลงทุน




Monday, February 7, 2011

04/02/2011 * โครงการลงทุนสำหรับวัยหนุ่มสาวของลุงแมวน้ำ (1)

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 984.78 จุด เพิ่มขึ้น 4.18 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้มีสัญญาณซื้อ PTTEP ขณะนี้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งหมด 4 ตัว

กลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้มีสัญญาณซื้อ PTTEP

กองทุนอีทีเอฟ ENGY เกิดสัญญาณซื้อ

ด้านตลาดต่างประเทศ ตลาดหุ้นปิดกระจายกันไป อีกทั้งหลายตลาดในย่านเอเชียยังปิดทำการเนื่องในเทศกาลตรุษจีน ดัชนีนิกเกอิ (Nikkei, N225) ของญี่ปุ่นเกิดสัญญาณซื้อ ดัชนีตลาดตุรกี (TR20) ขึ้นแรงในขณะที่ดัชนีของตลาดอินเดีย (Sensex, BSESN) และบราซิล (IBovespa, BVSP) ลงแรง


โครงการลงทุนสำหรับวัยหนุ่มสาวของลุงแมวน้ำ (1)

จากโครงการลงทุนเพื่อการเกษียณอายุของลุงแมวน้ำที่ทำขึ้นเพื่อเป็นบำนาญสำหรับใช้จ่ายในวัยชราหลังเกษียณสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยมีระบบสวัสดิการหลังเกษียณหรือว่ามีแต่ไม่เพียงพอ ผลปรากฏว่าหลังจากลงทุนไป 2 ปีก็ได้ผลตอบแทนมาพอสมควร โดยโครงการลงทุนนี้ใช้เงินทุนตั้งต้นซึ่งเป็นเงินออมประมาณ 120,000 บาท

จากโครงการนี้ทำให้ลุงแมวน้ำเกิดความคิดขึ้นมาว่า ถ้าเช่นนั้นหากคนในวัยหนุ่มสาวที่มีเงินออมอยู่บ้างแต่ไม่มากนัก เนื่องจากคนวัยหนุ่มสาวอาจมีภาระที่ต้องรับผิดชอบอยู่หลายประการ ประกอบกับวัยหนุ่มสาวเป็นวัยที่เพิ่งเข้าสู่โลกของการทำงาน ดังนั้นระดับเงินเดือนหรือว่าผลตอบแทนจากการทำงานประจำก็อาจไม่สูงนัก หากคิดลงทุนโดยต้องออมเงินเป็นหลักแสนบาทก่อนก็น่าจะทำได้ยาก เป็นไปได้หรือไม่ที่คนหนุ่มสาวที่มีเงินออมอยู่บ้างและต้องการลงทุนเล็กๆน้อยๆ เพื่อเป็นการวางพื้นฐานและฝึกฝนตนเองในการลงทุน สร้างวินัยในการลงทุน สำหรับการลงทุนในพอร์ตที่ใหญ่ขึ้นในอนาคต

ลุงแมวน้ำจึงคิดโครงการลงทุนขึ้นโดยใช้เงินลงทุนประมาณ 12,000 บาท คิดง่ายๆ สมมติว่ามีเงินออมเดือนละ 1,000 บาท เราก็ออมไว้สัก 1 ปี จากนั้นก็นำมาลงมาลงทุน ถือว่าเป็นการฝึกฝนการลงทุน

พอร์ตการลงทุนเล็กๆขนาดนี้ทำอย่างไรเรามาคุยกันในวันต่อไป





Friday, February 4, 2011

03/02/2011 * RSS, GC, DX, SETI, Arabian World, โครงการลงทุนเพื่อการเกษียณอายุ

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 980.60 จุด เพิ่มขึ้น 2.76 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย ขณะนี้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งหมด 3 ตัว

กลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

ด้านตลาดต่างประเทศ ตลาดหุ้นปิดกระจายกันไป บ้างก็เขียวนิดหน่อย บ้างก็แดงนิดหน่อย อินเดียขึ้นแรงส่วนเปรูลงแรง

สถานการณ์ในอียิปต์ยังไม่ดีขึ้น เหตุการณ์ความไม่สงบในประเทศอียิปต์นอกจากส่งผลต่อตลาดหุ้นของประเทศอียิปต์เองแล้วยังส่งผลต่อประเทศในโลกอาหรับอื่นๆด้วย นักลงทุนควรชะลอการลงทุนในกองทุนต่างประเทศ (FIF) ที่ลงทุนในโลกอาหรับหรือในย่านตะวันออกกลาง ควรรอดูสถานการณ์ให้ชัดเสียก่อน ที่เห็นในภาพต่อไปนี้คือดัชนี DJGCC50D ซึ่งรวมประเทศในกลุ่มน้ำมันตะวันออกกลาง



มาดูราคาฟิวเจอร์สบางตัวกันบ้าง

ลองมาดูยางพารากัน บางพารา RSS3 ช่วงนี้ขึ้นถล่มทลาย ทั้งนี้เนื่องจากราคายางพาราในตลาดญี่ปุ่นหรือตลาดโตคอม (TOCOM) ขึ้นแรง ลุงแมวน้ำตั้งข้อสังเกตว่ายางพาราสองวันมานี้ขึ้นแรงโดยไม่มีสาเหตุที่ชัดเจน รวมทั้งยังขึ้นในช่วงที่ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าของจีนหยุดในช่วงเทศกาลตรุษจีนอีกด้วย พูดง่ายๆก็คือหากตลาดจีนเปิดทำการ ราคาของตลาดจีนจะเป็นตัวกำหนดทิศทางราคาในตลาดล่วงหน้า แต่หากจีนหยุด ราคายางพาราในตลาดโตคอมจะเป็นตัวกำหนดทิศทางแทน หรือว่าพระรองจะฉวยโอกาสที่พระเอกหยุดพักผ่อน แย่งซีนมาเล่นเองเสียจนเกินหนาเกินตาพระเอกก็น่าคิด นักลงทุนโปรดระวัง



ราคาทองคำตลาดโคเมกซ์ (COMEX) ช่วงนี้ขึ้นลงในกรอบ 1,320-1,355 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยประมาณ แต่หากดูจากกราฟแล้วมีสัญญาณกลับทิศ ประกอบกับการนับคลื่นทำให้คิดว่าอาจจบคลื่น 5 (สีน้ำเงิน) แล้ว นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าราคาทองคำจะไปต่ออีกไกลเนื่องจากแนวโน้มเงินดอลลาร์ต่อไปจะไร้ค่า นอกจากนี้ยังมีเรื่องปัญหาเงินเฟ้อในโลกอีกด้วย หากมองจากสถานการณ์แวดล้อมราคาทองคำก็น่าจะขึ้นต่อดังที่ว่า แต่หากพิจารณาทางเทคนิคล้วนๆโดยไม่ใช้อคติแล้ว ราคาทองอาจจบคลื่น 5 ไปแล้วก็ได้ ดังที่นับคลื่นให้ดูในภาพต่อไปนี้


หากจบคลื่น 5 จริง ราคาทองคำจะร่วงไปจนถึงระดับใด หากพิจารณาจากระดับ Fibonacci ก็อาจลงไปถึงระดับ 700-800 ดอลลาร์/ออนซ์ได้

มาดูค่าเงินดอลลาร์กันบ้างโดยพิจารณาจากราคาของฟิวเจอร์สดัชนีดอลลาร์ สรอ (dollar index, DX) ดังภาพต่อไปนี้



ภาพนี้ก็ฝืนความรู้สึกเช่นเดียวกับภาพราคาทองคำ เนื่องจากหากพิจารณาจากปัจจัยแวดล้อมแล้วค่าเงินดอลลาร์น่าจะอ่อนตัวไปเรื่อยๆ แต่หากพิจารณาจาภาพข้างบนจะเห็นว่าเป็นไปได้ว่าเงินดอลลาร์กำลังแข็งค่าขึ้นโดยกำลังอยู่ในคลื่น 3 (สีน้ำตาลและสีน้ำเงิน) ซึ่งจากการวัดทางเทคนิค ดัชนีดอลลาร์ สรอ น่าจะไปไกลเกินกว่า 100 หน่วย นั่นคือเงินดอลลาร์ยังแข็งค่าได้อีกมาก ลองตามกันดูต่อไป หากในระยะต่อไปข้างหน้านี้ DX ไม่ลงไปต่ำกว่า 77 หน่วย น้ำหนักที่ว่า DX กำลังอยู่ในคลื่น 3 ก็มีน้ำหนักมากขึ้น

ทางด้านดัชนีของตลาดหลักทรัพย์ไทยหรือว่าดัชนีเซ็ต (SET index) ดังภาพต่อไปนี้



จากภาพ SETI กลับทิศเป็นขาลงแล้ว ประเด็นอยู่ที่ว่าจะลงไปจนถึงระดับใด กรณีนี้คงต้องใช้การนับคลื่นและระดับ fibonacci มาประกอบ โดยหาก SET จบคลื่น 5 (สีน้ำตาล) SETI มีโอกาสลงไปถึงระดับ 530-640 จุด

แต่หากนับคลื่นผิด คือ SETI ยังไม่จบคลื่น 5 (สีน้ำตาล) ขณะนี้ SETI ก็อาจอยู่ในคลื่น 4 ย่อย (ระดับสีม่วง) ซึ่งหากเป็นกรณีหลังนี้ก็อาจลงไปถึงระดับ 800-900 จุดเท่านั้น


ทางด้านพอร์ตลงทุนเพื่อการเกษียณอายุของลุงแมวน้ำ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาสรุปพอร์ตการลงทุนมีกำไรเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 200,000 บาท โดยลุงแมวน้ำแบ่งเงินส่วนหนึ่งไปเป็นค่าใช้จ่ายในการทำหมันสุนัขและแมวที่จรจัดเร่ร่อนด้วย

อาจมีบางคนตั้งข้อสงสัยว่า หากพอร์ตลงทุนมีค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวกับการลงทุนจะไม่ทำให้ผลตอบแทนของกองทุนลดน้อยลงไปหรือ คำตอบก็คือลดลงไปบ้างจริง แต่ความคิดของลุงแมวน้ำก็คือเรื่องการแบ่งปันไม่จำเป็นต้องรอ ไม่ต้องรอให้รวยหรือไม่ต้องรอให้ได้กำไรมากๆเสียก่อนจึงค่อยแบ่งบันเนื่องจากความเดือดร้อนและความทุกข์นั้นไม่รอเวลา ความช่วยเหลือเพื่อแบ่งเบาความทุกข์ก็ไม่ควรรีรอเช่นกัน การให้เเป็นเหตุให้เกิดความสุขมากยิ่งกว่าการรับ ลุงแมวน้ำสร้างพอร์ตการลงทุนขึ้นมาเพื่อสะสมเงินเอาไว้เพื่อให้สบายกายในยามชรา แต่ถ้าพอร์ตการลงทุนนี้สามารถสร้างความสุขใจได้ในเวลาปัจจุบัน ก็ยิ่งน่าจะเป็นเรื่องดีขึ้นไปอีก ได้ทั้งสบายใจ ได้ทั้งสบายกาย ดังนั้นลุงแมวน้ำจึงมีความตั้งใจเอาไว้ว่าพอร์ตการลงทุนนี้จะมีค่าใช้จ่ายเพื่อการแบ่งปันบรรเทาทุกข์ได้ตามสมควร

สรุปแล้ว ณ สิ้นเดือน มกราคม 2553 ลุงแมวน้ำสามารถสร้างบำนาญเลี้ยงตูเองในยามชราได้แล้วเดือนละ 2,973 บาท



ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โครงการลงทุนเพื่อการเกษียณอายุ บำนาญสร้างเองของลุงแมวน้ำ

นอกจากนี้ลุงแมวน้ำทำโครงการลงทุนเอาไว้อีกโครงการหนึ่ง นั่นคือ โครงการลงทุนสำหรับคนหนุ่มสาว เริ่มจากเงินทุนจำนวนน้อยๆ หมื่นกว่าบาท ตามสภาพความเป็นจริงที่ว่าคนหนุ่มสาวเพิ่งก่อร่างสร้างตัว เงินออมยังอาจมีไม่มากนัก หากต้องการลงทุนจะทำอย่างไร ที่จริงลุงแมวน้ำทำโครงการไปแล้ว หมายถึงว่าลงมือซื้อขายไปแล้ว เพียงแต่ว่ายังทำเป็นเว็บเพจไม่ทัน เอาไว้อีกสองสามวันคงได้อวดโฉมกัน




02/02/2011

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 977.84 จุด เพิ่มขึ้น 18.15 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้มีสัญญาณขาย EGCO ขณะนี้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งหมด 3 ตัว แทบจะหมดทั้งกลุ่ม SET50 อยู่แล้ว

กลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

ด้านตลาดต่างประเทศ ทางฝั่งทวีปอเมริกาค่อนไปทางปิดแดง ส่วนทางยุโรปส่วนใหญ่ปิดเขียว ตลาดเอเชียหยุดทำการกันหลายตลาดเนื่องในเทศกาลตรุษจน ได้แก่ จีน ไต้หวัน ฮ่องกง มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม เกาหลี




Thursday, February 3, 2011

01/02/2011

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 959.69 จุด ลดลง 4.41 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้มีสัญญาณขาย BGH ขณะนี้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งหมด 4 ตัว

กลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้มีสัญญาณขาย BAY, BBL ส่วนฟิวเจอร์สต่างประเทศนั้นม่มีสัญญาณซื้อขาย

ด้านตลาดต่างประเทศ ทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออก ตลาดส่วนใหญ่ปิดบวก ยกเว้นบางประเทศเท่านั้นที่ปิดลบ เช่น อินเดีย ฟิลิปปินส์ ทางดัชนี MSCI All Country World เกิดสัญญาณซื้อ

ทองคำมรแรงขายออกมาอย่างต่อเนื่อง ราคา GC จึงไม่ไปไหนแม้ว่าเงินดอลลาร์จะอ่อนก็ตาม ขึ้นมาก็ถูกขาย โดยเฉพาะกองทุน SPDR Gold Trust ซึ่งเป็นกองทุนทองคำใหญ่ที่สุดในโลกได้ทยอยขายทองคำออกมาในช่วงนี้

ราคาสินค้าเกษตรที่เป็นสินค้าบริโภคยังปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง กองทุนอีทีเอฟ DBA อันเป็นกองทุนสินค้าเกษตรเดียวกับของทุนรวมสินค้าเกษตรของไทยก็ทำจุดสูงสุดใหม่อยู่เรื่อยๆ ส่วนสินค้าเกษตรที่เป้นสินค้าอุปโภค เช่น ยางพารา นั้นยังดูไม่ชัดว่าจะไปต่อได้หรือไม่หรือว่าจะจบยอดคลื่นๆแถวๆนี้ คงต้องรอดูไปอีกระยะหนึ่ง




Monday, January 31, 2011

31/01/2011

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 964.10 จุด ลดลง 17.73 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้มีสัญญาณขาย BIGC ขณะนี้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งหมด 5 ตัว

กลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้มีสัญญาณขายโหละทองแดง HG (copper futures)

กองทุนอีทีเอฟ วันนี้กองทุนอีทีเอฟน้ำมัน (DBO) เกิดสีญญาณซื้อหลังจากที่ราคาน้มันดีดตัวขึ้นมาจากกรณีความวุ่นวายของประเทศอียิปต์

ด้านตลาดต่างประเทศ วันนี้ดัชนีตลาดหุ้นของคูเวต (DJKW30D) และญี่ปุ่น (N225) เกิดสัญญาณขาย