Thursday, March 11, 2010

10/03/2010 * DJI, S50, GC, โครงการลงทุนเพื่อการเกษียณอายุ บำนาญสร้างเองของลุงแมวน้ำ (4)

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 720.84 จุด เพิ่มขึ้น 2.07 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 โปรแกรมของลุงแมวน้ำวันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย ขณะนี้ถือหุ้นอยู่ 35 ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

กลุ่มดัชนีต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย ดัชนีต่างประเทศในรายงานเป็นสัญญาณซื้อทั้งหมด โดยเฉพาะดัชนี FTSE ของอังกฤษและ SENSEX ของอินเดียเปลี่ยนจากสภาวะไร้ทิศทางเป็น uptrend แล้ว

ดัชนีดาวโจนส์ (DJI) กำลังมาทดสอบจุดสูงสุดเดิมที่ 10725.4 อีกครั้ง ซึ่งจะเป็นเครื่องยืนยันว่าขณะนี้ DJI จบคลื่น B (สีน้ำเงิน) ไปแล้วหรือไม่ ถ้าผ่านไปได้คงต้องกลับมานับคลื่นใหม่ เพราะแสดงว่ายังไม่จบ B


รูปแบบของ SET และ S50 แกว่งตัวในช่วงแคบมาหลายวัน ก่อตัวเป็นรูปแบบของปลายสามเหลี่ยมชายธง อีกไม่นานคงได้รู้กันว่าจะดัชนีจะทะลวงออกจากชายธงกลายเป็น uptrend หรือว่า downtrend แต่จากการนับคลื่นของลุงแมวน้ำ เรายังไม่จบคลื่น 5 (สีน้ำตาล) ดังนั้นจึงมองว่าโอกาสเป็น uptrend เข้าสู่คลื่น 5 มีมากกว่า


ทองคำ GC ช่วงนี้แกว่งตัวรุนแรง ยังดูอะไรไม่ออก แต่ใกล้เกิดสัญญาณขายมากแล้ว แปลว่าราคาทองคำอาจร่วงต่อได้อีก นักช้อนหรือชาวสวนควรระวังตัวให้มาก



โครงการลงทุนเพื่อการเกษียณอายุ บำนาญสร้างเองของลุงแมวน้ำ (4)

จากตอนที่แล้วที่เราคุยกัน เนื่องจากลุงแมวน้ำต้องการมีเงินก้อน 7,500,000 บาท เพื่อสร้างบำนาญหลังการเกษียณอายุขึ้นมาเอง นอกจากนี้ลุงแมวน้ำยังมีความจำเป็นต้องเก็บออมเพื่อการอื่นอีก ดังนั้นลุงแมวน้ำจึงมีความคิดที่จะทำเป็นโครงการลงทุนเพื่อจัดทำกองทุนบำนาญของลุงแมวน้ำเอง ใช้เงินต้นจากการออมจำนวนหนึ่ง โดยให้กองทุนนี้สามารถเกิดดอกผลงอกงามต่อไปได้จนครบตามเป้า

ข้อกำหนดเบื้องต้น


เมื่อลุงแมวน้ำจะทำโครงการลงทุน คงต้องมีข้อกำหนดเบื้องต้นกันก่อน ข้อกำหนดเบื้องต้นของลุงแมวน้ำเป็นดังนี้

  1. ใช้เงินออมในการตั้งโครงการลงทุน 192,000 บาท โดยเริ่มลงทุนเมื่อได้เงินครบ 120,000 บาท ที่เหลือทยอยออมเดือนละ 2,000 บาทอีกเป็นเวลา 3 ปี จนครบ 192,000 บาทในที่สุด
  2. ลงทุนในฟิวเจอร์สเป็นหลัก ใช้การเทรดตามแนวโน้มตลาดและเทรดอย่างเป็นระบบตามสัญญาณซื้อขายเมื่อสิ้นวัน (คือ eod trade ไม่ใช้ intraday trade)
  3. ในแต่ละปี เมื่อมีกำไรให้นำเงินกำไรมาลงทุนต่อ
  4. เป้าหมายของโครงการนี้คือกองทุนบำนาญขนาด 7,500,000 บาท
  5. ระยะเวลาของโครงการ 10-15 ปี
  6. อย่าหวังรวย อย่าหวังรวยจากโครงการลงทุนนี้ ขอให้มีทัศนคติในการทำโครงการเพียงเพื่อการยังชีพตามสมควรเท่านั้น
  7. เนื่องจากโครงการนี้เป็นโครงการลงทุน การลงทุนย่อมมีความเสี่ยง ต้องตระหนักอยู่เสมอว่าเงิน 192,000 บาทนี้อาจขาดทุนและสูญเงินต้นไปจนหมดได้ ดังนั้นหากยังทำใจไม่ได้กับการสูญเงินจำนวนนี้ก็ยังไม่ควรเริ่มต้นโครงการ

หลายคนคงแปลกใจกับข้อกำหนดสองข้อสุดท้าย เหตุผลก็คือ การเทรดหุ้นหรือว่าฟิวเจอร์สอย่างเป็นระบบนั้น ส่วนที่สำคัญที่สุดคือการควบคุมความโลภและความกลัว ความโลภเกิดจากเมื่อได้กำไรแล้วย่ามใจ ความกลัวเกิดจากการขาดทุนแล้วเข็ดขยาด สองประการนี้ทำให้เกิดการเสียวินัยในการเทรดและจะนำไปสู่ความหายนะอย่างแท้จริงในที่สุด ดังนั้นในการเทรดอย่างเป็นระบบนั้นต้องเริ่มต้นด้วยการปรับทัศนคติเสียก่อน และก็เท่ากับเป็นการฝึกอุเบกขาธรรมไปด้วยในตัว เมื่อควบคุมความโลภและความกลัวได้ เป้าหมายของโครงการก็จะบรรลุได้

นอกจากนี้ เพื่อลดความซับซ้อนและทำให้เข้าใจง่ายที่สุด ลุงแมวน้ำจึงทำโครงการบำนาญสำหรับตัวลุงแมวน้ำเองเท่านั้น ไม่ได้รวมบำนาญของป้าแมวน้ำเข้ามาด้วย แต่หากเข้าใจหลักการก็สามารถนำไปต่อยอดได้

วันพรุ่งนี้เราจะมาดูการจัดพอร์ตการลงทุนและผลกำไรที่ได้กัน


Wednesday, March 10, 2010

09/03/2010 * โครงการลงทุนเพื่อการเกษียณอายุ บำนาญสร้างเองของลุงแมวน้ำ (3)

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 718.77 จุด ลดลง 1.52 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 โปรแกรมของลุงแมวน้ำวันนี้มีสัญญาณขาย QH ขณะนี้ถือหุ้นอยู่ 35 ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

กลุ่มดัชนีต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

ทองคำกับน้ำมันราคาบังไม่ไปไหน เดินหน้าถอยหลังอยู่แถวๆเดิม สินค้าเกษตรส่วนใหญ่ตอนนี้ในภาพรวมยังเป็นสัญญาณขายอยู่ ยกเว้นยางพารากับฝ้ายที่เป็นสัญญาณซื้อ

ดัชนีหุ้นไทยไม่รู้จะไปทางไหนเหมือนกัน แต่ลุงแมวน้ำยังวางอุเบกขา ยังไม่มีสัญญาณขายก็ถือไปเรื่อยๆ


โครงการลงทุนเพื่อการเกษียณอายุ บำนาญสร้างเองของลุงแมวน้ำ (3)

รูปแบบการออม

ในเมื่อเราต้องการออมเพื่อสร้างบำนาญของเราเองขึ้นมา ก่อนอื่นเราคงต้องมาดูกันก่อนว่ารูปแบบการออมนั้นมีอะไรให้เลือกได้บ้าง ลุงแมวน้ำลองยกมาดูพร้อมกับข้อด้อยของแต่ละวิธีการออมในแบบคร่าวๆ
  • ใส่ตุ่มฝังดิน อาจโดนขุดสหรือปลวกกินได้ ไม่มีดอกเบี้ย
  • ฝากธนาคาร อัตราดอกเบี้ยต่ำ ยิ่งฝากเงินยิ่งหดเพราะว่าแพ้เงินเฟ้อ
  • ลงทุนในตราสารการเงินต่างๆ เช่น พันธบัตร หุ้นกู้ ดอกเบี้ยดีกว่าฝากธนาคาร แต่อาจไม่ชนะเงินเฟ้อ รวมทั้งมีความเสี่ยง
  • ลงทุนในตราสารการเงินในกลุ่มหุ้นสามัญ ฟิวเจอร์ส ออปชัน เป็นเหมือนการลงทุนทำธุรกิจ มีความเสี่ยงสูง ราคาหุ้นเป็นวัฏจักร มีขึ้นมีลง
  • ซื้ออสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดิน ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง มีสภาพคล่องต่ำ เมื่อเศรษฐกิจไม่ดีอาจต้องเก็บนานมาก
  • ซื้อสังหาริมทรัพย์ เช่น ทองคำ เพชร ราคามีวัฏจักร มีขึ้นมีลง
  • ซื้อประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ อัตราดอกเบี้ยต่ำ

ราคาทองคำมีขึ้นก็มีลง ไม่ได้มีแต่ขึ้นอย่างเดียว ใครที่ซื้อทองคำในปี 1979 ต้องเก็บทองเอาไว้นานเกือบ 30 ปีราคาจึงจะกลับมาอยู่ที่เดิม


หุ้นก็มีขึ้นและมีลง อย่าคิดว่าเก็บเอาไว้สักสิบปีถึงอย่างไรก็กำไรแน่ๆ จากกราฟข้างบน หากซื้อหุ้นเมื่อปี 1980 แล้วขายในปี 1990 ก็มีกำไร แต่หากซื้อในปี 1990 แล้วขายในปี 2000 ก็ยังขาดทุน แม้จะเป็นหุ้นที่มีเงินปันผลก็ยังไม่แน่ว่ามีกำไร

รูปแบบการออมคงต้องเลือกให้เหมาะกับสภาพของบุคคล ผู้ที่มีรายได้เกินพอ เงินเก็บมากมาย ก็อาจเลือกวิธีการออมที่ไม่เน้นให้มีดอกผลงอกเงยก็ได้เพราะว่ามีเยอะอยู่แล้ว การออมที่ดอกผลต่ำความเสี่ยงก็มักจะต่ำด้วย เงินต้นก็ปลอดภัยดี แต่สำหรับผู้ที่มีรายได้ไม่มากนัก มีกำลังการออมที่จำกัด อาจเลือกวิธีการออมที่เน้นให้ดอกผลสูงเพราะต้องการให้เงินช่วยทำงานด้วย มิฉะนั้นจะออมไม่ถึงเป้า

ต้องออมเท่าไร ขึ้นกับว่าเกษียณแล้วต้องการรายได้เท่าไร และจะอยู่ไปอีกกี่ปี

การที่จะตอบคำถามว่าต้องออมเท่าไรและเลือกวิธีการออมอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับว่าผู้ออมต้องการสร้างบำนาญหลังเกษียณเท่าไร ดังนั้นคำตอบจึงแทบจะเป็นเรื่องครอบจักรวาลเพราะว่าต่างคนก็ต่างความคิด ต่างความต้องการ ยากที่จะเหมือนกัน ดังนั้นจึงยากที่จะมีสูตรสำเร็จสำหรับใช้กับทุกๆคนได้ แต่ละคนจึงต้องนำแนวทางที่มีอยู่แล้วไปปรับเพื่อให้เข้ากับตนเอง

แต่เพื่อให้มองเห็นภาพบ้าง หนังสือหลายๆเล่มมีสูตรสำหรับรายได้หลังเกษียณว่าควรจะประมาณ 70% ของรายได้เดือนสุดท้ายก่อนเกษียณ แต่ก็มองเห็นภาพได้ยากเพราะว่าแต่ละคนรายได้ไม่เท่ากัน 70% ของบางคนอาจมากมาย และของบางคนอาจมีไม่มากนักก็ได้ อีกประการ สูตรนี้มักใช้กับผู้ที่มีเงินเดือนประจำ แต่สำหรับผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระหรือรายได้ไม่แน่นอนก็ยากจะใช้ได้

ลุงแมวน้ำขอตอบคำถามข้อนี้โดยอิงจากภาระค่าใช้จ่ายน่าจะดีกว่า โดยเราลองมาประเมินกันคร่าวๆว่าผู้สูงอายุควรมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง
  • ค่าเช่าบ้าน ไม่น่าจะมี ถึงวัยนี้ควรมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองแล้ว มิฉะนั้นคงไม่สามารถออมเงินเพื่อสร้างบำนาญได้
  • ค่าอาหาร เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ค่าเดินทาง พอๆกับก่อนเกษียณ อาจน้อยกว่าก็ได้ เพราะว่าเมื่อเกษียณแล้วอาจไม่ต้องแต่งตัวมากนัก
  • ค่าเบี้ยประกันสุขภาพ จำเป็นต้องมี ผู้สูงอายุควรมีประกันสุขภาพเอาไว้ แม้จะมีประกันสังคมอยู่แล้วก็ตาม
  • ค่ายา ค่าแพทย์ ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาสุขภาพ ผู้สูงอายุมักมีปัญหาสุขภาพ บางส่วนอาจต้องออกเองเนื่องจากเบิกประกันไม่ได้
  • ค่าใช้จ่ายสันทนาการ พักผ่อนหย่อนใจ ทำบุญ ฯลฯ อันเป็นการบำรุงรักษาสุขภาพจิตของผู้สูงอายุ
  • ค่าคนดูแล ค่าอุปกรณ์และวัสดุจำเป็นบางอย่าง กรณีที่ผู้สูงอายุสุขภาพไม่ดีจริงๆอาจต้องจ้างคนดูแลและอาจมีค่าใช้จ่ายสิ้นเปลืองเพิ่มเติมอื่นๆ
ฯลฯ

ลุงแมวน้ำคะเนเอาว่าภายในสิบปีข้างหน้าค่าครองชีพในเมืองคงสูงกว่านี้มาก ดังนั้นผู้สูงอายุที่อยู่ในสังคมเมืองหากจะมีชีวิตตามสมควรก็น่าจะมีรายได้เดือนละ 25,000 บาท โดยส่วนที่คาดการณ์ได้ยากคือค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพนั่นเอง

คำถามต่อมาก็คือ แล้วชีวิตหลังเกษียณจะอยู่ไปได้อีกสักกี่ปี จะได้คำนวณการออมถูก คำตอบก็คือไม่ทราบ เพราะว่าอายุขัยของแต่ละคนไม่เท่ากัน แต่จากข้อมูลทางสถิติพบว่าอายุขัยเฉลี่ยของชายไทยอยู่ที่ 68 ปี และของหญิงไทยอยู่ที่ 75 ปี การออมก็ต้องเผื่อเอาไว้บ้าง เผื่อว่าผู้ออมจะมีอายุขัยเกินค่าเฉลี่ย เงินออมจะได้ไม่หมดเสียก่อน ดังนั้นลุงแมวน้ำคิดเอาง่ายๆว่าต้องเตรียมบำนาญเผื่อเอาไว้จนถึงอายุ 85 หรือเตรียมเอาไว้นาน 25 ปีหลังเกษียณก็แล้วกัน

สรุปว่าหากต้องการมีรายได้หลังเกษียณเดือนละ 25,000 บาท และอยู่ไปได้จนถึงอายุ 85 ปี จะต้องเตรียมเงินบำนาญเอาไว้ถึง 25,000 x (25 x 12) = 7,500,000 บาท (คิดแบบง่ายๆ ไม่คิดอัตราดอกเบี้ย อัตราเงินเฟ้อใดๆ)

เจ็ดล้านห้าแสนบาท!


Tuesday, March 9, 2010

08/03/2010 * โครงการลงทุนเพื่อการเกษียณอายุ บำนาญสร้างเองของลุงแมวน้ำ (2)

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 720.29 จุด ลดลง 3.67 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 โปรแกรมของลุงแมวน้ำวันนี้มีสัญญาณขาย CPF ขณะนี้ถือหุ้นอยู่ 36 ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้มีสัญญาณขายข้าวโพด (C)

กลุ่มดัชนีต่างประเทศ วันนี้ดัชนีนิกเกอิ (NIX) ของประเทศญี่ปุ่นเกิดสัญญาณซื้อ จะเห็นว่าขณะนี้ดัชนีตลาดต่างประเทศที่อยู่ในรายงานของลุงแมวน้ำเกิดสัญญาณซื้อกันหมดแล้ว บ่งบอกให้เห็นแนวโน้มในภาพรวมได้

พอร์ตจำลองของลุงแมวน้ำขณะนี้ขาดทุนอยู่หนึ่งตัวคือฟิวเจอร์สน้ำมันดิบ (CL) ฟิวเจอร์ส์ที่ทำกำไรมากทุ่สุดในขณะนี้คือน้ำตาลทราย (SB) รองลงมาคือฟิวเจอร์สของดัชนีดอลลาร์ สรอ (DX) และฟิวเจอร์ส์ยางพารา (RSS) ตามลำดับ

วันนี้หุ้นไทยค่อนข้างแกว่ง ปัจจัยสำคัญที่เป็นตัวฉุดตลาดคือปัจจัยการเมืองภายในประเทศ ส่วนปัจจัยบวกที่ช่วยดันตลาดในช่วงนี้น่าจะเป็นเงินของต่างชาติที่เข้ามาซื้อหุ้นไทย นอกจากนี้ก็ยังมีปัจจัยอื่นๆที่มีผลต่อราคาหุ้นในตลาดอีก ซึ่งหากจะคาดก็คงยากคาดการณ์ได้ว่าปัจจัยใดจะมีพลังขับเคลื่อนตลาดมากกว่ากัน หลายคนช้อนซื้อก็ลุ้นตลาดขึ้น หลายคนที่ชิงขายไปแล้วก็ลุ้นตลาดลง

แต่สำหรับลุงแมวน้ำและผู้ที่เทรดในระบบตามแนวโน้มคงไม่จำเป็นต้องลุ้นล่วงหน้าแต่อย่างใด เพราะเราเชื่อว่าราคาปิดเป็นคำตอบสุดท้ายที่ตอบสนองปัจจัยทุกสิ่งทุกอย่างไปเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้ลุงแมวน้ำเปิดสัญญาซื้อ S50 อยู่แล้ว (เปิดมาหลายวันแล้วตามสัญญาณซื้อครั้งที่ผ่านมา) หากต่อไปดัชนีร่วงจนถึงสัญญาณขายลุงแมวน้ำก็จะปิดสัญญา และหากดัชนีเดินหน้าไปต่อ ลุงแมวน้ำก็ถือเอาไว้เฉยๆปล่อยให้กำไรต่อไปและรอให้เกิดสัญญาณขายครั้งต่อไปจึงค่อยปิดสัญญา ไม่ช้อนซื้อ ไม่ชิงขาย เพราะเราไม่รู้อนาคตที่แท้จริง และเพราะว่าเราใช้ระบบเทรดตามแนวโน้ม ไม่ใช่การเทรดนำแนวโน้ม เราอาจคาดการณ์ล่วงหน้าได้แต่ไม่ควรทำอะไรจนกว่าจะเกิดสัญญาณซื้อขาย


โครงการลงทุนเพื่อการเกษียณอายุ บำนาญสร้างเองของลุงแมวน้ำ (2)

ปกติผู้ที่มีรายได้เกินพอจากการยังชีพหรือพูดง่ายๆว่าเหลือกินเหลือใช้นั้นการออมไม่ใช่เรื่องยาก แต่สำหรับผู้ที่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ หรือผู้ที่รายได้ไม่พอแก่การยังชีพนั้นเมื่อพูดถึงการออมดูจะเป็นเรื่องยาก หรือสำหรับบางคนอาจบอกว่าเป็นไปไม่ได้เอาเลยทีเดียว เหตุผลของการไม่ออมก็คือออมไม่ไหว แต่ละเดือนจะใช้จ่ายยังไม่พอถึงสิ้นเดือนเลย แล้วจะออมได้อย่างไร

ดังนั้นหากจะจำเป็นต้องออมแล้ว พฤติกรรมของคนไทยมักออมเพื่อเหตุเจ็บป่วยหรือฉุกเฉินเป็นลำดับแรก ส่วนการออมเพื่อการเกษียณอายุนั้นเป็นเรื่องที่ให้ความสำคัญในลำดับรองลงมา ทั้งนี้ อาจจะเนื่องจากเห็นว่ายังมีเวลาอีกมากก็เป็นได้

อย่างไรก็ดี ในผู้ที่พอจะออมไหวก็ยังมีปัญหาเกิดขึ้นอีกว่าผู้ออมมีกำลังในการออมไม่มาก แต่ละเดือนมีเงินเก็บไม่มาก ปัญหาที่เกิดขึ้น เช่น
  • เงินที่ออมได้ไม่รู้ว่าจะจัดสรรปันส่วนอย่างไรจึงจะเหมาะสม
  • จะออมเพื่อการเจ็บป่วย ฉุกเฉิน ต้องเท่าไรจึงจะพอ
  • หากออมเพื่อการเจ็บป่วย ฉุกเฉินยังมีเงินออมไม่มาก แล้วจะออมเพื่อเกษียณอายุได้อย่างไร ถึงจะออมจนแก่ก็ได้เพียงแค่เรื่องเจ็บป่วยฉุกเฉินเท่านั้น คงไม่มีทางสร้างบำนาญหลังเกษียณได้
ฯลฯ

เพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว โครงการลงทุนเพื่อการเกษียณอายุหรือบำนาญสร้างเองของลุงแมวน้ำนั้น ลุงแมวคิดขึ้นมาเอง ใช้เงินออมทั้งสิ้นประมาณ 192,000 บาท โดยใช้เงินออมเริ่มแรกเพื่อการลงทุน 120,000 บาท หลังจากนั้นออมอีกเดือนละ 2,000 บาทเป็นเวลา 3 ปี เมื่อออมครบจำนวนแล้วก็ปล่อยให้เงินต้นนี้ทำงานต่อไป ต่อไปเมื่อเรามีเงินออมอีกเราก็สามารถทำโครงการออมเพื่อการอื่นได้อีก เช่น การออมเพื่อเหตุเจ็บป่วย ฉุกเฉิน การออมเพื่อแต่งงาน การออมเพื่อการศึกษาบุตร ฯลฯ

หลักการของลุงแมวน้ำก็คือทำการออมเพื่อวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่งเป็นโครงการการลงทุน ใช้เงินต้นก้อนหนึ่ง จากนั้นปล่อยให้เงินทำงานต่อไป เราไม่ต้องเติมเงินลงไปในกองทุนนั้นอีกแล้ว และเงินออมก้อนต่อๆไปที่ออมได้ก็สามารถนำมาทำเป็นทุนในโครงการอื่นๆได้อีก

สำหรับโครงการลงทุนนี้ ผู้อ่านสามารถนำไปประยุกต์หรือว่าต่อยอดเอาเองได้ ยกตัวอย่างเช่น ลุงแมวน้ำยกโครงการลงทุนเพ่อการเกษียณอายุมาเป็นตัวแบบ แต่ผู้อ่านสามารถนำไปดัดแปลงเป็นโครงการลงทุนเพื่อเหตุเจ็บป่วย ฉุกเฉินก็ได้ เป็นต้น

เมื่ออ่านถึงตอนนี้แล้ว หากยังงงๆ ลองติดตามอ่านต่อไปในวันถัดไป จะได้รู้รายละเอียดว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่ลุงแมวน้ำจะเกษียณอายุอย่างสบายๆได้ด้วยเงินเพียงเกือบสองแสนบาท เรามาลองทำโครงการจริงด้วยกันและติดตามผลการลงทุนด้วยกันไปเลย



Monday, March 8, 2010

05/03/2010 * ปรับปรุงรายงาน, โครงการลงทุนเพื่อการเกษียณอายุ บำนาญสร้างเองของลุงแมวน้ำ (1)

ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ลุงแมวน้ำได้ปรับปรุงเพิ่มเติมข้อมูลในรายงานให้มากขึ้น รายละเอียดของการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอ่านได้จากส่วนล่างของหน้านี้

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 723.96 จุด ลดลง 6.86 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 โปรแกรมของลุงแมวน้ำวันนี้มีสัญญาณขาย DTAC, HANA ขณะนี้ถือหุ้นอยู่ 37 ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

กลุ่มดัชนีต่างประเทศ วันนี้ดัชนี STI ของสิงคโปร์ (STI), KOSPI ของเกาหลีใต้ (KS11), TAIEX ของไต้หวัน (TWII) และ BOVESPA ของปราซิล (IBOVESPA) เกิดสัญญาณซื้อ ดัชนีตลาดสำคัญในโลกกลายเป็นสัญญาณซื้อเพิ่มมากขึ้น



โครงการลงทุนเพื่อการเกษียณอายุ บำนาญสร้างเองของลุงแมวน้ำ (1)

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 เป็นต้นมา ประเทศก็เริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุหรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า aging society แล้ว

คำว่าสังคมผู้สูงอายุนี้หมายถึงสังคมใดที่มีประชากรเกินอายุ 60 ปีขึ้นไปเกินร้อยละ 10 ยกตัวอย่างเช่นหมู่บ้านหนึ่งมีประชากรในหมู่บ้านรวมทั้งสิ้น 100 คน ในหมู่บ้านนี้มีคนชราที่อายุเกิน 60 ปีอยู่ 11 คน เราเรียกหมู่บ้านนี้ว่าเป็นสังคมผู้สูงอายุได้

และยิ่งไปกว่านั้น หากสังคมใดมีคนชราร้อยละ 20 ขึ้นไปเราจะเรียกสังคมนั้นว่าเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์หรือว่า aged society ยกตัวอย่างจากหมู่บ้านเดิมที่มีประชากรอยู่ 100 คน เมื่อใดที่หมู่บ้านนั้นมีคนชรา (อายุเกิน 60 ปี) ตั้งแต่ 20 คนขึ้นไป หมู่บ้านนั้นก็จะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์

ดังที่ลุงแมวน้ำกล่าวมาแล้วว่าปัจจุบันประเทศไทยถือว่าเป็นสังคมผู้สูงอายุแล้ว และในปัจจุบัน (พ.ศ. 2553) ประเทศไทยมีผู้สูงอายุประมาณร้อยละ 11.9 จากการคาดหมายทางประชากรศาสตร์ คาดว่าประเทศไทยน่าจะเข้าสู่ผู้สังคมสูงอายุโดยสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2567 หรือในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้เอง

อย่างไรก็ดี การคาดการณ์นี้เป็นการมองในภาพรวมระดับประเทศ แต่หากมองในภาพของสังคมที่ย่อยลงมาอีก เช่น ในระดับจังหวัด ขณะนี้มีบางจังหวัดที่ได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ไปเรียบร้อยแล้ว ยกตัวอย่างเช่น จังหวัดสิงห์บุรีที่ปัจจุบันมีผู้สูงอายุมากถึงร้อยละ 24 ของประชากรในจังหวัด

การเป็นสังคมผู้สูงอายุเกิดจากอัตราการเกิดของประชากรต่ำเป็นเวลานานๆ สาเหตุของอัตราการเกิดต่ำนั้นก็มาจากหลายอย่าง เช่น ผลจากการรณรงค์คุมกำเนิด ผลจากสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป คนแต่งงานช้าลง คนอยู่เป็นโสดมากขึ้น ฯลฯ

ผลของการเป็นสังคมผู้สูงอายุหรือว่าสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์นั้นที่เห็นได้ชัดก็คือผู้สูงอายุจะหวังพึ่งลูกหลานได้ยาก ลองคิดดูง่ายๆ สมมติว่าในสังคมหนึ่งที่นิยมการมีลูกเพียงคนเดียว หากมีลูกคนเดียวไป 3 ชั่วคน คนรุ่นที่สามต่อไปจะต้องรับภาระดูแลพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ทั้งหมด 6 คน แล้วจะเอาแรงที่ไหนไปดูแลไหว นี่ยังไม่นับกรณีผู้ที่อยู่เป็นโสด

ด้วยเหตุผลดังกล่าว ดังนั้นลุงแมวน้ำขอสรุปโดยรวบรัดว่าผู้ที่อยู่ในวัยทำงานในขณะนี้ต่อไปเมื่อเข้าสู่วัยเกษียณแล้วมีแนวโน้มที่จะต้องพึ่งตนเองมากขึ้น การหวังพึ่งลูกหลานหรือว่าพึ่งคนอื่นคงเป็นไปได้ยาก

การพึ่งตนเองได้ต้องทำอย่างไรบ้าง ก็ควรมีสุขภาพที่ดี มีการประกันสุขภาพ จะได้ลดการพึ่งพาผู้อื่นลงได้ นอกจากนี้ยังต้องมีรายได้ไว้เลี้ยงตนเองในยามเกษียณอายุไปแล้ว จะได้ไม่เป็นภาระด้านการเงินแก่ผู้อื่น หรือพูดอีกนัยหนึ่งก็คือต้องมีเงินเก็บเอาไว้ใช้ในยามที่เกษียณไปแล้วหรือที่เรียกว่ามีบำนาญนั่นเอง

หลายคนเป็นลูกจ้าง หลายคนประกอบอาชีพอิสระ แล้วเราจะมีเงินเก็บเพื่อเอาไว้เป็นบำนาญชีวิตได้อย่างไรในเมื่อเราไม่ได้เป็นข้าราชการหรือไม่ได้เป็นสมาชิกของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพใดๆ ครั้นจะพึ่งพากองทุนการออมแห่งชาติที่กำลังจัดตั้งขึ้นมาเพื่อการออมของประชาชนทั่วไปก็ให้บำนาญเต็มที่เพียง 1,710 บาทต่อเดือน รวมกับเบี้ยยังชีพคนชราอีก 500 บาท รวมแล้วก็ได้บำนาญเดือนละสองพันกว่าบาท คงไม่น่าจะพึ่งพาเป็นรายได้หลักหลังเกษียณได้ น่าจะเป็นได้แค่รายได้เสริมเท่านั้น

บางคนอาจคิดว่าชีวิตหลังเกษียณไปแล้วก็ยังมีแรง มีกำลังสมอง ยังสามารถหารายได้ได้อยู่ หรือไม่ก็คิดว่าตนเองออมไม่ไหวเพราะภาระค่าใช้จ่ายมาก ดังนั้นจึงไม่ได้วางแผนการออมเพื่อการเกษียณเอาไว้ แต่ลุงแมวน้ำอยากบอกว่าชีวิตไม่มีอะไรแน่นอน อะไรที่ทำได้ในตอนนี้ก็ควรทำเสีย ยกตัวอย่างลุงแมวน้ำเอง ลุงแมวน้ำหาเลี้ยงชีวิตด้วยการแสดงละครสัตว์ อีกหน่อยพอแก่มากกว่านี้ก็คงแสดงไม่ไหว หรือถึงแสดงไหวก็อาจไม่มีใครจ้าง ดังนั้นชีวิตหลังเกษียณคงไม่มีรายได้อะไร จะหวังพึ่งลูกหลานก็ยากดังที่ว่า

ถ้าเป็นในสังคมเกษตร เกษตรกรที่รู้จักวางแผนจะเตรียมแหล่งรายได้หลังเกษียณของตนด้วยการปลูกไม้ยืนต้นตั้งแต่ยังอยู่ในวัยแรงงาน เช่น ปลูกยางนา ประดู่ ฯลฯ ไร่หนึ่งปลูกได้ประมาณ 200 ต้น ไม้ยืนต้นเหล่านี้เมื่อมีอายุ 20 ปีขึ้นไปสามารถขายได้ถึงต้นละประมาณ 20,000 บาท ปลุกตอนหนุ่มสาว เมื่อถึงวัยชราก็ทยอยตัดขาย ปลูกไร่หนึ่งก็มีเงินหลังเกษียณได้แล้ว 4 ล้านบาท

แต่ถ้าอยู่ในสังคมเมืองอย่างลุงแมวน้ำ เป็นลูกจ้างคณะละครสัตว์ ไม่ได้ทำการเกษตร ไมได้รับราชการ และไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แล้วจะมีบำนาญชีวิตได้อย่างไร นี่คือปัญหาแบบคนเมืองโดยทั่วไป คำตอบก็คือต้องสร้างเอาเอง


(โปรดอ่านต่อในวันถัดไป)



การปรับปรุง 5 มีนาคม 2553

มี การปรับปรุงรายงานอีกครั้งโดยรูปแบบของรายงานยังคงเดิมแต่ว่าเพิ่มเติม ฟิวเจอร์สของสินค้าเกษตรในต่างประเทศ เพิ่มเติมฟิวเจอร์สหุ้น (single stock futures) ของไทยบางตัว เพิ่มเติมกองทุน ETF 2 กองทุน และเพิ่มเติมดัชนีของตลาดหลักทรัพย์อีกหลายประเทศ

ขอสรุปรายการต่างๆที่ปรากฏในรายงานที่จะนำเสนอตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2553 เป็นต้นไป เป็นดังภาพต่อไปนี้



ทบทวนรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ต่างๆในรายงาน ดังต่อไปนี้

ดัชนี SET และฟิวเจอร์ส


ประกอบด้วย
SET ดัชนีเซ็ต ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ของประเทศไทย
SET50 ดัชนี SET50 ของไทย
S50 ฟิวเจอร์สที่อิงอัชนี SET50 ตลาด TFEX ของไทย

ฟิวเจอร์สของหุ้น


สำหรับ single stock futures ที่เลือกเข้ามาในรายงานนั้นคัดเลือกเฉพาะฟิวเจอร์สที่มีปริมาณในการเทรดและ มี OI มากพอสมควรเท่านั้น ได้แก่ฟิวเจอร์สของ ITD, KTB, LH, PTTEP, QH, TTA ฟิวเจอร์สทียังมีสภาพคล่องต่ำอยู่ไม่ได้นำมาแสดงเอาไว้

กองทุน ETF


ETF หรือ Exchange Traded Fund หมายถึงกองทุนเปิดของดัชนี (คือมีสินค้าอ้างอิงเป็นดัชนี) ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ สามารถซื้อขายได้เสมือนหุ้นตัวหนึ่ง ETF ที่ปรากฏในรายงานมี 2 กองทุน คือ

ENGY เป็นกองทุนที่อิงดัชนีกลุ่มพลังงานในตลาด SET
TDEX เป็นกองทุนที่อิงดัชนี SET50

ฟิวเจอรส์ของสินค้าเกษตร โลหะ ดัชนี และเงินตรา


ฟิวเจอร์สที่นำเสนอในรายงานมีอยู่หลากหลาย ทั้งจากผลิตภัณฑ์ต่างๆและจากตลาดต่างๆ สรุปได้ดังนี้
RSS ยางพาราตลาด AFET ของประเทศไทย ราคาปิดมีหน่วยเป็นบาท
IR ยางพาราตลาด TOCOM ของประเทศญี่ปุ่น ราคาปิดมีหน่วยเป็นเยน
WBR5 ข้าวตลาด AFET ของประเทศไทย ราคาปิดมีหน่วยเป็นบาท

GC ทองคำตลาด COMEX ของประเทศสหรัฐอเมริกา ราคาปิดมีหน่่วยเป็นดอลลาร์ สรอ
GF ทองคำตลาด TFEX ของประเทศไทย ราคาปิดมีหน่วยเป็นบาท
CL น้ำมันดิบตลาด NYMEX ของประเทศสหรัฐอเมริกา ราคาปิดมีหน่่วยเป็นดอลลาร์ สรอ

C ข้าวโพดตลาด CBOT ของประเทศสหรัฐอเมริกา ราคาปิดมีหน่่วยเป็นเซ็นต์ สรอ
CC โกโก้ตลาด NYBOT ของประเทศสหรัฐอเมริกา ราคาปิดมีหน่่วยเป็นดอลลาร์ สรอ
CT ฝ้ายตลาด NYBOT ของประเทศสหรัฐอเมริกา ราคาปิดมีหน่่วยเป็นเซ็นต์ สรอ
KC กาแฟตลาด NYBOT ของประเทศสหรัฐอเมริกา ราคาปิดมีหน่่วยเป็นเซ็นต์ สรอ
S ถั่วเหลืองตลาด CBOT ของประเทศสหรัฐอเมริกา ราคาปิดมีหน่่วยเป็นเซ็นต์ สรอ
SB น้ำตาลตลาด NYBOT ของประเทศสหรัฐอเมริกา ราคาปิดมีหน่่วยเป็นเซ็นต์ สรอ
DJ ดัชนีดาวโจนส์ตลาด CBOT ของประเทศสหรัฐอเมริกา ราคาปิดมีหน่่วยเป็นจุด
DX ดัชนีดอลลาร์ สรอ ตลาด NYBOT ของประเทศสหรัฐอเมริกา ราคาปิดมีหน่่วยเป็นจุด

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ของต่างประเทศ


ประกอบด้วยดัชนีของตลาดหลักทรัพย์เกือบทุกภูมิภาคในโลก ดังนี้

ทวีปออสเตรเลีย
AORD (All Ordinaries) ดัชนีอลลออร์ดิแนรีของออสเตรเลีย

ทวีปอเมริกา
IBOVESPA (BOVESPA Index) ดัชนีโบเวสปาหรืออีโบเวสปา (อ่านได้ทั้งสองอย่าง) ของประเทศบราซิล
DJIA (Dow Jones Industrial Index) ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ของประเทศสหรัฐอเมริกา ใช้ตัวย่อ DJIA หรือ DJI

ทวีปยุโรป
DAXI ดัชนีแดกซ์ (DAX Index) ของเยอรมนี
FTSE100 ดัชนีฟุตซี (FTSE Index) ของอังกฤษ

ทวีปเอเซีย
HSKI ดัชนีหั่งเส็ง (Hang Seng Index) ของฮ่องกง
NIX ดัชนีนิกเกอิ 225 (Nikkei 225) หรือที่เรียกกันสั้นๆว่านิกเกอิ ของประเทศญี่ปุ่น
SSECI ดัชนีเซี่ยงไฮ้หรือดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต (Shanghai Stock Exchange Composite Index) ของสาธารณรัฐประชาชนจีน
STI ดัชนีสเตรทส์ไทมส์ (Strait Times Index) ของสิงคโปร์
BSESN ดัชนีเซนเซกซ์ (BSE SENSEX) ของอินเดีย
KS11 ดัชนีคอสปี (KOSPI) ของเกาหลีใต้
TWII ดัชนีไทเอกซ์ (TAIEX) ของไต้หวัน

Friday, March 5, 2010

04/03/2010 * S50, RSS, SB

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 730.82 จุด ลดลง 4.22 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 โปรแกรมของลุงแมวน้ำวันนี้มีสัญญาณซื้อ TPC และมีสัญญาณขาย ADVANC, BCP ขณะนี้ถือหุ้นอยู่ 39 ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

กลุ่มดัชนีต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

สำหรับดัชนี SET ลุงแมวน้ำยังมองเช่นเดิมว่าน่าจะยังไม่จบคลื่น 5 (สีน้ำตาล) ดังนั้น SET น่าจะทะลุจุดสูงสุดเดิมที่ 746.67 และ S50 ก็น่าจะผ่าน 536.7 ไปได้



ยางพารา RSS3 หลายคนมองว่าเกิดรูปแบบยอดคู่ (double top)ไปแล้วและจบคลื่น 5 ต่อไปน่าจะเป็นขาลงแล้ว แต่ว่าลุงแมวน้ำก็ยังนับคลื่นเช่นเดิม ยังไม่เปลี่ยนความคิด และมองว่าขณะนี้ยางพาราน่าจะกำลังทำคลื่น 5 (สีน้ำตาล) อยู่ นั่นหมายความว่าในที่สุดก็น่าจะจะผ่าน 107.5 บาทไปได้



ขณะนี้ราคาสินค้าเกษตรส่วนใหญ่ราคาตกลงมาค่อนข้างมาก โดยเฉพาะน้ำตาลทราย (SB) ถ้าพิจารณาจากกราฟราคารายวัน (daily chart) อาจมองยากว่าจะนับคลื่นอย่างไร แต่ถ้ามองในภาพใหญ่หรือว่าในระดับคลื่นลูกใหญ่ด้วยกราฟรายเดือน (monthly chart) จะเห็นว่าขณะนี้ราคาน้ำตาลและสินค้าเกษตรอื่นๆในภาพรวมยังอยู่ในคลื่น 4 (สีน้ำตาล) น่าจะยังมีโอกาสขึ้นต่อได้อีกเพื่อจบคลื่น 5 (สีน้ำตาล)



พอร์ตจำลองของลุงแมวน้ำได้กำไรจาก SB เกินกว่า 900% ขณะนี้เป็นฟิวเจอร์สที่มีอัตรากำไรสูงสุดในพอร์ตเนื่องจากลุงแมวน้ำชอร์ตเอาไว้ด้วยจึงได้กำไรจากด้านขาลงด้วย

Thursday, March 4, 2010

03/03/2010

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 735.04 จุด เพิ่มขึ้น 1.85 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 โปรแกรมของลุงแมวน้ำวันนี้มีสัญญาณซื้อ MINT และมีสัญญาณขาย AOT ขณะนี้ถือหุ้นอยู่ 40 ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

กลุ่มดัชนีต่างประเทศ วันนี็้ดัชนีเซี่ยงไฮ้ของประเทศจีนเกิดสัญญาณซื้อ ดัชนีตลาดสำคัญในโลกทยอยเกิดสัญญาณซื้อเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งตลาดแล้ว

Wednesday, March 3, 2010

02/03/2010

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 733.19 จุด เพิ่มขึ้น 11.82 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 โปรแกรมของลุงแมวน้ำวันนี้มีสัญญาณซื้อ BIGC, CPN, IRPC, PS, QH, TCAP ขณะนี้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 40 ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

กลุ่มดัชนีต่างประเทศ วันนี็้ดัชนี DAX ของเยอรมนีและดัชนีมุมไบของอินเดียเกิดสัญญาณซื้อ ดัชนีตลาดสำคัญในโลกทยอยเกิดสัญญาณซื้อลุงแมวน้ำมองว่าตลาดน่าจะยังเดินหน้าต่อไปได้และสัญญาณซื้อในตลาดอื่นๆจะตามมาอีก

Tuesday, March 2, 2010

26/02/2010 - 01/03/2010

26/02/2010

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 721.37 จุด เพิ่มขึ้น 4.27 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 โปรแกรมของลุงแมวน้ำวันนี้มีสัญญาณซื้อ BANPU, LH และมีสัญญาณขาย CPALL ขณะนี้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 34 ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย สินค้าเกษตรที่สำคัญส่วนใหญ่ยังอยู่ในภาวะไร้ทิศทาง ยกเว้นน้ำตาลซึ่งแนวโน้มขณะนี้เป็นขาลงอยู่อันเนื่องจากอยู่ในคลื่น 4 (สีน้ำตาล)

กลุ่มดัชนีต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย ตลาดสำคัญในโลกส่วนใหญ่ยังอยู่ในภาวะไร้ทิศทาง

01/03/2010

วันนี้ตลาดไทยปิดแต่ตลาดต่างประเทศอื่นๆทำการ วันนี้ดัชนีดาวโจนส์ (DJI) ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ส (DJ) และดัชนีหั่งเส็ง (HSKI) ของฮ่องกงเกิดสัญญาณซื้อ

Saturday, February 27, 2010

25/02/2010

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 717.10 จุด เพิ่มขึ้น 1.92 จุด

สำหรับหุ้นใน กลุ่ม SET50 โปรแกรมของลุงแมวน้ำวันนี้มีสัญญาณซื้อ PTTCH ขณะนี้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 33 ตัว แต่แม้ว่าโปรแกรมจะซื้อหุ้มเพิ่มขึ้น แต่ว่าเมื่อพิจารณาจากดัชนี SET และ SET50 พบว่ายังอยู่ในภาวะไร้ทิศทาง ประกอบกับจากการนับคลื่นที่ลุงแมวน้ำประเมินว่าจบคลื่น 5 ย่อยไปแล้ว ดังนั้นจึงยังไม่ีควรแน่ใจนักว่าดัชนีจะไปต่อได้ไกลนักเพราะว่าอาจกำลังอยู่ในคลื่น A อันเป็นคลื่นขาลง ต้องใช้เวลาติดตามดูไปอีกสักระยะหนึ่ง

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

กลุ่มดัชนีต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

Thursday, February 25, 2010

24/02/2010

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 715.18 จุด ลดลง 0.40 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 โปรแกรมของลุงแมวน้ำวันนี้มีสัญญาณซื้อ BAY, BBL, KBANK, SCB เป็นหุ้นธนาคารทั้งสี่ตัว ขณะนี้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 32 ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

กลุ่มดัชนีต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

Wednesday, February 24, 2010

23/02/2010

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 715.58 จุด เพิ่มขึ้น 9.78 จุด SET และ SET50 เกิดสัญญาณซื้อแล้ว

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 โปรแกรมของลุงแมวน้ำวันนี้มีสัญญาณซื้อ BGH, KTB, PTT, SCC, SCCC, TMB ขณะนี้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 28 ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ S50 มีสัญญาณซื้อ จึงเปิดสัญญาซื้อไป

กลุ่มดัชนีต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย


Tuesday, February 23, 2010

22/02/2010 * Gold/dollar datio, Oil/dollar ratio

วันนี้ตลาดเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีนเปิดทำการแล้ว

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 705.8 จุด เพิ่มขึ้น 5.36 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 โปรแกรมของลุงแมวน้ำวันนี้มีสัญญาณซื้อ BEC, BH, ESSO, MAKRO ขณะนี้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 22 ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้มีสัญญาณซื้อทองคำของไทย GF จึงเปิดสัญญาซื้อ ส่วนสินค้าเกษตรตัวอื่นๆในตลาดสหรัฐอเมริกานั้น วันนี้ข้าวโพด (C) เกิดสัญญาณซื้อ (ไม่มีในรายงาน) ข้าวสาลี (W)และถั่วเหลือง (S) ก็ใกล้เกิดสัญญาณซื้อ

กลุ่มดัชนีต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย แต่ดัชนีนิกเกอิ (NIX) ดาวโจนส์ (DJI) และ SET ของไทยใกล้เกิดสัญญาณซื้อแล้ว

เนื่องจากลุงแมวน้ำพอมีความสามารถในการคำนวณอยู่บ้าง วันนี้เราจะมาดูค่าอัตราส่วนระหว่างราคาทองคำต่อค่าเงินดอลลาร์ กับอัตราส่วนระหว่างราคาน้ำมันต่อค่าเงินดอลลาร์กัน

อัตราส่วนระหว่างราคาทองคำต่อค่าเงินดอลลาร์หรือว่า gold/dollar ratio นั้นคำนวณจากราคาของฟิวเจอร์สทองคำหารด้วยราคาของฟิวเจอร์สดัชนีดอลลาร์ สรอ (GC/DX)

อัตราส่วนระหว่างราคาน้ำมันต่อค่าเงินดอลลาร์หรือว่า oil/dollar ratio นั้นนั้นคำนวณจากราคาของฟิวเจอร์สน้ำมันดิบหารด้วยราคาของฟิวเจอร์สดัชนีดอลลาร์ สรอ (CL/DX)

อัตราส่วนทั้งสองนี้คำนวณได้ง่ายๆ แต่ก็ดูมีความหมายน่าสนใจไม่น้อย ลองดูภาพต่อไปนี้


จากภาพ กราฟรูปล่างเป็นราคาฟิวเจอรส์ทองคำ ส่วนกราฟรูปบนนั้นประกอบด้วยเส้นกราฟ 2 เส้น เส้นสีน้ำเงินคือ gold/dollar ratio ค่าอยู่ทางแกน y ด้านขวามือ

ส่วนอีกเส้นหนึ่ง คือเส้นสีแดง คือ oil/dollar ratio ค่าอยู่ทางแกน y ด้านซ้ายมือ

จากภาพ จะเห็นว่าค่าของอัตราส่วนก็นับคลื่นได้เหมือนกัน เส้นสีน้ำเงินน่าจะกำลังทำคลื่น 5 อยู่ แปลความหมายได้ว่า อัตราส่วนของราคาทองคำกับค่าเงินดอลลาร์ใกล้ถึงจุดสูงสุดแล้ว (คือใกล้ถึงยอดคลื่น 5) หากค่าเงินดอลลาร์แข็ง ราคาทองคำอาจร่วงได้

ส่วนเส้นสีแดง เมื่อลองนับคลื่นดู ขณะนี้เราอาจอยู่ในคลื่น 1 ของคลื่นชุดใหม่ หรืออาจยังอยู่ในคลื่น B ของคลื่นชุดเดิมก็ได้ แต่ไม่ว่าขณะนี้จะเป็นคลื่น B หรือ 1 ก็ตาม โอกาสขึ้นต่อก็ยังมี เพราะจากระดับ fibonacci เพิ่งมาได้เพียง 38.2% เท่านั้น แปลความหมายได้ว่า แม้ค่าเงินดอลลาร์จะแข็งแต่ราคาน้ำมันก็จะยิ่งแพงขึ้นตามค่าเงิน

ด้วยเหตุนี้ ในสายตาของลุงแมวน้ำ ในช่วงต่อไปนี้การลงทุนในน้ำมันดูน่าสนใจมากกว่าลงทุนในทองคำ เพราะราคาน้ำมันขึ้นตามค่าเงินดอลลาร์ได้ และนี่ก็คือเหตุผลที่ว่าทำไมในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้แม้ค่าเงินดอลลาร์จะแข็งแต่ราคาน้ำมันก็ไม่ร่วง และถ้ามองในเชิงกว้างความน่าสนใจก็อาจรวมถึงกลุ่มพลังงานและยางพาราด้วย แต่ราคาทองคำดูเหมือนว่าจะขึ้นตามค่าเงินได้ยาก ความเสี่ยงจึงน่าจะมีมากกว่า


Monday, February 22, 2010

19/02/2010

วันนี้ตลาดเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ยังคงปิดทำการอยู่

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 700.44 จุด เพิ่มขึ้น 4.78 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 โปรแกรมของลุงแมวน้ำวันนี้มีสัญญาณซื้อ HANA, PTTAR, PTTEP, THAI, TOP ขณะนี้ถือหุ้นอยู่ 18 ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้มีสัญญาณซื้อทองคำ GC จึงเปิดสัญญาซื้อ

กลุ่มดัชนีต่างประเทศ วันนี้ดัชนี FTSE ของอังกฤษเกิดสัญญาณซื้อ

Friday, February 19, 2010

18/02/2010 * DX

วันนี้ตลาดเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ยังคงปิดทำการอยู่

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 695.66 จุด ลดลง 1.83 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 โปรแกรมของลุงแมวน้ำวันนี้มีสัญญาณซื้อ BCP, DELTA, DTAC, MCOT ขณะนี้ถือหุ้นอยู่ 13 ตัว น่าสังเกตที่ดัชนีปิดลบแต่ทว่าหุ้นบางตัวราคาขึ้นมาจนเกิดสัญญาณซื้อได้

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้มีสัญญาณซื้อน้ำมันดิบ CL จึดเปิดสัญญาซื้อ

กลุ่มดัชนีต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย FED ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานจาก 0.50 เป็น 0.75 หลังจากที่ตลาดดาวโจนส์ปิดทำการไปแล้ว

วันนี้ดัชนีดอลลาร์ สรอ (US dollar index) ปิดทะลุจุดสูงสุดเดิม แสดงว่าคลื่น 3 (สีน้ำตาล) ยังไม่จบ และเมื่อลองนับคลื่นย่อยดู (สีม่วง) จะได้ดังภาพต่อไปนี้

จากภาพ ขณะนี้ดัชนีดอลลาร์น่าจะกำลัังทำคลื่นย่อย 3 (สีม่วง) อยู่ และหากตอนนี้เราอยู่ในคลื่น 3 สีม่วง แสดงว่าคลื่น 3 (สีน้ำตาล) ยังอีกไกลกว่าจะจบ ต้องลองติดตามกันดูต่อไป

Thursday, February 18, 2010

17/02/2010 * CURRENCIES

วันนี้ตลาดสำคัญในต่างประเทศส่วนใหญ่เปิดทำการกันแล้ว คงเหลือแต่ตลาดเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ที่ยังปิดทำการอยู่


วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 697.49 จุด เพิ่มขึ้น 4.76 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 โปรแกรมของลุงแมวน้ำวันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย ขณะนี้ถือหุ้นอยู่ 9 ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

กลุ่มดัชนีต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

ช่วงนี้ค่าเงินค่อนข้างผันผวน ลองดูภาพต่อไปนี้

จากภาพ ให้ค่าเงินดอลลาร์มีค่าเป็น 100 หน่วยเสมอ เมื่อพิจารณาจากดัชนีดอลลาร์ สรอ เราจะเห็นว่าดอลลาร์ สรอ มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ในขณะที่เงินเยนของญี่ปุ่นแม้จะเป็นสกุลเงินที่แข็งแกร่งกว่าบรรดาเงินสกุลอื่น แต่ก็ยังอ่อนค่าลงไป และที่น่าสังเกตคือเส้นค่าเงินยูโรอ่อนตัวไปมาก เดิมทีเงินสกุลยูโรแข็งกว่าเงินปอนด์สเตอลิงของอังกฤษ แต่ขณะนี้กลับมาอ่อนกว่าเงินปอนด์ เพราะปัญหาหนี้ของอิตาลี




Wednesday, February 17, 2010

16/02/2010

วันนี้มีตลาดหลายประเทศยังหยุดอยู่ ได้แก่ จีน ฮ่องกง และสิงคโปร์

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 692.73 จุด เพิ่มขึ้น 3.64 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 โปรแกรมของลุงแมวน้ำวันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย ขณะนี้ถือหุ้นอยู่ 9 ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย ฟิวเจอร์สของทองคำและน้ำมันดิบราคากระโดดสูงขึ้นมาก ทิศทางราคาทองคำในช่วงสั้นที่ลุงแมวน้ำเคยประเมินเอาไว้เมื่อหลายวันก่อนนั้นถูกส่วนเดียว กล่าวคือ ทองคำลงไปถึง 1,050 ดอลลาร์/ออนซ์ แต่ว่าดัชนีดอลลาร์ สรอ ขึ้นไปไม่ถึง 82 หน่วย แต่ประเด็นนี้ต้องดูต่อไปอีกหน่อย เพราะว่าแนวโน้มขาลงยังมีกำลังมากกว่าแนวโน้มขาขึ้น

กลุ่มดัชนีต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

Tuesday, February 16, 2010

15/02/2010

วันนี้มีตลาดหลายประเทศที่หยุดในช่วงเทศกาลตรษจีน ได้แก่ จีน ฮ่องกง และสิงคโปร์ ส่วนตลาดญี่ปุ่นเปิดทำการ ทางด้านฝั่งตะวันตก ตลาดสหรัฐอเมริกาหยุด คงเปิดแต่ตลาดในยุโรป ตลาดใดที่ไม่เปิดจึงยังคงแสดงราคาปิดของวันก่อนไว้

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 689.09 จุด ลดลง 8.94 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 โปรแกรมของลุงแมวน้ำวันนี้มีสัญญาณขาย MAKRO, PSL ขณะนี้ถือหุ้นอยู่ 9 ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย สำหรับทองคำและน้ำมันดิบแม้ตลาดสหรัฐ NYMEX และ COMEX จะหยุด แต่การเทรดด้วยระบบอิเล็กทรอนิกยังดพเนินไปตลอดเวลา ขณะนี้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น เกินกว่า 1,100 ดอลลาร์/ออนซ์แล้ว

กลุ่มดัชนีต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

Monday, February 15, 2010

12/02/2010 * S50, RSS3


ตรุษจีนงานเข้า ต้องแสดงโชว์


วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 698.03 จุด เพิ่มขึ้น 2.62 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 โปรแกรมของลุงแมวน้ำวันนี้มีสัญญาณซื้อ ADVANC, BECL, CPALL, GLOW ขณะนี้ถือหุ้นอยู่ 11 ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้มีสัญญาณซื้อ ยางไทย (RSS3) และยางโตคอม จึงปิดสัญญาขายและเปิดสัญญาซื้อไป เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงหีวเลี้ยวหัวต่อ เมื่อไม่แน่ใจก็ต้องเทรดทั้งสองด้าน

กลุ่มดัชนีต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

ดัชนีตลาดเด้งขึ้นมาบ้างแต่อย่าเพิ่งวางใจ เนื่องจากเครื่องมือด้านโมเมนตัมบ่งบอกว่าขณะนี้แนวโน้มยังเป็นขาลง ช่วงนี้คงคาดการณ์อะไรได้ยาก โดยเฉพาะตลาดหลักทรัพย์ของไทยที่มีปัจจัยด้านสถานการณ์ทางการเมืองเข้ามาประกอบด้วย ควรเทรดตามแนวโน้มดีที่สุด อย่าฝืนแนวโน้ม แนวโน้มเป็นขาลงประกอบกับยังไม่เกิดสัญญาณซื้อก็ไม่ควรรีบร้อน

ดูภาพ S50 ยังเป็นสัญญาณขายอยู่ ก็ยังไม่ควรรีบร้อนซื้อ โอกาสพลาดพลั้งสูง


ยางพารา RSS เครื่องมือด้านโมเมนตัมแนวโน้มก็ยังเป็นขาลง แต่ใกล้พลิกลับเต็มทีแล้ว ครั้งที่แล้วเมื่อเกิดสัญญาณขายลุงแมวน้ำชอร์ตเอาไว้ด้วย คืนกำไรไปโข ดูจากรายงานคงเห็นกัน ครั้งนี้เกิดสัญญาณซื้อ ยังไม่แน่ใจเหมือนกันว่าสัญญาณซื้อหรือขายกันแน่ที่เป็น false signal แต่เมื่อสัญญาณซื้อมาก็ต้องเปิดสัญญาณซื้อไปตามระบบ


11/02/2010

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 695.41 จุด เพิ่มขึ้น 7.00 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 โปรแกรมของลุงแมวน้ำวันนี้มีสัญญาณซื้อ AOT ขณะนี้ถือหุ้นอยู่ 7 ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

กลุ่มดัชนีต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

ช่วงนี้ตลาดโดยรวมยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก คงต้องรอความชัดเจนอีกสักระยะหนึ่ง

Thursday, February 11, 2010

10/02/2010

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 688.41 จุด เพิ่มขึ้น 2.52 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 โปรแกรมของลุงแมวน้ำวันนี้มีสัญญาณซื้อ RATCH ขณะนี้ถือหุ้นอยู่ 6 ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

กลุ่มดัชนีต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

Wednesday, February 10, 2010

09/10/2010

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 685.89 จุด ลดลง 2.20 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 โปรแกรมของลุงแมวน้ำวันนี้มีสัญญาณขาย KSL, PTTCH ขณะนี้ถือหุ้นอยู่ 5 ตัว KSL นั้นเพิ่งเกิดสัญญาณซื้อไปเมื่อไม่กี่วันก่อน วันนี้เกิดสัญญาณขายอีกแล้ว ในขณะที่น้ำตาลทราย SB เพิ่งเกิดสัญญาณขายไปครั้งเดียวและยังไม่เกิดสัญญาณซื้อ

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

กลุ่มดัชนีต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย ดัชนีของตลาดหลักทรัพย์สำคัญๆล้วนแต่มีทิศทางเป็นขาลง ดัชนีนิกเกอิเปลี่ยนจากสภาวะไร้ทิศทางกลายเป็นแนวโน้มขาลงแล้ว

ช่วงนี้เครื่องมือโมเมนตัมของหุ้น ฟิวเจอร์ส และดัชนีตลาดสำคัญ ล้วนแต่บ่งบอกทิศทางขาลง ดังนั้นควรอยู่เฉยๆเป็นดีที่สุด

Tuesday, February 9, 2010

08/02/2010

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 688.09 จุด ลดลง 3.32 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 โปรแกรมของลุงแมวน้ำวันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย ขณะนี้ถือหุ้นอยู่ 7 ตัวเท่าเมื่อวาน

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย สินค้าเกษตรเกือบทุกตัวทางเทคนิคเป็นขาลง ยกเว้นยาพารายังเป็น sideway อยู่

กลุ่มดัชนีต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย ดัชนีของตลาดหลักทรัพย์สำคัญๆล้วนแต่มีทิศทางเป็นขาลง ยกเว้นดัชนีนิกเกอิที่ยังเป็น sideway


Monday, February 8, 2010

05/02/2010 * CL, RSS3, SB, GC

วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 691.41 จุด ลดลง 11.11 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 โปรแกรมของลุงแมวน้ำวันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย ขณะนี้ถือหุ้นอยู่ 7 ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้มีสัญญาณขายยางไทย (RSS3) ยางญี่ปุ่น (Tocom rubber) และน้ำตาลทราย (SB) ทองไทย (GF) ร่วงถึง 730 บาทภายในวันเดียว

RSS3 และ SB ลุงแมวน้ำปรับกลยุทธ์เป็นเทรดด้านชอร์ตด้วย ดังนั้นจึงปิดสัญญาซื้อและเปิดสัญญาขายไป

กลุ่มดัชนีต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย

น้ำมันดิิบ (CL) เกิดสัญญาณขายมาหลายวันแล้ว ลองดูภาพจะเห็นว่ากราฟราคามีรูปแบบแปลกตา นับคลื่นได้ยาก ลุงแมวน้ำนับจนเมาคลื่นก็ยังไม่มั่นใจนัก ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการนับคลื่นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ ต้องใช้ความชำนาญ ไม่ใช่ว่าใครก็นับได้เก่งเหมือนกัน การเทรดด้วยการนับคลื่นเป็นหลักจึงเป็นการยาก ส่วนการเทรดด้วยระบบสัญญาณนั้นใครก็เทรดได้ ไม่ต้องอาศัยความชำนาญเฉพาะตัว ดังนั้นลุงแมวน้ำจึงให้ความสำคัญกับระบบสัญญาณเป็นหลัก ส่วนการนับคลื่นนำมาประกอบบ้างเท่านั้น

เมื่อกราฟราคาน้ำมันยังนับคลื่นได้ไม่ชัดเจน การใช้เครื่องมือ fibonacci ประกอบจึงยาก ลองเอาเครื่องมืออื่นมาประกอบดูบ้าง เช่น ลองใช้ standard error channel (SEC) จะเห็นว่าขณะนี้ราคาเริ่มหลุดกรอบ SEC มาแล้ว ดังนั้นเป็นไปได้ว่าราคาน้ำมันอาจกลับทิศและราคาอาจไหลลงลึก ต้องตามดูต่อไปอีกสักระยะหนึ่ง

ทางด้านยางพารา วันนี้ทั้งยางไทยและยางโตคอมต่างก็เกิดสัญญาณขาย ลองมาดูกราฟยางพารากัน

เนื่องจากขณะนี้ยางพาราน่าจะจบคลื่น 3 (สีน้ำตาลแล้ว) และเนื่องจากคลื่น 3 นี้มีความสูงมาก ดังนั้นกว่าจะจบคลื่น 4 ราคาอาจลดลงไปได้มาก ดังนั้นลุงแมวน้ำจึงปรับกลยุทธ์ โดยจะเทรดด้านชอร์ตด้วย ดังนั้นในครั้งนี้จึงปิดสัญญาซื้อ (cover long position) และเปิดสัญญาขาย (open short position)

พอร์ตจำลองก็ว่ากันไปตามกฎกติกาการเทรดของพอร์ตจำลอง แต่ในชีวิตจริง วันนี้ลุงแมวน้ำเองก็ติดยางพารา ไม่สามารถปิดสัญญาซื้อได้ ทั้งนี้ เนื่องจาก ราคายางร่วงลงมาติดราคาฟลอร์ตั้งแต่เช้าและไม่มีใครกล้าเข้าจับคู่ ดังนั้นลุงแมวน้ำจึงยังติดยางอยู่ นี่คือผลเสียของการเทรดในตลาดขนาดเล็ก ดังที่ลุงแมวน้ำเคยเตือนนักลงทุนว่าตลาดยางทำกำไรได้ดีแต่น่าเสียดายที่ตลาดมีขนาดเล็ก ดังนั้นจึงเทรดได้ยาก ติดแล้วออกไม่ได้เพราะไม่มีวอลุ่ม

สำหรับน้ำตาลทราย (SB) มาดูกราฟกัน

จะเห็นว่าในบางช่วงก็นับคลื่นไม่ออกเหมือนกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไปแล้วนับอีกทีจึงค่อยนับออก สำหรับการนับคลื่นในภาพ ลุงแมวน้ำประเมินว่าขณะนี้เราน่าจะจบคลื่น 3 (สีน้ำตาล) ไปแล้ว และกำลังอยู่ในคลื่น 4 ซึ่งอาจลงได้ลึก เนื่องจากคลื่น 3 (สีน้ำตาล) มีวามสูงค่อนข้างมาก ดังนั้นลุงแมวน้ำจึงปรับกลยุทธ์การเทรดในช่วงนี้จากเดิมลองอย่างเดียว ไม่ชอร์ต เป็นการเทรดด้านชอร์ตด้วย ดังนั้นวันนี้เมื่อมีสัญญาณขายจึงปิดสัญญาซื้อไปและเปิดสัญญาขาย

อนึ่ง ผู้ที่เทรดหุ้นโรงงานน้ำตาลของไทยแทนการเทรด SB พึงระวัง เพราะในภาพกว้างราคาน้ำตาลทรายตลาดโลกกับราคาหุ้นของโรงงานน้ำตาลของไทยจะสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน แต่ทว่าในกรอบเวลาแคบๆราคาของสองอย่างนี้ไม่ได้สอดคล้องต้องกันเสมอไป ดังจะเห็นได้ว่าในระยะหลังนี้แม้ราคาน้ำตาลทรายจะขึ้นเอาๆ แต่ราคาหุ้นโรงงานน้ำตาลไปได้ไม่เท่าไร ดังนั้นหากจะเทรดหุ้นโรงงานน้ำตาลควรใช้สัญญาณซื้อขายจากกราฟของตัวมันเองเป็นหลัก ไม่ควรใช้สัญญาณซื้อขายจากกราฟราคาน้ำตาล

มาดูทองคำ (GC) กันอีกครั้ง เมื่อวาน GC ร่วงลงมาถึง 49 ดอลลาร์/ออนซ์ วันนี้ฟิวเจอร์ส GF จึงร่วงลงมาถึง 730 บาท/ออนซ์ ภายในวันเดียว ซึ่งเท่ากับขาดทุนในฟิวเจอร์สไปถึง 36,500 บาท นี่เพียงการขาดทุนในวันเดียว ยังไม่รวมวันอื่นๆที่ราคาตกลงมาด้วย

วันนี้เราจะลองคาดการณ์เป้าหมายราคาทองคำกัน ลองดูกราฟราคาทองคำ GC

ขณะนี้เราอยู่ในคลื่น 4 (สีน้ำตาล) ถามว่าคลื่น 4 จะไปจบลงที่ใด

หากใช้ fibonacci ประกอบ คำตอบก็คืออาจลงไปที่ 1000 หรือ 950 ดอลลาร์ ตามระดับ fiboncacci ที่ 61.8% และ 78.6% ตามลำดับ

แต่ถ้าใช้กฎของคลื่นประกอบด้วย นั่นคือ ท้องของคลื่น 4 ต้องไม่ต่ำกว่ายอดคลื่น 1 ดังนั้นเราอาจโฟกัสให้ชัดเจนมากขึ้นอีกหน่อยว่าทองคำไม่ควรลงต่ำกว่า 1000 ดอลลาร์

ทีนี้ถามต่อไปว่าสมมติว่าจบคลื่น 4 ไปแล้ว คลื่น 5 จะไปจบลงที่ใด คลื่น 5 นี้น่าจะมีความสำคัญ เพราะว่าเป็นการจบคลื่นขาขึ้นทั้ง 5 ใหญ่และย่อย นักวิเคราะห์หลายๆสำนักเคยคาดการณ์กันไว้ว่าราคาทองคำอาจพุ่งไปถึง 1400 ดอลลาร์บ้าง 1600 บ้าง ที่มองไป 1700, 1800 ก็ยังมี

เมื่อพิจารณาจาก fibonacci ความเป็นไปได้ของคลื่น 5 อาจไปจบลงที่ 1300-1350 ดอลลาร์ หรือไม่อยา่งนั้นก็ 1550 ดอลลาร์ ตามระดับของ fibnacci

หากเรานำค่าดัชนีดอลลาร์ สรอ มาพิจารณาร่วมด้วย เนื่องจากราคาทองคำผกผันกับดัชนีดอลลาร์ สรอ ดังนั้น ดังนั้นลุงแมวน้ำประเมินว่าเมื่อดัชนีดอลลาร์ สรอ จบคลื่น 3-4-5 (สีดำ) ราคาทองคำที่สอดคล้องน่าจะเป็นดังภาพต่อไปนี้

จากภาพจะเห็นว่าเมื่อดัชนีดอลลาร์ สรอ จบคลื่น 4 (สีดำ) ก็น่าจะเป็นเวลาที่ทองคำจบคลื่น 5 ทั้งคลื่นใหญ่และย่อย และเข้าสู่ A-B-C โดยราคาทองคำอาจไปได้ไม่เกิน 1250 ดอลลาร์

เมื่อนำเอาดัชนีดอลลาร์ สรอ มาช่วยกลั่นกรองความเป็นไปได้ของราคาทองทำ ทำให้ลุงแมวน้ำคาดการณ์ว่าราคาทองคำเมื่อจบคลื่น 5 คงไปได้ไม่ไกลนัก คงสูงกว่าคลื่น 3 ไม่มาก และไม่น่าจะไปถึง 1300, 1400, 1500 ฯลฯ สำหรับในรอบคลื่นชุดนี้

ถามว่าในเมื่อเราเทรดในระบบตามแนวโน้ม แล้วเราจะคาดการณ์ไปทำไม

คำตอบก็คือ เพื่อวางแผนพอร์ต วางกลยุทธ์การเทรด นั่นเอง นักลงทุนบางรายอาจเลือกเทรดถึงแค่คลื่น 3 เท่านั้นก็ได้ คลื่น 4-5 ไม่เทรดแล้ว รวมทั้งใช้ประเมินว่าเมื่อไรจึงจะใช้กลยุทธ์การชอร์ตเข้ามาประกอบ หรือใช้ในการวางแผนสำหรับการลงทุนในขั้นต่อไป โดยอาจเปลี่ยนไปเทรดผลิตภัณฑ์อย่างอื่นเมื่อจบคลื่น 5 การคาดการณ์ไม่ได้มีผลต่อการปฏิบัติตามสัญญาณซื้อขาย แต่ช่วยเราในการเตรียมตัวได้

Friday, February 5, 2010

04/02/2010 * DJI, GC


วันนี้ดัชนี SET ปิดที่ 702.52 จุด ลดลง 5.13 จุด

สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 โปรแกรมของลุงแมวน้ำวันนี้มีสัญญาณซื้อ MAKRO ขณะนี้ถือหุ้นอยู่ 7 ตัว

สำหรับกลุ่มฟิวเจอร์ส วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย ทองคำและน้ำมันลงหนักเนื่องจากผลของกัชนีดอลลาร์ สรอ ที่อยู่ในคลื่น 3

กลุ่มดัชนีต่างประเทศ วันนี้ไม่มีสัญญาณซื้อขาย


ดัชนีดาวโจนส์ (DJI) ของสหรัฐอเมริกา ขณะนี้น่าจะจบคลื่น 3 (สีน้ำตาล) ไปแล้ว แต่ปัญหาก็คือ ขณะนี้ DJI จบคลื่น B แล้วหรือยัง กล่าวคือ ขณะนี้ DJI อยู่ในคลื่น B ใหญ่ ซึ่งภายในประกอบด้วยคลื่นย่อย 1-2-3 ซึ่งคลื่น 3 (สีน้ำตาล) ที่จบไปนี้อาจเป็นคลื่นย่อยในคลื่น 1 ของคลื่น B หรือเป็นคลื่น 3 ที่ทำการจบคลื่น B เป็นไปได้ทั้งสองอย่าง ยังยากบอกได้ แต่สิ่งที่บอกได้อย่างหนึ่งก็คือ เมื่อจบคลื่น 3 สีน้ำตาลไปแล้ว ขณะนี้ไม่ว่าเราอยู่ในคลื่น 4 (คลื่นย่อย) หรือ คลื่น A ก็ตาม ยังมีโอกาสลงต่อได้อีก ซึ่งนั่นหมายความว่าดัชนีตลาดสำคัญอื่นทั่วโลกน่าจะมีทิศทางตามกันไปด้วย



เรื่องทองคำที่มีผู้ถามมาว่าซื้อเพิ่มเข้าไปอีก ควรทำอย่างไร ไม่ทราบว่าผู้ถามเล่นกองทุนหรือว่าฟิวเจอร์สทอง ตอนนี้มีโอกาสลงลึกมากยิ่งขึ้นเนื่องจากดัชนีดอลลาร์ สรอ ยังไ่ม่จบคลื่น 3 ประกอบกับวันนี้ฟิวเจอร์สทองคำ GC เกิดแท่งเทียนในรูปแบบ big black candle ดังนั้นลุงแมวน้ำจึงยังมองอย่างเดิมว่าทองคำอาจลงไปถึง 950 ดอลลาร์/ออนซ์ แต่ไม่อาจฟันธงได้เพราะว่าลุงแมวน้ำไม่รู้อนาคต การใช้สัญญาณซื้อขายจึงเป็นการลดความเสี่ยงสำหรับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ที่ผู้ถามถามว่าทำอย่างไรดี แสดงว่าผู้ถามน่าจะไม่ได้ใช้การเทรดในระบบสัญญาณซื้อขาย ขอตอบว่า

- ถ้าเป็นกรณีฟิวเจอร์ส ควรปิดไปก่อน เมื่อศึกษาการเทรดด้วยระบบแล้วจึงค่อยเข้าไปเทรดใหม่ ทองคำแกว่งแรงมาก อันตราย หากไม่มีระบบโอกาสเอาชนะตลาดได้แทบไม่มีเลย

- ถ้าเป็นกรณีกองทุนหรือทองคำแท่ง ก็ต้องดูนโยบายการลงทุน ว่าจะถือนานเพียงใด ถ้าตั้งใจเก็บนานเป็นหลายๆปีก็ไม่ต้องทำอะไร แต่ถ้าวัตถุประสงค์เพื่อลงทุนเป็นรอบๆ ก็ควรออกมาตั้งหลักก่อน เพราะว่าลุงแมวน้ำนับคลื่นของทองคำเอาไว้ว่าขณะนี้เป็นคลื่น 4 ตามหลักแล้วควรยังเหลือคลื่น 5 ให้ทำกำไรในขาขึ้นได้อีก แต่ก็ต้องเผื่อใจเอาไว้ด้วย เผื่อว่าลุงแมวน้ำนับผิด หรือถึงแม้นับถูกแต่หากเกิด failed wave 5 คลื่น 5 อาจจบเร็ว ดังนั้นการถอยออกมาก่อนจึงเป็นการลดความเสี่ยงในการลงทุน และควรหันมาศึกษาการลงทุนอย่างเป็นระบบเช่นกัน