Friday, June 4, 2010

03/06/2010 * DJI, MSCI WORLD Index

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 765.96 จุด เพิ่มขึ้น 16.28 จุด ดัชนี SET เกิดสัญญาณซื้อแล้ว

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้มีสัญญาณซื้อ 8 ตัว ได้แก่ BBL, CPALL, KBANK, KTB, MCOT, MINT, PTTEP, SCB ขณะนี้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งหมด 19 ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้เกิดสัญญาณซื้อ KTB, PTTEP และโกโก้ (CC) โปรดสังเกตว่าแม้ SET จะเกิดสัญญาณซื้อแแต่ S50 ยังไม่เกิดสัญญาณซื้อ

ด้านดัชนีตลาดต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย แนวโน้มยังเป็นขาลงอยู่

ช่วงนี้บางวันดัชนีดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average, DJI) ของสหรัฐอเมริกามีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นร้อยจุด ทำให้หลายคนอาจสงสัยว่าหรือตลาดหุ้นจะไม่ลงจริง ลองมาดูกราฟของ DJI กัน



DJI หน้าตาเป็นทรงชามคว่ำ นับคลื่นได้ยาก แต่แต่ที่ได้ชัดคือหลุดกรอบ SEC (standard error channel) มาแล้ว น่าเชื่อว่าคงลงได้ลึก

คราวนี้ลองมาดูดัชนีอีกตัวหนึ่งกัน ดัชนีที่ว่านี้คือ MSCI World Index อันเป็นดัชนีที่ MSCI จัดทำขึ้นเพื่อใช้อ้างอิง โดยคำนวณจากตลาดหุ้นในประเทศต่างๆทุกภูุมิภาคทั่วโลก ทำให้เชื่อว่าน่าจะเป็นตัวแทนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นในโลกในภาพรวมได้



กราฟที่เห็นนี้แม้ไม่ใช่ดัชนี MSCI World โดยตรง แต่เป็นกองทุนอีทีเอฟที่ใช้ดัชนี MSCI World นี้เป็นสินค้าอ้างอิง ดังนั้นการดูแนวโน้มใหญ่ๆถือว่านำมาใช้แทนได้ จากกราฟจะเห็นได้ว่า MSCI World Index เพิ่งจะหลุดกรอบของ SEC การหลุดกรอบนี้ล่าช้ากว่า DJI

ลักษณะการหลุดจากแนวหรือว่าหลุดจากกรอบ SEC โดยทั่วไปแล้วเมื่อเส้นราคาเพิ่งจะหลุดจากกรอบใหม่ๆอาจมีการรีบาวด์ไปคลอกับเส้นกรอบได้อีกสักระยะหนึ่ง เหมือนกับพยายามจะไต่ขึ้นไป แต่แล้วในที่สุดก็จะขึ้นต่อไปไม่ไหว จากนั้นร่วงลงมาต่อ ก็ต้องดูกันต่อไปว่าดัชนี MSCI World Index นี้จะเป็นไปดังที่ว่าหรือไม่ และถ้าเป็นจริง ก็หมายความว่าอีกไม่นานเราคงเห็นดัชนีในตลาดต่างๆของโลกทยอยกันร่วงลงต่อ รวมทั้งดาวโจนส์ด้วย

Thursday, June 3, 2010

02/06/2010

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 749.68 จุด เพิ่มขึ้น 8.76 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้มีสัญญาณซื้อ ADVANC

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

ด้านตลาดต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

ตลาดหุ้นไทยอยู่ในภาวะำไร้ทิศทาง เช่นเดียวกับตลาดสินค้าเกษตร (ทั้ง AFET และสหรัฐอเมริกา) ก็อยู่ในภาวะไร้ทิศทางเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นช่วงนี้คงต้องพบกับเทศกาลคืนกำไรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ช่วงเป็นเป็นช่วงฝึกกำลังใจ

Wednesday, June 2, 2010

01/06/2010

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 740.92 จุด ลดลง 9.51 จุด วันนี้ต่างชาติกลับมาเป็นซื้อสุทธิแล้วหลังจากที่ขายสุทธิต่อเนื่องกัน 16 วัน

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้มีสัญญาณขายข้าวโพด (C) ทั้งๅที่เพิ่งเกิดสัญญาณซื้อไปเมื่อไม่กี่วันก่อน ช่วงนี้อาจจะเจอกับสัญญาณหลอกหลายๆรอบติดกันก็เป็นได้

ด้านตลาดต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

Tuesday, June 1, 2010

31/05/2010

วันนี้ตลาดสหรัฐอเมริกาหยุดเนื่องในวันทหารผ่านศึก ตลาดอังกฤษก็หยุดทำการ

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 750.43 จุด เพิ่มขึ้น 13.15 จุด วันนี้ต่างชาติกลับมาเป็นซื้อสุทธิแล้วหลังจากที่ขายสุทธิต่อเนื่องกัน 16 วัน

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้เกิดสัญญาณซื้อ BEC ขณะนี้ถือหุ้นอยู่ทั้งหมด 10 ตัว เมื่อพิจารณาจะเครื่องมือ directional movement indicator ซึ่งเป็นเครื่องมือบ่งชี้แนวโน้ม พบว่าขณะนี้มีหุ้นที่อยู่ในภาวะไร้ทิศทาง (sideway) อยู่ถึง 38 ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

ด้านตลาดต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย ตลาดต่างประเทศที่มีอยู่ในรายงานยังมีแนวโน้มเป็นขาลงทุกตลาด ส่วนตลาด SET ของไทยนั้นอยู่ในภาวะไร้ทิศทาง คงต้องตามดูกันต่อไปว่าเมื่อใดจะเข้าสู่แนวโน้มขาลงเต็มตัวตามตลาดอื่นๆ หรือไม่ก็แหกคอกกลับทิศเป็นแนวโน้มขาขึ้น แต่ลุงแมวน้ำมองว่าทางเลือกประการแรกมีโอกาสเป็นไปได้สูงกว่า

Sunday, May 30, 2010

27/05/2010 - 28/05/2010

เนื่องจากวันที่ 28 พ.ค. ตลาด SET, TFEX, AFET ของไทยหยุดทำการเนื่องจากเป้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ดังนั้นข้อมูลที่ปรับปรุงประจำวันที่ 28 จึงมีเพียงของตลาดต่างประเทศ

27/05/2010

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 737.28 จุด เพิ่มขึ้น 8.34 จุด ต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่องกันเป็นวันที่ 16

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้เกิดสัญญาณซื้อ BH, TCAP ขณะนี้ถือหุ้นอยู่ทั้งหมด 9 ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้มีสัญญาณซื้อข้าวโพด (C) และมีสัญญาณขาย ITD

ด้านตลาดต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย แม้ตลาดทั่วโลกปรับตัวเด้งขึ้นมาแต่เพื่อพิจารณาจากเครื่องมือ Directional movement indicator แล้วพบว่าตลาดทั้งหมดยังถือว่ามีแนวโน้มเป็นขาลงอยู่โดยไม่เปลี่ยนแปลง




28/05/2010


สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้มีสัญญาณขายฝ้าย (CT)

ด้านตลาดต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

Thursday, May 27, 2010

26/05/2010 * Currencies

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 728.94 จุด เพิ่มขึ้น 7.65 จุด ต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่องกันเป็นวันที่ 15

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้เกิดสัญญาณขาย DELTA ขณะนี้ถือหุ้นอยู่ทั้งหมด 7 ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

ด้านตลาดต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

ตลาดหุ้นของไทยมีแนวโน้มเป็นขาลง ผู้ที่ถือกองทุน LTF ต้องหมั่นติดตามค่า NAV ดูดีๆ ทางออกก็ดังที่ลุงแมวน้ำเคยแลกเปลี่ยนความเห็นกันไปแล้ว

เงินยูโรอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว และที่อ่อนค่าอย่างรวดเร็วตามมาก็คือเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย ในขณะที่เงินดอลลาร์ สรอ แข็งค่าขึ้น ผู้ที่ถือกองทุนที่ลงทุนเป็นเิิงินดอลลาร์ สรอ ตอนนี้ได้เปรียบเนื่องจากได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนอีกทางหนึ่ง แต่กองทุนใดที่ลงทุนเป็นเงินยูโรจะเสียเปรียบจากอัตราแลกเปลี่ยน กองทุนในบ้านเราที่ลงทุนเป็นเงินยูโรก็มี หากนักลงทุนมีอยู่ก็ควรคิดแผนหาทางถอยเอาไว้บ้าง




Wednesday, May 26, 2010

25/05/2010 * Agriculture, RR, WBR5, RSS3

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 721.29 จุด ลดลง 23.02 จุด หรือคิดเป็นร้อยละก็ 3.09% ต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่องกันเป็นวันที่ 14

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้เกิดสัญญาณขายทั้งหมด 11 ตัว ได้แก่ IRPC ขณะนี้ถือหุ้นอยู่ทั้งหมด 8 ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

ด้านตลาดต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย ดัชนีทุกตัวในรายงานอยู่ในภาวะขาลง (downtrend) ทั้งหมด ซึ่งสามารถสะท้อนสภาวการณ์ของตลาดโลกได้เป็นอย่างดี

ตลาดหุ้นเป็นขาลง น้ำมันก็ลง แล้วตลาดสินค้าเป็นอย่างไร วันนี้เราจะมาดูแนวโน้มของราคาสินค้าเกษตรกัน

ถ้านักลงทุนเดินตลาดและจ่ายกับข้าวเองจะพบว่าในช่วงที่ผ่านมาราคาสินค้าเกษตรพวกพืชผักและธัญญาหารในบ้านเรามีราคาสูงขึ้น และมีแนวโน้มว่าราคาสินค้าเกษตรจะสูงขึ้นไปอีก สาเหตุหากจะตอบแบบกำปั้นทุบดินก็คึือผลผลิตตกต่ำ อันเป็นไปตามหลักอุปสงค์อุปทาน ผลผลิตน้อยออกมาราคาก็ย่อมสูง ส่วนสาเหตุที่ผลผลิตน้อยนั้นเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ ภัยแล้ว น้ำท่วม อุณหภูมิไม่เหมาะสม โรคและแมลงระบาด ฯลฯ ส่งผลให้ผลผลิตตกต่ำ

แต่สำหรับผู้ที่เทรดฟิวเจอร์สสินค้าเกษตรจะพบว่าราคาสินค้าเกษตรในในช่วงที่ผ่านมาตกเอาๆ ไม่ใช่เป็นเฉพาะแต่ข้าวและยางพาราที่มีเทรดกันในบ้านเราเท่านั้น แต่สินค้าเกษตรตัวสำคัญในตลาดโลก เช่น ข้าวสาลี ถั่วเหลือง ข้าวโพด น้ำตาลทราย ฯลฯ ราคาก็ร่วง ผู้ที่ลงทุนในกองทุนพวกสินค้าเกษตรเจ็บตัวกันเป็นแถว

ถ้าเช่นนั้นแนวโน้มของสินค้าเกษตรจะเป็นอย่างไร?

ก่อนอื่นเรามาดูในภาพรวมกันก่อน กราฟรูปต่อไปนี้คำนวณเลียนแบบดัชนีราคาสินค้าเกษตรของดอยทช์แบงค์ (Deutsch Bank Agriculture USD Index) เป็นกราฟที่เกิดจากราคาสินค้าเกษตรหลัก 7 ชนิดเอามาถัวเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักกัน ได้แก่ ข้าวสาลี ข้าวโพด ถั่วเหลือง น้ำตาลทราย โกโก้ กาแฟ และฝ้าย ซึ่งกองทุนด้านสินค้าเกษตรในบ้านเราใช้เป็นดัชนีอ้างอิง



จากการนับคลื่น คาดว่าขณะนี้เราน่าจะอยู่ในคลื่นใหญ่ 4 หรือไม่อย่างนั้นก็เป็นคลื่น A ดังนั้นราคาสินค้าเกษตรในช่วงที่ผ่านมาจะเป็นการไหลลงมาจากยอดตลื่น 3 (หรือยอดคลื่น 5) จากนั้นแกว่งตัว ราคาสินค้าเกษตรจะขึ้นต่อไปได้อีกเมื่อเข้าสู่คลื่น 5 (หรือคลื่น B)

จากภาพ ลุงแมวน้ำมองว่าเราน่าจะอยู่ในคลื่น 4 มากกว่าอยู่ในคลื่น A ซึ่งหากเป็นไปตามนี้ ต่อไปราคาสินค้าเกษตรจะขึ้นได้อีกไกล แต่ถ้าขณะนี้อยู่ในคลื่น A ต่อไปเมื่อเข้าสู่ B ราคาก็ขึ้่นได้ แต่อาจไปได้ไม่ไกล

เมื่อเห็นสินค้าเกษตรในภาพใหญ่แล้ว คราวนี้เราลองมาดูราคาข้าวในภาพใหญ่กันต่อ

ข้าว (WBR5) เนื่องจากตลาดสินค้าเกษตรของเราเพิ่งเปิดได้เพียงไม่กี่ปี ดังนั้นข้อมูลย้อนหลังจึงยังมีไม่มาก เราลองไปดูข้าว RR ของตลาด CBOT แทน แม้จะเป็นข้าวคนละชนิดกันแต่ก็พอให้แนวคิดในภาพใหญ่ได้ ลองดูภาพต่อไปนี้



จากภาพ ในระดับคลื่นใหญ่ ขณะนี้เราน่าจะอยู่ในคลื่น 4 หรือไม่ก็ A แต่ลุงแมวน้ำมองว่าน่าจะเป็นคลื่น 4 มากกว่า หากราคา RR ไม่ต่ำกว่า 11.5 เซ็นต์ก็แสดงว่าลุงแมวน้ำยังนับไม่ผิด เมื่อไรที่จบคลื่น 5 คราวนี้ราคาคงจะวิ่งไปได้ไกล

ทีนี้เมื่อไรจะจบคลื่น 4 ก็ต้องมาดูในรายละเอียดกัน ดังภาพต่อไปนี้



อาจเป็นไปได้ว่าขณะนี้เราใกล้เข้าสู่คลื่น 5 แล้วเนื่องจากอยู่ในคลื่น 4 มานานเต็มที แต่เมื่อไรจะเข้าสู่คลื่น 5 ต้องสังเกตจากสัญญาณการกลับทิศแนวโน้มซึ่งมีอยู่หลายประการ ยิ่งพบสัญญาณหลายประการก็จะยิ่งมีน้ำหนักน่าเชื่อมากยิ่งขึ้น อย่าดูแต่ bullish divergence แต่เพียงอย่างเดียว เพราะบางทีก็ไม่สื่อความหมายอะไร จากภาพนี้เป็นตัวอย่างที่ดี คือเกิด bullish divergence หลายครั้งแต่ก็ยังไม่เข้าสู่คลื่น 5 เสียที จบบางคนเรียกขำๆว่า ไดเวอร์เจ๊ง เพราะถูกสัญญาณหลอกจนเจ๊งไปหลายรอบ

ทางด้านข้าวไทย (WBR5) ก็คงอนุมานได้ว่าน่าจะอยู่ในคลื่น 4 ดังภาพต่อไปนี้ ซึ่งกำลังรอหาจุดจบของคลื่น 4 อยู่ อาจเข้าสู่คลื่น 5 เร็วๆนี้ก็ได้


แต่อย่างไรก็ดี คงสังเกตกันว่าลุงแมวน้ำไม่ได้นำข้าว WBR5 มาอยู่ในพอร์ตจำลอง ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่า WBR5 นั้นแทบไม่มีสภาพคล่องในการเทรด วอลุมจะมาเป็นพักๆในช่วงที่มีการประมูลข้าวเท่านั้น นอกช่วงนั้นวอลุมก็จะหายไป ติดแล้วออกไม่ได้ ต้องรอ cash settlement เมื่อสัญญาหมดอายุอย่างเดียวเลย นั่นก็คือเราจะเทรดตามราคาที่ต้องการซื้อขายไม่ได้ อีกประการก็คือราคาข้าวไทยไม่ได้เป็นไปตามกลไกตลาดเนื่องจากมีกลไกของรัฐเข้ามาแทรกแซง ดังนั้นจึงเทรดได้ยากและไม่น่าเทรด


มาดูยางพารา (RSS3) กันบ้าง ขณะนี้ลุงแมวน้ำยังนับคลื่นได้ไม่ชัดเจน เราอาจจบคลื่น 5 (สีน้ำตาล) ไปแล้วและกำลังอยู่ใน A (สีน้ำตาล) ดังนี้ (โปรดสังเกตว่าคลื่นย่อยนับแล้วไม่ครบ)



หรือไม่อย่างนั้นก็กำลังอยู่ในคลื่น 4 (สีน้ำตาล) และต่อไปจะเข้าสู่คลื่น 5 (สีน้ำตาล) ดังนี้


แต่ถึงแม้ขณะนี้จะเป็นคลื่น 4 หรือ A ก็ตาม 57'อย่างไรก็เป็นคลื่นขาลง ดังนั้นสัญญาณซื้อมักเป็นสัญญาณหลอกให้เราคืนกำไร


Tuesday, May 25, 2010

24/05/2010 * DJI, SET, GC, DX

วันนี้ตลาดหลักทรัพย์, TFEX, AFET เปิดทำการตามปกติ

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 744.31 จุด ลดลง 21.23 จุด หรือคิดเป็นร้อยละก็ 2.77% ต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่องกันเป็นวันที่ 13 ดัชนี SET เกิดสัญญาณขาย

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้เกิดสัญญาณขายทั้งหมด 11 ตัว ได้แก่ BANPU, CPN, GLOW, PSL, PTTAR, SCB, TCAP, THAI, TPC, TTA, TTW ขณะนี้ถือหุ้นอยู่ทั้งหมด 9 ตัว

กองทุนอีทีเอฟ TFTSE เกิดสัญญาณขาย

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส S50 เกิดสัญญาณขาย ดังที่เคยคุยกลยุทธ์กันไปแล้ว นั่นคือ ลุงแมวน้ำเห็นว่าตอนนี้ดัชนี SET น่าจะเข้าสู่คลื่น C แล้ว ดังนั้นลุงแมวน้ำจึงเปิดสัญญาขาย (open short position) ฟิวเจอร์สของหุ้นเดี่ยว TTA เกิดสัญญาณขาย

ด้านตลาดต่างประเทศ ไม่มีสัญญาณซื้อขาย ที่ไม่มีสัญญาณเพราะว่าเกิดสัญญาณขายกันไปหมดนานแล้ว อีกทั้งดัชนีของตลาดต่างประเทศต่างๆส่วนใหญ่ยังลงอยู่เกือบทุกวัน


ดัชนีดาวโจนส์ (Dow Jones, DJI) ของสหรัฐอเมริกา ลงมาลึกมาแล้ว โอกาสที่จะจบคลื่น B (สีน้ำเงิน) ไปแล้วยิ่งมีสูงขึ้น หาก DJI อยู่ในคลื่น C (สีน้ำเงินจริง) จริงก็อาจหมายถึงเกิดเหตุการณ์ใหญ่ที่ทำให้เศรษฐกิจโลกต้องสั่นคลอน เช่น วิกฤตเศรษฐกิจรอบใหม่กำลังเกิดขึ้น เป็นต้น


ดัชนี SET มีการสวนตลาดต่างประเทศบ้างเนื่องจากปัจจัยภายในของบ้านเราเอง แต่ในที่สุดก็กลับมาอยู่ในทิศทางของกระแสตลาดโลกอีกครั้ง นั่นคือเป็นขาลง เราน่าจะกำลังอยู่ในคลื่น C (สีน้ำเงิน) เหมือนกับดาวโจนส์


ทองคำ (GC) สัญญาณแนวโน้มกลับทิศยังไม่ชัดเจน ต้องติดตามดูกันต่อไป แต่หากแนวโน้มใหญ่กลับทิศจริงก็หมายความว่าทองคำ จบคลื่น 5 (สีน้ำตาลและสีน้ำเงิน) จากนั้นจะเป็นคลื่น A-B-C สมมติว่าหาก GC เข้าสู่คลื่นขาลง A-B-C จริงก็น่าคิดเหมือนกันว่าสถานการณ์อะไรที่ทำให้ทองคำมีราคาตกลงได้มากและยาวนานขนาดนั้น


ดัชนีดอลลาร์ สรอ (US dollar index, DX) เป็นขาขึ้นชัดเจน อาจจะจบคลื่น 3 (สีน้ำตาล)ที่แถวๆนี้ แต่สัญญาณยังไม่ชัดเจนนัก ต้องรอดูไปอีกสักระยะหนึ่ง


Friday, May 21, 2010

19/05/2010 - 21/05/2010


เนื่องจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย TFEX AFET และธนาคารพาณิชย์ต่างๆของไทยหยุดทำการในวันที่ 20-21 พฤษภาคม 2523 ดังนั้นในวันดังกล่าวจึงมีรายงานเฉพาะในตลาดต่างประเทศ

19/05/2010

วันนี้ตลาดหลักทรัพย์, TFEX, AFET เปิดเทรดเพียงครึ่งเช้าอันเนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในกรุงเทพฯ ตั้งแต่เช้ามืดกองกำลังของรัฐดำเนินการเข้ารักษาความสงบและยึดพื้นที่ราชประสงค์คืน สถานการณ์รุนแรงมีการปะทะกันและมีการใช้อาวุธสงครามระหว่างกองกำลังของรัฐและกองกำลังที่ไม่ทราบฝ่าย ผสมกับกลุ่มผู้ชุมนุม

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 765.54 จุด เพิ่มขึ้น 5.43 จุด ต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่องกันเป็นวันที่ 12

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย ขณะนี้ถือหุ้นอยู่ทั้งหมด 20 ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

ทางด้านดัชนีตลาดต่างประเทศวันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย ตลาดหลักในโลกล้วนแต่แดงกันถ้วนหน้าทั้งฝั่งอเมริกา ยุโรป เอเซีย ไม่เว้นแม้แต่ออสเตรเลียที่อยู่อีกซีกโลกหนึ่ง อันเนื่องจากความวิตกกังวลสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของกรีซและกลุ่มอียู ส่วนในประเทศไทยเองนั้นสถานการณ์ภายในก็มีแต่ปัญหารุมเร้า แต่ดัชนีหุ้นไทยกลับสามารถสวนกระแสได้

เหตุการณ์รุนแรงในวันนี้ทุกคนคงทราบกันดีจากการติดตามข่าวแล้ว ลุงแมวน้ำคงไม่ขอพูดซ้ำเพราะทุกคนก็คงเครียดและสลดใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว ลุงแมวน้ำเองก็สะเทือนใจมาก ลุงแมวน้ำผ่านเหตุการณ์มาตั้งแต่ครั้ง 14 ตุลาคม 2516 ที่ลุงแมวน้ำเองก็กระดืบๆฝ่าลูกกระสุนอยู่แถวสนามหลวง เรื่อยมาจนถึงพฤษภาทมิฬ 2535 จนมาถึงพฤษภามหาทมิฬ 2553 ในครั้งนี้เป็นอะไรที่ลุงแมวน้ำไม่คาดว่าจะได้เห็น มันเป็นความรุนแรงของสังคมด้วยเหตุปัจจัยในรูปแบบใหม่อันจะส่งผลพวงที่นึกไม่ถึงที่กระทบต่อสังคมและการดำเนินชีวิตตามมาอีกมากมาย ซึ่งลุงแมวน้ำมองว่านี่เป็นเพียงสัญญาณของการเริ่มต้นเท่านั้น หากพวกเราไม่ช่วยกันคิดและแก้ไข สังคมในอนาคตจะเป็นอย่างไรลุงแมวน้ำก็ไม่กล้านึกถึง แต่อดนึกไปถึงหนังสือเรื่อง Collapse ไม่ได้



20/05/2010

วันนี้ลุงแมวน้ำหยุดงานไม่มีการแสดงโชว์ ดังนั้นจึงใช้เวลาในวันหยุดไปดูสวนต้นไม้ย่านชานเมืองเพื่อผ่อนคลายบ้าง ช่วงนี้ติดตามข่าวสารแต่ห่างๆเพราะเกรงจะเครียดมากเกินไป เราต้องรู้จักบริหารสุขภาพจิตของเราเองตามสมควร อย่าปล่อยให้สุขภาพจิตของตนเองเสีย

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย แต่ทองคำร่วงหนัก ควรระวัง อาจเป็นไปได้ว่า GC อาจจบคลื่น 5 (ทั้งสีน้ำตาลและสีน้ำเงิน) ไปแล้วที่ราคา 1,242.10 ดอลลาร์/ออนซ์เมื่อวันก่อน

ทางด้านดัชนีตลาดต่างประเทศวันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย ตลาดหลักในโลกยังแดงหนัก ดัชนีดาวโจนส์ดิ่งลงไปอีก 3.6% เกิดรูปแบบแท่งเทียนเป็น big black candle อีกแล้ว ความน่าจะเป็นที่ DJI เข้าสู่คลื่น C (สีน้ำเงิน) แล้วยิ่งมากขึ้น

มีข่าวล่ามาเร็วจากตลาดหลักทรัพย์ว่าผู้ที่ซื้อหุ้นเอาไว้เมื่อวันพุธที่ 18 ที่ผ่านมาต้องชำระเงินในวันจันทร์ที่ 23 ไม่ใช่วันที่ 25 อย่างที่หลายๆคนคิดกัน ใครซื้อหุ้นเอาไว้ในวันนั้นโปรดตรวจสอบด้วย



21/05/2010

วันนี้ตลาดของไทยหยุดอีกหนึุ่งวัน

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย กลุ่มสินค้าเกษตรไม่ว่าจะเป็นข้าวโพด ข้าวสาลี น้ำตาล ถั่วเหลือง โกโก้ กาแฟ โดยรวมแล้วราคามีการปรับตัวขึ้นมา แต่ก็ยังไม่เกิดสัญญาณซื้อ เป็นไปได้ว่าอาจกำลังเข้าสู่คลื่น B ซึ่งทำให้น่าคิดว่าแล้วยางพาราซึ่งเป็นสินค้าเกษตรด้วยเช่นกันจะเป็นอย่างไร จะเข้าสู่คลื่น B ไปด้วยหรือไม่ เรื่องนี้ขอเวลาดูอีกสักระยะหนึ่ง

ทางด้านดัชนีตลาดต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

ช่วงนี้ตลาดค่อนข้างผันผวน ไม่ว่าจะเป็นหุ้นหรือสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งในภาพใหญ่แล้วไม่น่าจะเป็นสัญญาณที่ดี ดังนั้นควรเทรดด้วยความระมัดระวัง ก่อนหน้านี้ลุงแมวน้ำเคยให้ความเห็นเอาไว้ว่าไม่ควรเพิ่มพอร์ตในช่วงนี้ ตอนนี้ก็ยังมีความเห็นเช่นเดิม

18/05/2010

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 760.11 จุด เพิ่มขึ้น 7.85 จุด ต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่องกันเป็นวันที่ 11 วันนี้ทั้งตลาดหลักทรัพย์, TFEX, AFET ปิดตลาดเร็วกว่าปกติราว 1 ชั่วโมงอันเนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบในกรุงเทพฯ

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้มีสัญญาณขาย EGCO ขณะนี้ถือหุ้นอยู่ทั้งหมด 2o ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

ทางด้านดัชนีตลาดต่างประเทศวันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

Tuesday, May 18, 2010

17/05/2010

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 752.26 จุด ลดลง 15.53 จุด ต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่องกันเป็นวันที่ 10

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้มีสัญญาณขาย BCP, BEC, DTAC, KBANK, PTT, PTTCH, RATCH, TOP, TRUE ทั้งหมด 9 ตัว ขณะนี้ถือหุ้นอยู่ทั้งหมด 21 ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย แต่กลุ่มสินค้าเกษตรโดยรวมออกอาการไม่ค่อยดีเพราะสินค้าเกษตรตัวหลักๆเกิดสัญญาณขายแล้ว เอาไว้ลุงแมวน้ำจะวิเคราะห์ทางเทคนิคมาดูกันอีกทีในเร็วๆนี้

ทางด้านดัชนีตลาดต่างประเทศวันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

ตลาดหุ้นไทยช่วงนี้ยังดูแปลกๆ เบสิสของ SET50 กับ S50 (สูตรคือ BASIS = SET50 - S50) กลายเป็นติดลบทั้งๆที่ตลาดก็ลงเอาๆ คือปกติเบสิสจะมีค่าติดลบก็ต่อเมื่อตลาดขาขึ้น คือราคาของ S50 จะขึ้นนำหน้าดัชนี SET50 ไป แต่นี่ตลาดขาลงแต่เบสิสติดลบ แสดงว่านักเทรดฟิวเจอร์สมองว่าโอกาสที่ตลาดหุ้นของไทยจะพลิกสถานการณ์กลับและหุ้นจะขึ้นมีอยู่สูง แต่อย่างไรก็ดี นี่เป็นเรื่องของการคาดการณ์ เป็นเรื่องที่มองไปในอนาคตว่าแนวโน้มจะเป็นอย่างไร ถึงจะมองอย่างไรการเทรดของเราต้องยึดหลักตามแนวโน้ม ไม่ใช่นำแนวโน้ม

Monday, May 17, 2010

14/05/2010

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 7768.79 จุด เพิ่มขึ้น 2.24 จุด ต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่องกันเป็นวันที่ 9

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้มีสัญญาณขาย CPALL ขณะนี้ถือหุ้นอยู่ทั้งหมด 30 ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ข้าวโพด (C) โกโก้ (CC) และถั่วเหลือง (S) เกิดสัญญาณขายหลังจากที่เมื่อวานข้าวสาลี (W) เกิดสัญญาณขาย เนื่องจากลุงแมวน้ำมี S อยู่ในพอร์ตจำลอง จำเป็นต้องตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง สินค้าเกษตรดูแปลกๆ รูปแบบทางเทคนิคบางส่วนคล้ายๆน้ำมันดิบ คือค่อยๆแกว่งและเกิดรูปแบบกระทะคว่ำ นับคลื่นยาก ในครั้งนี้ลุงแแมวตัดสินใจปิดสัญญาซื้อและเปิดสัญญาขายหรือว่าชอร์ต S ไปด้วย

ทางด้านดัชนีตลาดต่าง ประเทศวันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

ตลาดหุ้นไทยในวันนี้เหนือความคาดหมายของลุงแมวน้ำ เนื่องจากหากประเมินจากประสบการณ์ที่เคยผ่านมา สถานการณ์แบบนี้หุ้นน่าจะไหลลง แต่นี่ปิดบวกเขียวๆเฉยเลย อะไรก็เกิดขึ้นได้จริงๆ

Friday, May 14, 2010

13/05/2010 * DJI

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 766.55 จุด ลดลง 7.17 จุด ต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่องกันเป็นวันที่ 8 แล้ว

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้มีสัญญาณซื้อ GLOW และมีสัญญาณขาย PTTEP, SCC ตัวใหญ่ถูกขายออกมาแล้ว ขณะนี้ถือหุ้นอยู่ทั้งหมด 31 ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้มีสัญญาณขายข้าวสาลี (W)

ทางด้านดัชนีตลาดต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

ดัชนีดาวโจนส์ (DJI) หลังจากหลุดกรอบล่างของช่องคลาดเคลื่อนมาตรฐาน (standard error channel, SEC) ลงไปแล้วก็ได้ดีดกลับขึ้นมาและคลอไปกับกรอบล่างของ SEC ดังภาพ

รูปแบบนี้อาจเป็นการเด้งขึ้นมาเหมือนลมหายใจเฮือกสุดท้ายก็ได้ จากนั้นก็จมดิ่งลงไป โปรดระมัดระวังในช่วงต่อไปภาพจะค่อยๆชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เพราะถ้าการกลับทิศของแนวโน้มครั้งนี้คือการจบ B (สีน้ำเงินจริง) คงลงยาว ผลกระทบน่าจะเกิดขึ้นในวงกว้าง



Thursday, May 13, 2010

12/05/2010 * CL

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 773.72 จุด เพิ่มขึ้น 1.63 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย ขณะนี้ถือหุ้นอยู่ทั้งหมด 31 ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

ทองคำทำลายสถิติใหม่ทั้งทองฝรั่ง (GC) และทองไทย (GF) โดย GF ไปถึง 18,940 บาท/ออนซ์แล้ว เพิ่มขึ้น 460 บาทในวันเดียว

ทางด้านดัชนีตลาดต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

วันนี้ลุงแมวน้ำมาทบทวนการนับคลื่นราคาของน้ำมันดิบเสียใหม่และคิดว่าคงต้องทบทวนมุมมองที่เกี่ยวกับราคาน้ำมันดิบเสียด้วยเช่นกัน กล่าวคือ ลุงแมวน้ำเคยมองยอดคลื่นราคา CL ที่ 145.78 ดอลลาร์/บาเรล เป็นยอดคลื่น 3 (สีน้ำเงิน) แต่มาในขณะนี้ลุงแมวน้ำทบทวนดูแล้วเป็นไปได้ว่ายอดคลื่นดังกล่าวน่าจะเป็นยอดคลื่น 5 (สีน้ำเงิน)เนื่องจากว่านับการแบบนี้็ก็มีโอกาสเป็นไปได้อีกทั้งสอดคล้องกับรูปแบบของดัชนีดาวโจนส์และตลาดหลักอื่นในโลกมากกว่า และถ้าเป็นดังนั้นจริงก็เป็นไปได้ว่าขณะนี้เรากำลังอยู่ในคลื่น B (สีน้ำเงิน) ซึ่งมีเพียง 3 คลื่นย่อย หรืออาจจะเพิ่งจบคลื่น B ไปและกำลังเริ่มคลื่น C (สีน้ำเงิน) คงต้องใช้เวลาติดตามดูอีกระยะหนึ่ง





ถ้าเราอย่ในคลื่น B หรือ C จริง ราคาน้ำมันดิบในอนาคตน่าจะมีโอกาสร่วงกลับไปอยู่ที่เก่าแถวๅ 30 กว่าดอลลาร์/บาเรลได้อีก คงต้องติดตามรูปแบบราคาไปอีกสักระยะหนึ่ง

Wednesday, May 12, 2010

11/05/2010 * Currencies

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 772.09 จุด ลดลง 6.97 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้มีสัญญาณซื้อ DTAC, TTW และมีสัญญาณขาย ESSO ขณะนี้ถือหุ้นอยู่ทั้งหมด 31 ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ฟิวเจอร์สของหุ้นเดี่ยว TTA เกิดสัญญาณซื้อ และฟิวเจอร์สของ PTTEP เกิดสัญญาณขาย นอกนั้นยังไม่มีสัญญาณเปลี่ยนแปลง ส่วนฟิวเจอร์สของสินค้าเกษตรดูทิศทางยังไม่แน่นอน บางตัวลดลงต่อเนื่องยังหาก้นไม่เจอ เช่น ยางพารา (RSS) น้ำตาลทราย (SB) ลุงแมวน้ำได้กำไรจากการชอร์ตน้ำตาลทรายประมาณ 1,500% แล้ว

ทองคำ (GC) ทำสถิติสูงสุดใหม่ ปิดที่ 1,220.30 ดอลลาร์/ออนซ์ ส่วนจุดสูงสุดในระหว่างวันอยู่ที่ 1,235.20 ดอลลาร์/ออนซ์

ทางด้านดัชนีตลาดต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย ดัชนีแดงไปหมดแทบทุกตลาด

อัตราแลกเปลี่ยนของเงินสกุลหลักในโลก ดูตามภาพต่อไปนี้

ภาพนี้เป็นการเปรียบเทียบระหว่างค่าเงินสกุลต่างๆและทองคำ ให้เงินดอลลาร์ สรอ มีค่าเป็น 100 หน่วยเสมอ ส่วนเงินสกุลอื่นๆและทองคำสัมพัทธ์กับดอลลาร์ สรอ วิธีดูก็คือ เงินสกุลใดตัวเลขตามแกน Y ยิ่งต่ำก็แสดงว่าเงินสกุลนั้นแข็งค่า ถ้าตัวเลขยิ่งสูงก็แสดงว่าเงินสกุลนั้นอ่อนค่า



จากภาพจะเห็นว่าเงินยูโร (EUR) อ่อนค่าเร็วมาก ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) กับดอลลาร์แคนาดา (CAD) ที่เคยแข็งก็อ่อนลง เงินเยน (YEN) แกว่งตัวแรงในช่วงนี้ ส่วนเงินไทย (Baht) กับเงินปอนด์อังกฤษ (GSD) นั้นค่อนข้างทรงตัว ทองคำแข็งค่าขึ้น ดัชนีดอลลาร์ สรอ (DX) ก็แข็งค่าขึ้น

Tuesday, May 11, 2010

10/05/2010 * DAX, AORD, BVSP, SSECI, BSESN, NIKKEI


เริ่มต้นวันทำงานแรกของสัปดาห์ วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 779.06 จุด เพิ่มขึ้น 10.51 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย ขณะนี้ถือหุ้นอยู่ทั้งหมด 31 ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

ทางด้านดัชนีตลาดต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย ดัชนีต่างประเทศทุกตลาดในรายงานล้วนแต่เป็นสัญญาณขาย

วันนี้ตลาดทางฝั่งยุโรปและอเมริกาขึ้นแบบถล่มทลาย ปรับตัวขึ้นกันไปตลาดละ 4-8% ส่วนตลาดฝั่งเอเซียปรับตัวขึ้นน้อยกว่า ประมาณ 1-4% วันก่อนที่ตลาดยุโรปและอเมริกาลงแบบถล่มทลายก็เพราะปัญหาวิกฤตเศรษฐกฤตของประเทศกรีซ วันนี้ที่ตลาดขึ้นแบบถล่มทลายก็เพราะประเทศกรีซอีก เนื่องจากกลุ่มยูโรตัดสินใจที่จะอัดฉีดเงินจำนวนมหาศาลเข้าช่วยพยุงเศรษฐกิจของกรีซเอาไว้ ช่วงนี้ตลาดต่างประเทศแกว่งตัวรุนแรงมาก ทางเทคนิคเรียกว่ามี volatility สูง อย่างเช่นดัชนีดาวโจนส์ขึ้นลงวันละ 300-400 จุด วันหนึ่งขึ้น อีกวันหนึ่งลง นักลงทุนที่เฝ้าหน้าจอกว่าจะหมดเวลาทำการคงดูจอจนตาลาย

ดังที่เมื่อวานลุงแมวน้ำนำเอากราฟของดัชนีดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average, DJI) มาให้ดูกันพร้อมทั้งวิเคราะห์เอาไว้ว่าขณะนี้ตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาน่าจะอยู่ในคลื่น C (สีน้ำเงิน) แล้ว รวมทั้งดัชนี SET ของไทยที่ลุงแมวน้ำก็ประเมินว่าน่าจะเข้าสู่คลื่น C (สีน้ำเงิน) แล้ว และตราบใดที่ดัชนี SET ไม่สามารถขึ้นไปจนผ่าน 812.63 จุดได้ ลุงแมวน้ำก็จะยังไม่เปลี่ยนความเห็น วันนี้เราจะมาพิจารณาดัชนีตลาดหลักทรัพย์สำคัญของประเทศอื่นๆกันต่อ

อนึ่ง มุมมองของลุงแมวน้ำนี้เป็นมุมมองของตลาดในภาพใหญ่หรือคลื่นในกรอบเวลาที่นานมาก เป็นลูกคลื่นในระดับหลายสิบปี ทั้งนี้ เพื่อให้เห็นทิศทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาพรวม ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์ต่อนักลงทุน เพราะจะช่วยให้นักลงทุนมองเศรษฐกิจในกรอบเวลาที่แคบลงได้ดียิ่งขึ้น เปรียบเหมือนกับเราอยู่ในถนนซึ่งรถติด หากเราขับรถอยู่และรถติด เราก็คงเห็นสภาพการจราจรที่อยู่ตรงหน้าได้เพียงในระยะไม่กี่ร้อยเมตร ซึ่งบางครั้งก็ยังไม่เพียงพอที่จะทราบปัญหาว่ารถติดเกิดขึ้นจากสาเหตุใด แต่หากเรานั่ง ฮ. ไปดูภาพการจราจรจากที่สูงก็จะทำให้เราเห็นการจราจรในภาพกว้าง ทำให้มองเห็นปัญหา เข้าใจปัญหา และหาทางแก้หรือว่าทางหลบเลี่ยงได้ดียิ่งขึ้น

ดูทางฝั่งยุโรป ดัชนีแดกซ์ (DAX) ของเยอรมนี ในลูกคลื่นรอบใหญ่หลายสิบปี เศรษฐกิจของเยอรมนีน่าจะกำลังอยู่ในคลื่น B หรือเพิ่งจบ B ไปและกำลังอยู่ในคลื่น C ถ้ารูปแบบทางเทคนิคเป็นแบบนี้ แสดงว่าการที่เยอรมนีเข้าไปช่วยอุ้มประเทศอื่นในอียูที่มีปัญหาน่าจะเป็นการเตี้ยอุ้มค่อมเสียมากกว่า ดังภาพต่อไปนี้



มาทางด้านอเมริกาใต้ ดัชนีโบเวสปา (Bovespa, Ibovespa, BVSP) ของประเทศบราซิล สะท้อนภาพเศรษฐกิจของปลายคลื่น 5 อันเป็นคลื่นขาขึ้นลูกสุดท้าย หรืออาจจบคลื่น 5 ไปแล้วและกำลังอยู่ในคลื่น A ก็เป็นได้ หากเป็นกรณีหลังหมายความว่าคลื่น 5 นี้เป็น failed wave 5 คือจบคลื่นแบบผิดปกติ อันหมายความว่าสภาพเศรษฐกิจของบราซิลอาจทรุดลงอย่างกะทันหัน ดังภาพต่อไปนี้



วกไปทางด้านออสเตรเลียบ้าง ดัชนีอลลออร์ดิแนรีส์ (All Ordinaries, AORD) ของออสเตรเลีย น่าจะกำลังอยู่ในคลื่น 5 บ่งบอกแนวโน้มว่าเศรษฐกิจของประเทศนี้น่าจะยังสดใสได้อีกหลายปี ดังภาพต่อไปนี้



มาทางด้านเอเซีย ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต (Shanghai Composite, SSECI) ของประเทศจีน น่าจะอยู่ในคลื่น 4 ของคลื่นยักษ์ขาขึ้น การที่อยู่ในคลื่น 4 นี้น่าจะทำให้สภาพเศรษฐกิจของจีนแกว่งตัวขึ้นลงแรงชวนให้ใจหายใจคว่ำไปนานหลายปีจวบจนเข้าคลื่น 5 แต่ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตนี้มีข้อน่าสังเกต คือส่วนหนึ่งของคลื่น 4 หลุดทะลุแนวของยอดคลื่น 1 ไปแล้ว ซึ่งตามปกติแล้วท้องคลื่น 4 ไม่ควรต่ำกว่ายอดคลื่น 1 แสดงว่ารูปแบบคลื่นมีความผิดปกติ ดังนั้นคลื่น 5 ที่กำลังจะดำเนินต่อไปอาจเป็น failure wave ได้ อันสะท้อนถึงแนวโน้มทางเศรษฐกิจของจีนที่ไม่ค่อยสเถียร อาจพลิกผันอย่างไม่คาดหมายได้ ควรระวัง ดังภาพต่อไปนี้



ดัชนีเซนเซกซ์ (SENSEX, BSE30) ของอินเดีย น่าจะอยู่ในคลื่น 5 อันเป็นคลื่นขาขึ้นลูกสุดท้าย แต่น่าจะยังสดใสไปได้อีกหลายปี ดังภาพต่อไปนี้



ดัชนีนิกเกอิ (NIKKEI225) ของประเทศญี่ปุ่น หลังจากเศรษฐกิจตกต่ำมานานนับยี่สิบปี น่าจะใกล้จบคลื่น C หรืออาจเพิ่งจบคลื่น C ไป ถ้าเป็นกรณีหลัง ในช่วงคลื่น 1 และ 2 ญี่ปุ่นคงเหมือนกับยังพยายามตั้งไข่อยู่ แต่เมื่อไรที่เข้าคลื่น 3 ประเทศญี่ปุ่นจะเป็นประเทศที่น่าลงทุนมากไปอีกหลายปีเลยทีเดียว



หากลุงแมวน้ำนับคลื่นไม่ผิด จะเห็นได้ว่าประเทศทางด้านเอเซียยังน่าลงทุนเพราะอยู่ในคลื่นยักษ์ขาขึ้น ในขณะที่ฝั่งยุโรปและอเมริกาน่าจะอยู่ในคลื่นขาลง จะเห็นได้ว่าโลกในปัจจุบันทุนและความมั่งคั่งย้ายมาทางเอเซียแล้ว แต่ในอนาคตอีกหลายๆปี เมื่อวัฎจักรคลื่นของเอเซียเข้าสู่คลื่นขาลง ความมั่งคั่งก็คงโยกย้ายออกไปอยู่ที่อื่นแทน

อย่างไรก็ดี แม้ในปัจจุบันเอเซีย และยุโรปอเมริกาอยู่ในคลื่นคนละด้าน ฝั่งหนึ่งอยู่ในขาขึ้น อีกฝั่งอยู่ในขาลง แต่ดัชนีดาวโจนส์ของสหรัฐอเมริกาก็ยังมีผลกระทบต่อตลาดทั่วโลกในระยะสั้นและกลางอยู่ดี ยกตัวอย่างเช่นเมื่อดาวโจนส์เข้าสู่คลื่น C ก็อาจทำให้ญี่ปุ่นเข้าสู่คลื่น 2 ได้ เป็นต้น

Monday, May 10, 2010

07/05/2010 * SET, DJI, CL

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 768.55 จุด ลดลง 28.31 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้มีสัญญาณขาย KTB ขณะนี้ถือหุ้นอยู่ทั้งหมด 31 ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

ทางด้านดัชนีตลาดต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

วันก่อนที่ดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงมาแรง ทำให้รูปแบบทางเทคนิคแท่งเทียนเกิดเป็น big black candle อีกทั้งดัชนีดาวโจนส์ยังลดลงมาลึกถึงประมาณ 38.2% เมื่อวัดระหว่างท้องคลื่น 2 (สีน้ำตาล) กับยอดคลื่นที่ผ่านมา รวมดัชนียังหลุดจากแนวของกรอบล่าง standard error channal อีกทั้งยอดคลื่นที่ผ่านมาก็เป็นรูปแบบแท่งเทียนที่เรียกว่าดาวโดจิ (doji star) จากสัญญาณที่เกิดขึ้นประกอบกับสัญญาณเดิมอื่นๆที่เราเคยคุยกันไปแล้ว ทำให้ความน่าจะเป็นที่ยอดคลื่นที่ผ่านมาเป็นการจบคลื่น 3 (สีน้ำตาล) และแนวโน้มกลับทิศทางแล้วสูงขึ้น ดังภาพต่อไปนี้



ส่วนดัชนี SET ของไทยนั้น หลังจากที่วันก่อนลุงแมวน้ำวิเคราะห์เอาไว้ว่าคลื่น 3 (สีน้ำตาล) น่าจะจบและเกิดการกลับทิศของแนวโน้มแล้วนั้น หลังจากนั้นตลาดหุ้นก็ดีดกลับขึ้นมาแต่ก็ไม่สามารถผ่านจุดสูงสุดเดิม ซ้ำยังเกิดสัญญาณที่เรียกว่า island of reversal ซ้ำอีกหลังจากที่วันก่อนเกิดไปแล้วครั้งหนึ่ง ก็ยิ่งเพิ่มน้ำหนักที่ว่าแนวโน้มกลับทิศทางไปแล้วให้มากยิ่งขึ้น ตามภาพต่อไปนี้



หลายคนอาจพิจารณาในเรื่องต้นทุนของฝรั่ง กล่าวคือ พิจารณาเอาจากยอดซื้อขายสุทธิและวันที่ฝรั่งซื้อสุทธิอย่างต่อเนื่อง แล้วเอามาคะเนว่าฝรั่งมีต้นทุนคร่าวๆอยู่แถวไหน นักลงทุนบางคนอาจมองว่าฝรั่งมีต้นทุนที่สูงเพราะเพิ่งเริ่มซื้อมาไม่นาน แล้วจะมาขายตอนนี้ได้อย่างไร แต่มุมมองของลุงแมวน้ำเชื่อในรูปแบบทางเทคนิคมากกว่า เพราะฝรั่งที่ซื้อขายโดยใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคด้วยซอฟต์แวร์ก็มาก โดยเฉพาะกองทุน ซึ่งเมื่อไรรูปแบบทางเทคนิคเกิดสัญญาณขายก็ต้องขายไม่ว่าจะมีต้่นทุนเท่าไร ก็เหมือนกับที่ลุงแมวน้ำและผู้ที่เทรดด้วยระบบคนอื่นๆซึ่งเมื่อถึงเวลาขายก็ต้องขาย จะมามองเรื่องต้นทุนหรือเสียดายไม่ได้ เพราะว่าเสียดายย่อมดีกว่าเสียใจ กรณี DJI เมื่อไม่กี่วันก่อนที่ดัชนีในระหว่างวันร่วงลงถึงราว 1,000 จุดนั่นส่วนหนึ่งก็เพราะเกิดจากซอฟต์แวร์สั่งขายทุกราคาเพราะเกิดสัญญาณขายนั่นเอง

น้ำมันดิบ (CL) ก็เกิดสัญญาณกลับทิศอยู่หลายประการอันทำให้น่าเื่ชื่อได้ว่าขณะนี้เราอาจจบคลื่น 3 (สีน้ำตาล) ไปแล้ว และกำลังอยู่ในคลื่น 4 ลองมาดูสัญญาณกลับทิศหรือที่เรียกว่า trend reversal pattern ของน้ำมันที่เกิดขึ้นมีอะไรบ้าง ตามภาพ





  1. มีความสอดคล้องของระดับ fibonacci
  2. ราคาและ RSI เกิด bearish convergence
  3. รูปแบบแท่งเทียนที่ยอดคลื่นเป็น doji star
  4. รูปแบบแท่งเทียนเกิด big black candle ปกติเกิดแท่งเทียนเป็นแท่งดำ 1 แท่งก็แย่แล้ว หากเกิด 3 แท่งดำติดกันเรียกว่า three black crows ซึ่งยิ่งเพิ่มน้ำหนักในการกลับทิศแนวโน้ม แต่ราคาน้ำมันดิบเกิด แท่งดำ 4 แท่งติดกัน
  5. ราคาหลุดกรอบล่างของช่องความคลาดเคลื่อนมาตรฐาน (standard error channel) ทั้งช่องที่อยู่ในกรอบเวลานาน 8 เดือน (ช่องสีน้ำเงิน) และทั้งช่องที่อยู่ในกรอบเวลาประมาณ 3 เดือน (ช่องสีดำ)
ส่วนที่ยังขัดแย้งอยู่ก็ได้แก่
  1. คลื่นย่อย ยังนับได้ไม่ชัดเจน
  2. ระดับราคายังไม่ได้ความสูงที่ควรจะจบคลื่น 3 หมายความว่าหากจะจบคลื่น 3 (สีน้ำตาล) ไปแล้วราคาควรจะเกิน 98 ดอลลาร์ตามกฎของคลื่นที่ว่าคลื่น 3 ต้องไม่สั้นที่สุด หากจบคลื่น 3 แถวนี้แปลว่าคลื่น 3 สั้นกว่าคลื่น 1 ซึ่งไม่น่าเป็นไปได้
ดังนั้นในเรื่องของน้ำมันดิบคงต้องดูกันต่อไปจึงจะได้ข้อสรุปที่จัดเจนกว่านี้

ในวันต่อไปลุงแมวน้ำจะนำเอาดัชนีของตลาดหุ้นต่างประเทศที่สำคัญมาทบทวนดูแนวโน้มกันอีกครั้งหนึ่ง เผื่อจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่ถือหน่วยลงทุนเนื่องจากมีกองทุนหุ้นของไทยจำนวนไม่น้อยที่ลงทุนในหุ้นของประเทศต่างๆ แต่ในเมื่อตลาดหุ้นดาวโจนส์ Dow Jones ของสหรัฐอเมริกาออกอาการกลับทิศขึ้นมา แล้วตลาดอื่นๆจะเป็นอย่างไร

Friday, May 7, 2010

06/05/2010 * GC

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 785.25 จุด ลดลง 11.61 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย ขณะนี้ถือหุ้นอยู่ทั้งหมด 32 ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

ทางด้านดัชนีตลาดต่างประเทศ วันนี้ดัชนีตลาดต่างประเทศปรับตัวลงแรง ดัชนีนิกเกอิ (nikkei) ของญี่ปุ่นและ คอสปี (kospi) ของเกาหลีใต้ พอเปิดมาจากวันหยุดก็เกิดร่วงจนสัญญาณขาย ตลาดที่มีอยู่ในรายงานเป็นสัญญาณขายทั้งหมดแล้ว

วันนี้ช่วงบ่ายสองโมงกว่าๆ ตามเวลาสหรัฐอเมริกา เหลืออีกชั่วโมงกว่าจะปิดตลาด ที่ตลาดอเมริกา ดัชนีดาวโจนส์ (DJI) ซึ่งปรับตัวลดลงในระหว่างวันมาอยู่ที่ -200 จุดกว่าๆ จู่ๆก็ร่วงเป็นน้ำตก ทำให้ดัชนีดาวโจนส์ในระหว่างวันร่วงลงไปมากถึงประมาณ -1,000 จุด สาเหตุนั้นสันนิษฐานว่ามีใครบางคนสั่งขายหุ้นบางตัวโดยตั้งราคาขายผิด ไปตั้งในราคาที่ต่ำมาก มีผลให้ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลดลงแรง และเป็นเหมือนชนวนที่จุดให้โปรแกรมเทรดอัตโนมัติของนักลงทุนและสถาบันรายอื่นๆขายตามออกมาเป็นไฟลามทุ่ง จนดัชนีปรับตัวลดลงมาก และหลังจากนั้นในตอนท้ายตลาด DJI จึงขยับขึ้นมาปิดที่ -347.80 จุด

ตลาดสำคัญในโลกกลายเป็นสัญญาณขายจนหมด ทำให้ความน่าจะเป็นที่ดาวโจนส์อันเป็นตัวแทนของเศรษฐกิจโลกจะจบคลื่น B (สีน้ำเงิน) ไปแล้วและปัจจุบันกำลังอยู่ในคลื่น C (สีน้ำเงิน) มีสูงยิ่งขึ้น

ทองคำ ช่วงที่ผ่านมาลุงแมวน้ำว่างเว้นจากการคุยเรื่องทองคำมาสักพักหนึ่ง ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าทองคำแกว่งอยู่ในคลื่น 4 (สีน้ำตาล) และยังดูได้ไม่ชัดว่าเข้าสู่คลื่น 5 (สีน้ำตาล) หรือยัง

แต่จากการเปลี่ยนแปลงของราคาในช่วงหลังนี้ทำให้พอเห็นได้แล้วว่าทองคำกำลังอยู่ในคลื่น 5 (สีน้ำตาล) อันเป็นคลื่นย่อยสุดท้ายของคลื่น 5 (สีน้ำเงิน) ซึ่งเป็นคลื่นใหญ่กว่า การจบคลื่น 5 (สีน้ำตาล) มีความสำคัญก็เพราะเท่ากับเป็นการจบคลื่น 5 (สีน้ำเงิน) ด้วย ซึ่งจะตามมาด้วยคลื่นขาลง A-B-C

ปัญหาก็คือคลื่น 5 (สีน้ำตาล) นี้จะไปได้ไกลเพียงใด ในขณะนี้คงตอบได้ยาก หากพิจารณาจากปัจจัยสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ หากค่าเงินดอลลาร์แข็ง ทองคำจะอ่อน แต่ในขณะนี้แม้ดอลลาร์จะแข็งค่า แต่ว่าทองคำก็แข็งขึ้นมาด้วย ทั้งนี้ นักวิเคราะห์อธิบายว่าเป็นเพราะว่าแม้ดอลลาร์จะแข็งค่า แต่นักลงทุนทั่วไปก็ยังมองว่าหากปัญหาวิกฤตหนี้สาธารณะในยุโรปลุกลาม ในที่สุดโลกก็จะเข้าสู่วิกฤตเศรษฐกิจอีกรอบหนึ่ง ซึ่งในวิกฤตเศรษฐกิจที่เงินอาจกลายเป็นเศรษฐกระดาษได้ไม่ว่าสกุลใดก็ตาม ทองคำจึงปลอดภัยที่สุด ช่วงนี้จึงมีการลงทุนและเก็งกำไรในทองคำกัน

แต่ลุงแมวน้ำมองจากอีกด้านหนึ่ง คิดแบบง่ายๆ หากเศรษฐกิจไม่ดี ใครที่มีทองเก็บไว้ก็คงบางคนที่ขายเพื่อมาซื้อปัจจัยยังชีพ ดังนั้นเมื่อเศรษฐกิจไม่ดีก็ยังมีทั้งคนทิ้งทองและคนที่เก็บทอง ดังที่ผ่านมาเราจะเห็นได้จากช่วงที่ตลาดหุ้นดาวโจนส์ลงทองคำก็ลงตาม หรือช่วงที่ตลาดหุ้นดาวโจนส์ลง ทองคำขึ้นก็มี อย่างเช่นในวันนี้ ดังนั้นปัจจัยทางจิตวิทยาจึงมีผลต่อราคามาก ไม่ใช่เพียงแต่ปัจจัยพื้นฐาน อีกอย่าง ทองคำเป็นอะไรที่ไม่มีปัจจัยพื้นฐาน ไม่เหมือนข้าว กินได้ อิ่มได้ ทองคำเป็นเรื่องที่มนุษย์เราอุปโลกน์กันขึ้นมาเท่านั้นเอง

สรุปก็คือลุงแมวน้ำมองว่าขณะนี้ทองคำเข้าสู่เขตอันตราย พร้อมจะกลับทิศแนวโน้มได้ เพราะราคาทองคำขณะนี้ใกล้ถึงจุดสูงสุดเดิมแล้ว หากผ่านไปได้ ก็อาจไปจบที่ประมาณ 1,300 ดอลลาร์/ออนซ์ หรืออีกระดับหนึ่งก็คือประมาณ 1,500 ดอลลาร์/ออนซ์ ควรหมั่นสังเกตสัญญาณแนวโน้มกลับทิศ อย่าถือเพลินหรืออย่าไล่ซื้อจนเพลินจนลืมดูสัญญาณ